เรื่องเลือกตั้ง ไม่มีใครจมูกไวเท่านักการเมือง
อายุสภาผู้แทนสมัยนี้ รวมทั้งวาระรัฐบาลนี้เหลือไม่ถึง 2 ปี เรียกได้ว่านับถอยหลังเลือกตั้งกันได้เลยไม่เกินพ.ค.2570
ความเคลื่อนไหวของบรรดาพรรคการเมืองช่วงนี้ เรื่องเฉพาะหน้ารองรับ-รับมือการปรับครม. จบจากปรับครม.ก็เตรียมพร้อมลงสนามเลือกตั้งใหญ่
พรรคร่วมรัฐบาล อันดับหนึ่ง “เพื่อไทย” นิ่งๆ ลงตัว
อันดับสอง “ภูมิใจไทย” นิ่งนอนใจไม่ได้ โดนทวงมหาดไทย กระทรวงใหญ่หัวหน้าพรรคนั่งรมต. จำเป็นต้องฮึดฮัดเต็มพิกัด พร้อมๆ กับเร่งเพิ่มจำนวนเติมพลังต่อรอง เผื่อสถานการณ์เลยเถิดถึงขั้นแตกหัก
ดีลจิบไวน์ “ครูใหญ่เนวิน” กับ “สันติมะขามหวาน” จีบ 6 สส.พลังประชารัฐเข้าค่ายสีน้ำเงิน
วัดใจพรรคแกนนำกล้าหักหาญพรรค 75-76 สส.แน่หรือ ?
พรรคอันดับสาม “รวมไทยสร้างชาติ” อาการน่าห่วง รองหัวหน้า “เฮ้ง-สุชาติ” รมช.พาณิชย์ ยื่นลายเซ็น 21 สส.ต่อนายกฯ แจ้งความประสงค์ขอปรับครม.ในส่วนรทสช.
แตกหักหัวหน้า “ตุ๋ย-พีระพันธุ์” รมว.พลังงาน ตัดขาดเลขาฯ “ขิง-เอกนัฏ” รมว.อุตสาหกรรม เหลือสส.ในคาถาแค่ 17-18 เสียง
รทสช.ร่อแร่ง่อนแง่นเรื่องอนาคต โดนกดดันหนักทั้งสงครามภายใน แรงกระแทกภายนอก
พรรคมรดก “ลุงตู่” เดินทางมาสู่สัจธรรม ความจริงไม่เที่ยง ความแท้ไม่มีจริง ?
พูดถึงรทสช.แล้วต้องเหลียวมอง “พลังประชารัฐ” ฝ่ายค้านเบอร์สอง ในฐานะพรรคสืบทอดอำนาจ “ลุง 3 ป” มรดกการเมืองชิ้นสุดท้าย “ลุงป้อม”
จากพรรคร่วมรัฐบาลกระเด็นเป็นฝ่ายค้าน จาก 40 สส.หดเหี่ยวเหลือไม่ถึง 20 กำลังจะสูญเสียไปอีก 6
พปชร.-รทสช. 2 พรรคก่อกำเนิดเพื่อสืบทอดอำนาจคณะรัฐประหาร เดินทางมาสู่สัจธรรมตามพรรคพี่พรรคปู่ที่คลอดจากค่ายทหาร ตั้งแต่ยุค “ป.-สฤษดิ์-ถนอม-ประภาส” หรือ “สุจินดา” สามัคคีธรรม
“เกิดง่าย ตายเร็ว” วัฏจักรพรรคเฉพาะกิจ ?!
นายเจ็ดอักษร