การเมืองเรื่องปรับ ครม. มาถึงจุดเขม็งเกลียว
เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ทิ้งไพ่ใบสุดท้าย ยื่นคำขาดไปถึงนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยแกนนำรัฐบาล ทำนองว่า
ถ้ารักษาเก้าอี้ มท.1 ไว้ไม่ได้ พรรคภูมิใจไทยก็พร้อมดีดตัวออกไปเป็นฝ่ายค้าน
ในสถานการณ์จวนตัว นายอนุทินทิ้งท้ายว่า “ให้รบกับศัตรูกันก่อนอย่าเพิ่งมารบกันเอง ถ้าเราหันมารบกันเอง จะร้องเพลงชาติให้ใครฟัง”
แค่ข้ามวัน สัญญาณโต้ตอบก็ถูกปล่อยออกมาจาก สส.พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ย้ำว่า อำนาจการปรับคณะรัฐมนตรีอยู่ที่นายกฯ แต่เพียงผู้เดียว ขอให้เชื่อมั่น น.ส.แพทองธาร หากปรับครม. การทำงานของรัฐบาลก็จะดีขึ้นด้วย
แต่ที่ต้องขีดเส้นไฮไลต์ อยู่ตรงที่ว่า “กรณีที่บางพรรคแสดงอาการไม่พอใจ หากถูกปรับเปลี่ยนกระทรวง ขอให้เชื่อมั่นนายกฯ แต่หากพรรคร่วมพรรคนั้น อยู่เป็นรัฐบาลร่วมกันแล้วไม่มีความสุข ไม่สามารถพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อยกระดับให้งานของรัฐบาลขับเคลื่อนได้ดีขึ้น ก็สามารถตัดสินใจออกไปเป็นฝ่ายค้านได้”
ตามด้วย นายวรชัย เหมะ คณะที่ปรึกษาฝ่ายการเมืองของรองนายกฯ ภูมิธรรม เวชยชัย ที่ออกมาให้ความเห็นถึงคำขู่ “พร้อมเป็นฝ่ายค้าน” ของนายอนุทิน ว่า
สิ่งที่ประชาชนเห็นอยู่วันนี้ เขาเห็นว่ารัฐบาลทำงานกันคนละทิศละทาง ความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยมีให้เห็นหลายครั้งในการพิจารณากฎหมายต่างๆ รวมถึงการทำงานของแต่ละกระทรวงไม่สอดประสานกัน ถ้ายังเป็นอยู่อย่างนี้ประเทศชาติและประชาชนเสียประโยชน์
เมื่ออยู่กันไม่ได้ก็ควรต่างคนต่างเดิน ไม่ควรทำงานด้วยกันต่อ
ความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทยมีแต่จะลุกลามขยายตัวขึ้นทุกวัน ไม่มีท่าทีจะกลับมาดีเหมือนเดิม ทำให้เห็นว่าประเทศไทยไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้เลย
เมื่อนายอนุทินให้สัมภาษณ์ขู่ว่าพร้อมเป็นฝ่ายค้าน จึงเป็นเรื่องถูกต้องที่สุด เพราะนายอนุทินอยู่ในภาวะที่อยู่อย่างอึดอัด
ไพ่ใบสุดท้ายของนายอนุทิน และพรรคภูมิใจไทย จะสร้างความหวั่นไหวให้นายกฯ แพทองธาร ผู้มีอำนาจปรับครม.แต่เพียงผู้เดียวตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไร
น่าจะได้คำตอบสุดท้ายในเร็ววันนี้
มันฯ มือเสือ