หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese
17 มิ.ย. 2568 - 18:46 น.

คดีฮั้วเลือก สว. มาถึงจุดพีกสุด สืบเนื่องจากคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ของ กกต. ออกหมายเรียกบุคคลที่ถูกกล่าวหา ล็อตที่ 7 อีกจำนวน 20 คน

ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น “บิ๊กเนม” พรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็น ครูใหญ่ หัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค และ สส.ยังเติร์ก ฯลฯ

นอกจากนี้ในหมายเรียกล็อต 7 มีการระบุชื่อบุคคล ถูกกล่าวหาเป็น “ผู้คิดริเริ่มกระบวนการ” ฮั้ว สว.ครั้งนี้ด้วย

เป็นบุคคลที่มีตำแหน่งระดับสูงในสภาผู้แทนราษฎร ไม่สูงที่สุด แต่อยู่ระดับรองลงมา

ทั้งนี้ หากรวม 6 ล็อตก่อนหน้า นั่นเท่ากับว่ามีบุคคลถูกออกหมายเรียกไปชี้แจงข้อกล่าวหาแล้วทั้งสิ้น 162 คน แบ่งเป็นล็อตแรก 55 คน ล็อตสอง 10 คน ล็อตสาม 24 คน ล็อตสี่ 16 คน ล็อตห้า 22 คน ล็อตหก 15 คน และล็อตล่าสุด 20 คน

การออกหมายเรียกดังกล่าว คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ ใช้อำนาจตามพ.ร.ป.กกต. ประกอบระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาด

จัดทำบันทึกแจ้งข้อหา ระบุข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานโดยสรุปจำนวน 2 ฉบับ และส่งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ 1 ฉบับ โดยมี 4 ประเด็น ได้แก่

การเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือก สว.ในระดับอำเภอ จังหวัด ประเทศ, การจ่ายเงินสดเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือก สว., การจัดทำโพยฮั้วเลือก สว. และการให้ผู้สมัครเลือก สว.ที่ผ่านระดับจังหวัดเขียนใบลาออกล่วงหน้าโดยไม่ลงวันที่

นักกฎหมายให้ความเห็นคดีนี้ว่า เนื่องจากระบบคดีของ กกต. ใช้ระบบ 3 ชั้น คานอำนาจซึ่งกันและกัน ได้แก่ ชั้นคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชั้นคณะอนุกรรมการวินิจฉัย และที่ประชุมใหญ่ กกต.

ดังนั้น ในชั้นนี้ ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 162 คน จึงยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดศาลฎีกายังไม่วินิจฉัยว่าเป็นการกระทำทุจริตเลือก สว.และเพิกถอนสิทธิ สว.

แต่หากมีพยานหลักฐานมัดแน่นในส่วนกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมใหญ่ กกต.วินิจฉัยชี้ว่า เป็นผู้มีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทำความผิดฮั้ว สว. จะมีโทษความผิดทางอาญาและเพิกถอนสิทธิตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.

ส่วนเมื่อเป็นการกระทำฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 77 (1) ย่อมเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงินตามมาตรา 77 วรรคสอง พ.ร.ป.เดียวกัน คดีสมคบกันฟอกเงิน หากกรรมการบริหารพรรครู้เห็นเป็นใจในการทุจริตเลือก สว.

ลงเอยจะมีผลต่อการ “ยุบพรรค” ตามมาหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป

มันฯ มือเสือ


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

ทิ้งหมัดเข้ามุม - อนาคตคดีสว. อนาคตภูมิใจไทย?