ความเป็นไปของนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นักการเมืองอาวุโสพรรคเพื่อไทย ผู้แทนฯ จากเชียงราย ต้องพ้นตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง และสมาชิกภาพสส.
อีกทั้งยังถูกเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง เป็นระยะเวลา 10 ปี
ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ หลังถูกสส.พรรคประชาชนยื่นร้องเกี่ยวกับการโยกงบประมาณ
เป็นอันว่าสภาต้องเตรียมเลือกบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรองประธานสภากันอีกครั้ง
ทั้งที่เพิ่งเลือกรองประธานสภาคนที่สองไปหมาดๆ คือนายฉลาดขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด นักการเมืองอาวุโสพรรคเพื่อไทย
ถ้าจำกันได้ ตอนนั้นพรรคเพื่อไทยยืนกรานว่ารองประธานคนที่สองต้องเป็นโควตาของเพื่อไทย
แต่ก็มีความเคลื่อนไหวจากพรรครวมไทยสร้างชาติ หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล อยากได้ตำแหน่งนี้เหมือนกัน และปรากฏชื่อแคนดิเดต 2 คนของพรรค
สุดท้ายพูดคุยกันลงตัวเป็นของเพื่อไทย โดยที่ไม่มีคู่แข่งจากพรรคอื่น
ดังนั้นถ้ายึดตามที่ผ่านมา รองประธานคนที่หนึ่งก็สมควรเป็นของสส.เพื่อไทย
โดยนายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการเพื่อไทย ระบุว่าขณะนี้พรรคกำลังสรรหาบุคคลขึ้นมาเป็นรองประธานสภาคนที่หนึ่ง ต้องดูตามความเหมาะสม และไม่ได้กำหนดว่าจะเป็นโควตาของสส.ภาคไหน
เบื้องต้นทราบมาว่านายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา จะบรรจุระเบียบวาระประชุมเลือกในวันที่ 7 ส.ค.2568
คือความเคลื่อนไหวของเพื่อไทย ที่ย้ำอีกครั้งว่ารองประธานสภา คนที่หนึ่ง เป็นโควตาของเพื่อไทย
ขณะเดียวกันก็มีความเคลื่อนไหว น่าสนใจต่อเรื่องนี้
เมื่อพรรคกล้าธรรม (กธ.) ที่มี ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรค และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่าที่ปรึกษาพรรค ก็แสดงความจำนงอยากได้รองประธานคนที่หนึ่ง
มีความเคลื่อนไหวผ่านนายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร ประกาศขอโอกาส กล้าธรรมแสดงผลงาน
โดยเฉพาะนายสะถิระ เผือกประพันธุ์ สส.ชลบุรี กล้าธรรม ออกมาบอกเลยว่า ตนเองคือบุคคลที่พรรคพิจารณาความเหมาะสม เพื่อเตรียมเสนอชื่อให้เป็นรองประธานคนที่หนึ่ง
ต้องรอดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป
จะเหมือนกรณีรวมไทยฯ เสนอตัว แล้วสุดท้ายตกลงกันได้ ยอมให้เป็นโควตาของเพื่อไทยเหมือนเดิมหรือไม่
ข้าวตอกแตก