หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบก.ปปป.ดำเนินการกับพระสงฆ์ระดับพระสังฆาธิการน้อยใหญ่ ตั้งแต่พระครูปลัด พระมหา พระครู พระราชาคณะ ตั้งแต่ชั้นสามัญจนถึงชั้นธรรม ที่กระทำความผิดตามกฎหมายและประพฤติผิดพระธรรมวินัยไปแล้วนับสิบรูปนั้น

เมื่อเร็วๆ นี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการสอบสวนกลาง, เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)

ร่วมกันเปิดปฏิบัติการ “ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา” นำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายทั่วประเทศ เพื่อจับกุมพระภิกษุและอดีตพระที่กระทำผิดกฎหมายในคดีต่างๆ เช่น ยักยอกทรัพย์ ลักทรัพย์ ฟอกเงิน เมาแล้วขับ เกี่ยวข้องกับยาเสพติด การพนัน บัญชีม้า รวมถึงองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

ปฏิบัติการครั้งนี้มีเป้าหมายหลักทั้งหมด 181 ราย เป็นผู้ที่ยังมีสถานะเป็นพระภิกษุ 154 รูป และที่สึกไปแล้ว 27 ราย โดยในกลุ่มพระภิกษุมีตำแหน่งสูงสุดเป็นเจ้าอาวาส

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยผลปฏิบัติการของศูนย์ป้องกันปราบปราม ภัยคุกคามและเสริมสร้างความมั่นคงในพระพุทธศาสนา ว่า จากผลปฏิบัติการสามารถจับกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดได้ 163 เป้าหมาย

สามารถจับกุมพระสงฆ์ได้ 153 รูป และยังไม่พบตัวอีก 18 เป้าหมาย

พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะเร่งดำเนินการเตรียมเปิดปฏิบัติการครั้งต่อไป โดยขอข้อมูลการร้องเรียนพระที่ละเมิดพระธรรมวินัย จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งพบว่ามีเรื่องร้องเรียนมากกว่า 4,000 เรื่อง

ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและได้สั่งการให้ตำรวจในท้องที่ เข้าตรวจสอบวัดกว่า 40,000 วัดทั่วประเทศ โดยมุ่งเป้าไปที่ตู้รับบริจาคบัญชีวัด ไวยาวัจกรวัด และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาเป็นฐานข้อมูล Big Data ในการเปิดปฏิบัติการครั้งต่อไป

ทั้งหมดทั้งมวลนี้เกิดจากความอ่อนแอของคณะสงฆ์ที่ไม่สามารถจัดการกับปัญหามิจฉาชีพและอาชญากรที่เข้ามาบวช แฝงเร้นหากินกับความศรัทธาของประชาชน!!

 

เภรี กุลาธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน