คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ รุกคดีฮั้วเลือกสว. ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน และอั้งยี่ คืบหน้าไปตามลำดับ
โดยเฉพาะจากการสืบสวนเส้นทางการเงิน บรรดาบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้ว เพื่อให้ได้มาซึ่งสว.
ยังพบความผิดปกติของนิติกรรมทางการเงินในช่วงสำคัญ
คือทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเสร็จสิ้นการเลือกสว.
จนนำไปสู่การออกหมายเรียกพยานมาสอบปากคำแล้วกว่า 100 ราย
ไม่เท่านั้น ล่าสุดชุดสอบคดียังทำหนังสือประสานไปยังวุฒิสภา เพื่อขอเอกสารเกี่ยวกับการแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิดอีกด้วย
อาทิ ผู้ช่วย ผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษาประจำตัวสว.ทั้ง 200 คน
เนื่องจากปรากฏเส้นทางการเงินถูกโอนกลับไปที่คณะบุคคลบางกลุ่มในขบวนการจัดฮั้ว
จึงต้องตรวจสอบสาเหตุที่มาของการแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว
จากนั้นจะพิจารณาเชิญมาสอบปากคำในฐานะพยานล็อตสุดท้าย เพื่อให้ชี้แจงเรื่องเส้นทางการเงิน
ดังนั้นดีเอสไอจึงเร่งให้วุฒิสภาจัดส่งเอกสารส่วนนี้มาให้ตรวจสอบด้วย
คาดว่าเมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนส่วนนี้ก็อาจจะนำไปสู่การออกหมายจับ และแจ้งข้อกล่าวหา
ขณะเดียวกันก็มีความเคลื่อนไหวอีกด้านที่ต้องติดตามกันต่อไป
กรณีกลุ่มสว.อิสระ หรือสว.เสียงข้างน้อย เข้าชื่อยื่นคำร้องถึงประธานวุฒิสภา
เพื่อขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 136 สว.ที่ถูกกล่าวหาคดีฮั้ว ว่าสมาชิกภาพสิ้นสุดลงหรือไม่
รวมทั้งขอให้สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ไปจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย
แต่เมื่อยื่นคำร้องไปแล้ว ปรากฏต่อมามีผู้ถอนชื่อออกไป ทำให้ไม่ครบ 20 คน หรือ 1 ใน 10 ของสมาชิกที่มีอยู่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เลยทำให้ชื่อไม่ครบ
แต่ล่าสุดแกนนำสว.อิสระยังไม่ท้อ เตรียมล่าชื่อยื่นใหม่อีก
โดยในวันที่ 13 ส.ค.2568 นัดเปิดรายชื่อใหม่สำหรับยื่นคำร้องอีกครั้ง
เชื่อว่าระหว่างนี้คงจะล็อบบี้กันหนัก หรือข่มขู่ เพื่อไม่ให้รายชื่อครบ
เพราะถ้าขั้นตอนการเข้าชื่อยื่นคำร้องถูกต้อง ได้จำนวนครบเมื่อไหร่
ประธานวุฒิสภาต้องส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้
เป็นความเคลื่อนไหวที่สำคัญ ทั้งชุดสอบคดีของดีเอสไอ และของกลุ่มสว.อิสระ
ข้าวตอกแตก