กระบวนการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาถึงทางแยกสำคัญ เมื่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 10 ก.ย. 2568 กลายเป็นอุปสรรคให้ต้องกลับมาคิดหาทางออกใหม่

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ สรุปท่าทีร่วม 3 พรรคใหญ่ ประชาชน เพื่อไทย และภูมิใจไทย ต่อแนวทางจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ให้สอดคล้องคำวินิจฉัยศาล 3 ข้อ

ข้อแรก การจัดทำประชามติ 2 รอบ เริ่มจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ว่าด้วยกลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ หากรัฐสภาเห็นชอบผ่าน 3 วาระจะมีประชามติรอบแรก โดยถาม 2 คำถามคือ จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเห็นด้วยกับร่างแก้ไขหมวด 15/1 หรือไม่

จากนั้นเมื่อมีร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว จึงจะมีประชามติรอบสองเพื่อถามประชาชนว่ารับหรือไม่รับร่างฉบับใหม่

ข้อสอง การจัดทำประชามติรอบแรกต้องเกิดขึ้นภายในกรอบเวลา MOA ยุบสภาใน 4 เดือนหลังรัฐบาลแถลงนโยบาย

หากแถลงปลายก.ย.ก็ต้องยุบสภาปลายม.ค.2569 ซึ่งทุกพรรคเห็นพ้อง หากผลักดันร่างแก้ไขหมวด 15/1 ผ่านได้ภายในธ.ค.นี้ก็สามารถจัดทำประชามติรอบแรกพร้อมกับการเลือกตั้งได้ทัน

ข้อสาม ทุกพรรคต้องเร่งจัดทำร่างแก้ไขหมวด 15/1 ให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม กมธ.และเข้าสู่ระเบียบวาระรัฐสภาโดยเร็ว

ส่วนคำถามที่ว่า จะยังเสนอให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร.จากการเลือกตั้งโดยตรงได้หรือไม่

นายพริษฐ์รับว่า ร่างเดิมพรรคประชาชนเสนอส.ส.ร. 200 คนจากการเลือกตั้ง แต่เมื่อมีคำวินิจฉัยศาลก็ต้องทบทวนใหม่ ออกแบบให้ประชาชนมีส่วนร่วมในรูปแบบที่ต่างไป แต่ยังยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง

สำหรับเงื่อนไขที่ต้องได้รับความเห็นชอบจาก สว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 นายพริษฐ์ระบุ ทุกพรรคต้องเร่งทำความเข้าใจ และเจรจาโน้มน้าว สว.ให้เห็นชอบ ไม่เช่นนั้นกระบวนการทั้งหมดอาจสะดุดตั้งแต่ต้นทาง

แน่นอนว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากไร้ฉันทามติจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

ที่ต้องจับตาไม่ใช่เพียงแค่ร่างของแต่ละพรรคจะออกมาอย่างไร แต่คือเสียงในรัฐสภาจะไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่

และประชาชนจะยังมีส่วนในกระบวนการนี้มากน้อยแค่ไหน

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน