นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศจะอยู่เพียง 4 เดือน เพื่อภารกิจแก้รัฐธรรมนูญ จากนั้นจะยุบสภาเลือกตั้งใหม่
โดยลงนามในเอ็มโอเอกับพรรคประชาชน จนได้คะแนนโหวตเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง มีเสียงสนับสนุนจากเดิม 146 เป็น 311
คะแนนที่งอกออกมา เป็นสส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งขณะนี้แตกเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มของนายสุชาติ ชมกลิ่น ได้รัฐมนตรีแน่นอนแล้ว 2 ว่าการกับ 1 ช่วยว่าการ
กลุ่มนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์และกลุ่มชุมพร ที่พร้อมเข้าชายคาพรรคภูมิใจไทยแล้ว
ก่อนหน้านี้ นายอนุทินเปิดตัวคนนอกมาร่วมทีม
เช่น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และนายวรภัค ธันยาวงษ์ เป็นต้น
แต่เวลาเพียงแค่ 4 เดือนหลังจากนี้ จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนได้กี่มากน้อย
นายอนุทินประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น โดยจะนำโครงการคนละครึ่งกลับมา
ปัญหาด้านเศรษฐกิจที่ผ่านมา ชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องเจอกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทั้งค่าไฟ ค่าน้ำมัน และข้าวของที่แพงขึ้น
ขณะเดียวกันก็มีหนี้สินเยอะ เงินทองที่หามาได้ต้องเอาไปใช้หนี้จนแทบไม่เหลือใช้จ่ายอย่างอื่น
นอกจากนี้ ยังมีปัญหามั่นคงด้านชายแดนจนต้องปิดด่าน ทำให้การค้าขายไม่สะดวก และยังส่งผลกระทบต่อคนทำธุรกิจในพื้นที่อย่างหนัก
อีกทั้งปัญหาสังคมที่เริ่มมาระบาดอีกครั้ง เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยาเสพติด และการพนันออนไลน์
ขณะนี้มีการอายัดบัญชีที่ต้องสงสัยว่ารับโอนจากบัญชีม้า ทำให้ประชาชนขาดความมั่นใจในระบบธนาคาร จนต้องถอนเงินสดมาเก็บไว้กับตัว
อีกประการที่ทำให้ประชาชนมองอย่างหวาดหวั่นในรัฐบาล ได้แก่ จะเข้าไปแทรกแซงคดีความที่พรรคภูมิใจไทยและเครือข่ายเข้าไปพัวพันหรือไม่
ทั้งคดีฮั้วเลือกสว.-ที่ดินเขากระโดง-สนามบินและรันเวย์ส่วนตัวที่มีปัญหา!!
เภรี กุลาธรรม