รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภาช่วงปลายเดือนนี้
การอภิปรายของฝ่ายค้านถูกจับตามองไม่แพ้กัน โดยเฉพาะจากพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน ที่ประกาศจุดยืนจะตรวจสอบอย่างเข้มข้นในทุกมิติ
เพื่อไทยจัดทีมหลัก นำโดย นายสุทิน คลังแสง นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว
วางแนวทางอภิปรายไว้ 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ นโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา โดยจะเน้นตรวจสอบความเป็นไปได้ในการดำเนินการภายใน 4 เดือน และความเชื่อมโยงกับผลประโยชน์ของประชาชน
อีกเรื่องคือ คุณสมบัติรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นลักษณะต้องห้าม ความรู้ความสามารถ หรือประวัติที่อาจมีข้อครหา
นพ.ชลน่านย้ำว่า การแต่งตั้งบุคคลเป็นรัฐมนตรี คือ หัวใจความน่าเชื่อถือของรัฐบาล เป็นประเด็นสำคัญที่พรรคจะไม่ละเลยในการอภิปราย
ขณะที่พรรคประชาชน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ยืนยันบทบาทฝ่ายค้านเต็มตัว แม้จะเป็นพรรคร่วมโหวตนายอนุทิน เป็นนายกฯ แต่วันนี้ยืนหยัดในบทบาทตรวจสอบรัฐบาล
โดยวางไว้ 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ ติดตามการปฏิบัติตาม MOA ที่มีกรอบเวลา 4 เดือน รวมถึงทิศทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ตรวจสอบคดีเก่า-ปมเดิมอย่างกรณี “ฮั้วสว.” และ “ที่ดินเขากระโดง” โดยมี นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร นำทีมอภิปราย
ประสิทธิภาพนโยบายเศรษฐกิจระยะสั้น เช่น โครงการคนละครึ่ง ว่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างแท้จริง หรือเพียงสร้างคะแนนนิยม
คุณสมบัติรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยเฉพาะกรณีผลประโยชน์ทับซ้อน และความเกี่ยวโยงกับคดีการเมือง รวมถึงจุดยืนนโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย ที่สังคมยังตั้งคำถาม
นายพริษฐ์เน้นย้ำว่า จะจับตานโยบายทุกข้อที่รัฐบาลแถลง และประเมินว่านโยบายใดตอบโจทย์ประชาชนจริง หรือเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการเมืองก่อนเลือกตั้งใหญ่
เวทีแถลงนโยบายที่คาดว่ามีขึ้น 29-30 ก.ย.นี้ จึงไม่ใช่แค่พิธีกรรม แต่คือจุดเริ่มต้นการนับถอยหลัง 4 เดือนก่อนยุบสภา ตามที่พรรคประชาชนวางเงื่อนไขไว้กับพรรคภูมิใจไทย
จึงต้องจับตาการแถลงของรัฐบาล และการอภิปรายของฝ่ายค้านอย่างใกล้ชิด
เพราะเป็นเวทีที่ประชาชนจะได้เห็นทั้ง “วิสัยทัศน์” และ “จุดอ่อน” ของรัฐบาลเฉพาะกิจชุดนี้
ก่อนประเทศจะเดินหน้าเข้าสู่โหมดเลือกตั้งใหญ่อีกครั้ง
มันฯ มือเสือ