พรรคการเมืองใหญ่กำลังเสนอโมเดลแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งน่าสนใจดังนี้

พรรคประชาชน เสนอจำนวนผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ 35+100 คน มาจากคณะบุคคล 2 ชุด ทำงานคู่ขนานกัน ได้แก่

คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 70 คน โดยใช้ระบบบัญชีรายชื่อที่ให้ผู้สมัครสมัครเป็นทีม และใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง

จากนั้น ให้รัฐสภาคัดเลือกเหลือ 35 คน แบ่งสัดส่วนตามสส., สว.และพรรคการเมือง

ขณะนี้มีสมาชิกรัฐสภามีทั้งหมดจำนวน 700 คน เท่ากับว่าสมาชิกรัฐสภา 20 คน มีสิทธิรวมตัวกันเพื่อเสนอชื่อกมธ.ยกร่างได้ 1 คน

ตามสูตรนี้ สว. จะมีสิทธิกำหนดตัวกมธ.ยกร่างมากที่สุด 10 คน ตามด้วยพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยมีสิทธิเสนอชื่อพรรคละ 7 คน โดยพรรคภูมิใจไทยเสนอชื่อมือยกร่างรัฐธรรมนูญได้ 3 คน

นอกจากนี้ ให้มีสภาที่ปรึกษาการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 100 คน ทำหน้าที่รับฟังความเห็นประชาชนและสะท้อนความเห็นต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยใช้ระบบแบ่งเขตที่ให้ผู้สมัครสมัครเป็นรายบุคคล และใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง จังหวัดละ 1-5 คนตามจำนวนประชากร

พรรคเพื่อไทย เสนอจำนวนผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ : 151 คน มาจากคณะบุคคล 2 ชุดหลัก ประกอบด้วย

ส.ส.ร.จังหวัด จำนวน 100 คน มีที่มาจากการเลือกของทั้งประเทศรวม 300 คน จากนั้นให้รัฐสภาคัดเลือกเหลือ 100 คน

ส.ส.ร. คัดเลือก จำนวน 51 คน มาจากการเสนอชื่อจากสภาผู้แทนราษฎรและคณะรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ให้มีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 27 คน แบ่งเป็น 14 คนเลือกจาก ส.ส.ร. 151 คน และอีก 13 คนเลือกจากผู้เชี่ยวชาญ ด้านนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์

พรรคภูมิใจไทย เสนอจำนวนผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 99 คน มาจาก 2 ประเภท

ส.ส.ร. จังหวัด จำนวน 77 คน โดยให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดรับสมัครผู้ประสงค์จะเป็น ส.ส.ร. จากนั้นให้รัฐสภาคัดเลือกเหลือจังหวัดละ 1 คน รวม 77 คน

ส.ส.ร. ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 22 คน มีที่มาจากภาควิชาการ ด้านนิติศาสตร์ 7 คน ด้านรัฐศาสตร์ 7 คน และผู้เชี่ยวชาญ 8 คน

โดยให้ส.ส.ร. เป็นผู้เลือกบุคคลเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ

เมื่อมองจากสูตรของพรรคการเมืองทั้ง 3 พรรค แนวทางของพรรคแรกน่าจะเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด ตามด้วยพรรคเพื่อไทย

ขณะที่แนวทางพรรคภูมิใจไทยนั้น มีข้อกังขามากที่สุด!!!

เภรี กุลาธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน