คอลัมน์ ข่าวสดหลากหลาย

จันท์เกษม รุณภัย ภาพ-แอนดรอยด์อูธอริตี/เอ็นแก๊ดเจ็ต

“หัวเว่ย” สมาร์ตโฟนเบอร์หนึ่งของจีน “ปล่อยของ” ระดับพรีเมียม ด้วยดีไซน์เรียบหรู สเป๊กระดับไฮ-เอนด์ ติดเลนส์ถ่ายภาพจากค่ายดังอย่างไลก้า ด้วยรุ่นพี 10 (P10) และ พี 10 พลัส (P10 Plus) เว็บไซต์ “แอนดรอยด์อูธอริตี” นำมาทดสอบได้ผลดังนี้

การออกแบบ

เน้นสวยงามและเรียบหรูน่าใช้คล้ายรุ่นพี่ พี 9 และพี 9 พลัส แต่เปลี่ยนขอบทั้ง 4 ด้านที่มีความโค้งมน จนดูไปแล้วคล้ายๆ ไอโฟน 7 จากค่ายแอปเปิ้ล

ตัวเครื่องของ พี 10 และ พี 10 พลัส ทำจากอะลูมิเนียมชั้นดี ผสมผสานความโค้งมนเข้าไปในทุกสรีระของเครื่อง ขณะที่ปุ่มควบคุมทุกอย่างจะอยู่ที่ขอบด้านขวา (หันหน้าจอเข้าหาตัวผู้ใช้)

ทั้งสองรุ่นมีความบางเพียง 7 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบา ถือได้ไม่เมื่อยมือ เรียกว่ายังคงไฮไลต์ความดีงามของตระกูลพีไว้แทบทุกประการ พร้อมพอร์ตยูเอสบี ไทป์-ซี

ด้านหลังของตัวเครื่องเป็นที่อยู่ของระบบเลนส์คู่จากไลก้า พร้อมแอลอีดีแฟลชแบบทูโทน อยู่บริเวณกระจกส่วนบนที่เรียกว่า กลาส ไวเซอร์ ตัวเครื่องที่เหลือลงมาด้านล่างเป็นอะลูมิเนียมพื้นหยาบอาบสีที่มีให้เลือกหลายแบบ รวมไปถึงลวดลาย หรือเท็กซ์เจอร์ อย่างไฮเปอร์ ไดมอนด์-คัต มีเฉพาะในสีฟ้า ดาซซ์ลิ่ง บลู และสีทอง ดาซซ์ลิ่ง โกลด์

อีกหนึ่งจุดที่มีดีไซน์แตกต่างไป เซ็นเซอร์ตรวจลายนิ้วมือ หรือฟิงเกอร์ พรินต์ สแกนเนอร์ ย้ายจากด้านหลังเครื่องไปไว้ด้านหน้าเครื่องแทน โดยไม่ได้เป็นปุ่มแบบฟีสิคัล ดังนั้นเมื่อสแกนเนอร์ทำงานผู้ใช้จะรับรู้ได้จากการที่เครื่องสั่นเบาๆ

นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังปรับแต่งฟังก์ชันของสแกนเนอร์ดังกล่าวได้ อาทิ แตะหนึ่งครั้งเพื่อถอยไปหนึ่งขั้น แตะค้างไว้เพื่อกลับไปหน้าหลัก ใช้นิ้วป้ายจากซ้ายไปขวาเพื่อเปิดแอพพลิเคชั่นที่กำหนด หรือป้ายจากด้านล่างขึ้นไปขวาบนเพื่อเรียกใช้ Google Assistant ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ผู้ช่วยจากกูเกิ้ล

ฟังก์ชันดังกล่าวใช้งานสะดวกและมีประสิทธิภาพอย่างน่าแปลกใจ ทั้งเพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้สามารถควบคุมสมาร์ตโฟนได้รวดเร็วกว่าปุ่มปกติที่ให้มา ในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ นูกาต ใหม่ล่าสุดจากกูเกิ้ล อย่างไรก็ตาม ปุ่มแบบฟีสิคัลนั้นน่าจะมีข้อดีกว่าเรื่องความทนทาน

จอภาพและขนาด

ขนาดของ พี 10 นั้นค่อนข้างถือจับได้มั่นใจกว่า พี 10 พลัส เนื่องจาก พี 10 มีหน้าจอภาพขนาด 5.1 นิ้ว เมื่อเปรียบเทียบกับจอภาพขนาด 5.5 นิ้ว ในรุ่น พี 10 พลัส ทั้งสองรุ่นใช้จอภาพแบบ IPS-NEO LCD ภายใต้กระจกเสริมแกร่ง Gorilla Glass 5 จากค่ายคอร์นนิ่ง

พี 10 มีเรโซลูชั่นแบบฟูลเอชดี หรือ 1,920×1,080 พิกเซล มีความหนาแน่นพิกเซล 431 พิกเซลต่อตารางนิ้ว หรือพีพีไอ ส่วนรุ่น พี 10 พลัส มีเรโซลูชั่นแบบคิวเอชดี หรือ 2,560×1,440 พิกเซล มีความหนาแน่นพิกเซล 534 พีพีไอ ถือว่ามีความหนาแน่นพิกเซลมากขึ้นถึงร้อยละ 25 อย่างไรก็ตาม พี 10 พลัส มีฟังก์ชันพิเศษของหน้าจอที่จะขยายภาพและตัวอักษรให้มีขนาดใหญ่กว่ามาตรฐาน ทำให้เรโซลูชั่นที่มากขึ้นอาจไม่ส่งผลดีเท่าที่ควร

หน้าจอ IPS ของทั้งสองรุ่น มีองศาการมองที่ยอดเยี่ยมไม่ทำให้สีของภาพเปลี่ยนแปลงไป มีความสว่างสูงเกือบ 600 นิต มองเห็นได้ภายใต้แสงอาทิตย์นอกอาคาร สีสันมีความนุ่มนวลต่อสายตาตามแบบฉบับจอ LCD มีโทนสีค่อนไปทางเย็น แต่ทั้งหมดสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของผู้ใช้

ประสิทธิภาพ

พี 10 และ พี 10 พลัส ใช้ขุมพลังประมวลผลจากชิพ Kirin 960 รุ่นใหม่ล่าสุดจากค่ายไฮซิลิกอน (HiSilicon) ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาชิพประมวลผลในเครือของหัวเว่ย ร่วมกับชิพกราฟิก Mali-G71 MP8 โดย Kirin 960 เป็นหน่วยประมวลผลกลาง หรือซีพียู แบบ อ๊อกตา-คอร์ (8 คอร์)

เครื่อง พี 10 และ พี 10 พลัส มีความลื่นไหลไม่สะดุด เล่นเกมกราฟิกสูงได้สบาย ควบรวมกับหน่วยความจำแรม 4 กิกะไบต์ (GB) ใน พี 10 และ 6 GB ใน พี 10 พลัส ส่วนหน่วยเก็บข้อมูลภายในเครื่องทั้งสองรุ่นเริ่มที่ 64 GB พร้อมสนับสนุน microSD-card

ระบบการเรียนรู้ของเครื่องที่เป็นไฮไลต์ของเมต 9 เรือธงปีที่แล้ว ยังใส่ไว้ใน พี 10 และ พี 10 พลัส ทำให้แอพฯทุกชนิดบู๊ตอัพเร็วขึ้นร้อยละ 20 และคอยดูแลไม่ให้โอเอสของเครื่องทำงานช้าลงเมื่อเครื่องเริ่มเก่า โดยอาศัยการเรียนรู้จากพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้

ด้านลำโพงของ พี 10 และ พี 10 พลัส นั้นอยู่ที่ด้านล่างของเครื่อง ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี และเสียงดัง อย่างไรก็ดี สมาร์ตโฟนที่มีขนาดใหญ่ระดับนี้ควรจะเป็นลำโพงสเตอริโอแทน ส่วนคุณภาพเสียงนั้นยังทำได้ไม่ดีเท่ากับของเน็กซัส 6 พี (Nexus 6P) จากกูเกิ้ล ดังนั้นใครที่ต้องการซื้อสมาร์ตโฟนแล้วต้องการลำโพงนอกเสียงเยี่ยมก็ข้ามไปได้เลย

มาถึงฟังก์ชันหลักอย่าง “การโทรศัพท์” พี 10 และ พี 10 พลัส มีฟีเจอร์พิเศษอย่าง “Loud Voice” ช่วยให้เสียงสนทนาดังชัดเจนกว่าปกติ มีประโยชน์มากในบริเวณที่มีเสียงรอบข้างดัง ทำให้ไม่ต้องเปิดลำโพงด้านนอกในการสนทนาให้คนอื่นฟังด้วย

แบตเตอรี่

ความที่ใช้แบตเตอรี่ขนาด 3,750 มิลลิแอมป์ชั่วโมง (mAh) จึงเปิดจอทิ้งไว้ที่ความสว่างสูงสุดนานถึง 6 ชั่วโมง ส่วน พี 10 ก็ไม่น้อยหน้า ภายในมีแบตเตอรี่ขนาด 3,200mAh เปิดหน้าจอความสว่างสูงสุดได้ราว 5 ชั่วโมง ขณะที่การชาร์จแบตเตอรี่ในสมาร์ตโฟนทั้ง 2 รุ่นนี้ ชาร์จได้ถึงร้อยละ 50 ในเวลา 30 นาที ด้วยฟังก์ชัน Supercharge ของหัวเว่ย ที่แถมมาแล้วกับอแด็ปเตอร์ในกล่อง เรียกว่า เกือบจะเร็วที่สุดแล้วในอุตสาหกรรมตอนนี้

กล้องถ่ายภาพ

คุณภาพของกล้องถ่ายภาพในแบรนด์หัวเว่ย โดยเฉพาะตระกูลพีนั้น เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเป็นฟีเจอร์ที่ทำให้ทั้งตระกูลพี และเมตนั้นกลายมาเป็นที่สนใจของผู้บริโภคอย่างมาก โดยกล้องเลนส์คู่จากไลก้าใน พี 10 และ พี 10 พลัส นั้นเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นก่อน

เริ่มที่ พี 10 กล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เลนส์ Summarit-H จากไลก้า รูรับแสง เอฟ/2.2 มาพร้อมกับ monochrome sensor ความละเอียด 20 ล้านพิกเซลเว็บไซต์รีวิวกล้องถ่ายภาพชื่อดังให้คะแนน พี 10 ไว้ถึง 87 คะแนน

ขณะที่กล้องด้านหน้าของ พี 10 และ พี 10 พลัส นั้นเปลี่ยนมาใช้เลนส์ไลก้าเช่นกัน ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เอฟ/1.9 ถ่ายภาพในที่มืดได้ดี และมีโหมดเซลฟี่พิเศษอย่าง “Perfect Selfie” ให้ผู้ใช้ถ่ายภาพหลายมุมประกอบของใบหน้าประกอบกันเพื่อสร้างโครงหน้าที่งดงามด้วยการให้ผู้ใช้ปรับแต่งใบหน้าตัวเองได้

ใครที่มองหากล้องเซลฟี่แบบดีงามน่าลองพิจารณา พี 10 และพี 10 พลัส เพราะทั้ง 2 รุ่นนี้มีระบบการปรับแต่งที่เยอะสิ่ง จนต้องเรียกว่า หัวเว่ยกำลังหมกมุ่นกับโหมดเซลฟี่มากเลยก็ว่าได้

เช่นเดียวกันกับกล้องหลังที่มีระบบปรับแต่งภาพมาให้ครบครันแล้ว ไม่ว่าจะเป็น HDR, panorama, light shot, light painting, time lapse, slow motion และอื่นๆ ให้ดาวน์โหลดเพิ่มได้อีก

พี 10 และ พี 10 พลัส ถ่ายภาพได้ทั้งความละเอียด 20 และ 12 ล้านพิกเซล ในอัตราส่วน 4:3 และ 16:9 ที่ความละเอียด 9 ล้านพิกเซล สนับสนุนการถ่ายภาพแบบ RAW ใครที่ชอบเล่นเรื่องถ่ายภาพบอกเลยว่าต้องหาโอกาสไปลองเล่น พี 10 และ พี 10 พลัส เพราะภาพรวมแล้วกล้องของ พี 10 และ พี 10 พลัส พิสูจน์แล้วว่าระบบเลนส์คู่ หรือดูอัล-เลนส์ ทำงานได้ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะเลนส์ภาพขาวดำที่ความละเอียดถึง 20 ล้านพิกเซล

สำหรับหัวเว่ย ประเทศไทย จะวางจำหน่าย พี 10 (รุ่น 32 GB) ราคา 17,900 บาท พี 10 (รุ่น 64 GB) ราคา 19,900 บาท และ พี 10 พลัส ราคา 23,900 บาท โดยจะรับพรีออร์เดอร์ตั้งแต่วันที่ 17-26 มี.ค.นี้ ที่ตัวแทนจำหน่ายหัวเว่ยทุกสาขา ก่อนจะจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 มี.ค. เป็นต้นไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน