คะแนน 9/10
Pro
1. หนึ่งในสมาร์ตโฟนที่งดงามล้ำหน้าอย่างที่สุด
2. สมาร์ตโฟนเครื่องแรกของโลกที่มาพร้อม Bluetooth 5.0
3. สเป็คแรงสุดติ่ง รองรับทุกการใช้งานรอบด้าน
4. Samsung Experience ออกแบบใหม่ ใช้งานมือเดียวง่าย
5. จอภาพออกแบบใหม่ให้ความคมชัดแบบ QHD+
6. มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68
Con
1. ไม่มีกล้อง Dual-lens
2. Bixby ยังไม่โดดเด่น
3. ตำแหน่ง Finger-print sensor ไม่เหมาะสม
4. แพง
จันท์เกษม รุณภัย
มั่นใจว่าบางคนที่จองเครื่อง ซัมซุง กาแล็กซี เอส 8 เรือธงรุ่นล่าสุดของค่ายซัมซุง ประเทศเกาหลีใต้ ราชาสมาร์ตโฟนฝั่งระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์น่าจะได้เครื่องมาไว้ในมือกันเรียบร้อยแล้ว
แต่สำหรับลูกค้าส่วนใหญ่ที่ยังชั่งใจอยู่ว่าจะซื้อหรือไม่ดีนั้น วันนี้ ทีมไอที ข่าวสด นำความเห็นรีวิวมาให้ชมกันเพื่อช่วยในการตัดสินใจ หลังทีมข่าวสดใช้ กาแล็กซี เอส 8 เป็นสมาร์ตโฟนหลักมานานราวครึ่งเดือน ดังนี้
Specs อัดแน่น
ฮาร์ดแวร์และฟีเจอร์ต่างๆ ของกาแล็กซี เอส 8 นั้นถือว่าเหลือกิน สมกับที่เป็นเรือธง ตั้งแต่มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นเข้าแบบ IP68 ชิพประมวลผล Samsung Exynos 8895 Octa และและหน่วยประมวลผลกราฟฟิก หรือจีพียู Adreno 540 ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตแบบใหม่ที่ 10 นาโนเมตร เทียบได้กับการอัดทรานซิสเตอร์ 10,000 ตัวลงไปในพื้นที่เล็กเท่าเส้นผมมนุษย์ มีประสิทธิภาพการคำนวณเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และกราฟฟิกร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน หน่วยความจำแรม LPDDR4 4 กิกะไบต์ (GB) หน่วยความจำภายในรุ่นเดียว 64GB เป็นแบบ UFS2.1 และกระจกเสริมแกร่งกอริลล่า กลาส 5 บนจอภาพขนาด 5.8 นิ้ว (6.2 นิ้ว สำหรับกาแล็กซี เอส 8 พลัส) ยูเอสบี ไทป์-ซี รองรับ Fast-Charging และการชาร์จไฟแบบไร้สายทั้ง 2 มาตรฐาน ในกล่องมีอแด็ปเตอร์ สายชาร์จ 1 เส้น หัวแปลงยูเอสบี ไทป์-ซี และเข็มเจาะเปลี่ยนซิมการ์ด
Design
“ยอดเยี่ยม” เป็นดีไซน์ที่สวยงามและลงตัวอย่างที่สุดเท่าที่เหล่าทีมนักออกแบบของซัมซุงเคยนำเสนอมา ถือเป็นพัฒนาการครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนของโลก นับตั้งแต่ไอโฟนของแอปเปิ้ลจุดกระแสคลั่งไคล้สมาร์ตโฟนขึ้นมา ดีไซน์ของกาแล็กซี เอส 8 ทีมข่าวสดกล่าวได้อย่างเต็มปากว่าเป็นการออกแบบที่ล้ำหน้าที่สุดแล้วจากซัมซุงในปัจจุบัน

กาแล็กซี เอส 8 มีขนาดยาว 148.9 กว้าง 68.1 หนา 8 มิลลิเมตร และน้ำหนักอยู่ที่ 155 กรัม หากสังเกตจากตัวเลขแล้วจะพบว่า กาแล็กซี เอส 8 นั้นแคบและยาวกว่ากาแล็กซี เอส 7 เล็กน้อย เพราะงวดนี้ ซัมซุง ออกแบบมาเพื่อคำนึงถึงการใช้งานมือเดียว ภายใต้จอภาพแบบใหม่ที่ขยายจนเกือบเต็มด้านหน้าของสมาร์ตโฟน ภายใต้ชื่อว่า อินฟินิตี้ดิสเพลย์ บนอัตราส่วนใหม่ 18.5:9 ให้ภาพสีสันสดใส และดำลึก สมศักดิ์ศรี Super AMOLED จอภาพที่ดีที่สุดในสมาร์ตโฟนตอนนี้ ที่เรโซลูชั่น 2,960×1,440 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซล 570 พิกเซลต่อตารางนิ้ว (พีพีไอ) รองรับเทคโนโลยีภาพแบบ HDR (High-Dynamic-Range imaging)
Bluetooth 5.0 เครื่องแรกของโลก
ต้องกล่าวถึงอย่างยิ่ง คือ จุดเด่นนี้ที่น่าแปลกใจเพราะซัมซุงไม่นำเสนอเลย ทั้งที่ กาแล็กซี เอส 8 เป็นสมาร์ตโฟนเครื่องแรกของโลกที่มาพร้อมกับระบบรองรับสัญญาณ บลูทูธ 5.0 ซึ่งถือเป็นพัฒนาการก้าวกระโดดอย่างสูงในวงการบลูทูธ จากข้อมูลของสมาคมผู้พัฒนาบลูทูธ ระบุว่า บลูทูธ 5.0 มีคุณสมบัติความเร็วในการส่งข้อมูลเร็วเป็น 2 เท่า ช่วยลดดีเลย์ของสัญญาณเวลาส่งข้อมูลต่างๆ รัศมีคลื่นเป็น 4 เท่า ซึ่งข้อนี้เป็นข้อด้อยของบลูทูธ 4.0 เสมอมาอยู่ที่ราว 50 เมตร แบบไม่มีสิ่งกีดขวาง และราว 10 เมตรมีสิ่งกีดขวาง เพิ่มเป็น 200 และ 40 เมตรตามลำดับ ต่อมาคือมีแบนด์วิธ หรือถนนข้อมูลกว้างเป็น 8 เท่า ส่งผลให้คุณภาพของคอนเทนต์ที่ส่งผ่านบลูทูธเพิ่มขึ้นอย่างมาก อาทิ คลิปวิดีโอความละเอียดสูง และเสียงดนตรีคุณภาพสูง (Hi-Res Audio) ด้วยคุณสมบัตินี้ทำให้กาแล็กซี เอส 8 มีฟังก์ชั่นใหม่ เรียกว่า “ดูอัล ออดิโอ” (Dual Audio) ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถเล่นเพลงคุณภาพสูงออกไปยังลำโพงบลูทูธได้พร้อมกันถึง 2 เครื่องในเวลาเดียวกัน สถานการณ์เช่นนี้ คือ การที่ผู้ใช้มีลำโพงไร้สายอยู่ในคนละห้อง แต่ต้องการเปิดเพลงให้ดังทั้ง 2 ห้องเป็นต้น
Handling & Display
ความรู้สึกแรกที่รับรู้ได้ทันทีเมื่อถือกาแล็กซี เอส 8 ไว้ในมือ คือ ความแน่นหนาของวัสดุที่ใช้และคุณภาพการประกอบที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ทีมข่าวสดเคยทดสอบสมาร์ตโฟนของซัมซุงมา ตัวเครื่องรู้สึกได้ทันทีว่ามีน้ำหนักมากขึ้นเล็กน้อยช่วยเสริมความรู้สึกหรูหรามีราคา ให้ความรู้สึกกระชับมือและนุ่มนวลจากส่วนเว้าโค้งของจอทั้งหน้าและหลังถือว่าทำได้ดีมาก
การใช้งานมือเดียวนั้นทำได้อย่างง่ายดายและคล่องแคล่ว เพราะการยศาสตร์ภายนอกนั้นสอดรับกับซอฟต์แวร์ภายใน หรือทัชวิซ ที่ทางซัมซุงออกแบบมาใหม่ทั้งรูปลักษณ์ไอคอนที่โค้งเว้าและความลื่นไหล อาทิ การใช้นิ้วเขี่ยขึ้นลงบนที่ว่างบนจอภาพจะเท่ากับเป็นการแสดงแอพพลิเคชั่นในเครื่องขึ้นมาให้เลือก ไม่ต้องถือมือหนึ่งแล้วใช้อีกมือหนึ่งจิ้มที่ปุ่มแอพขวาล่าง โดยปุ่มนี้ใน กาแล็กซี เอส 8 ถูกนำออกไปแล้ว บอกเลยว่าสะดวกกว่าเดิมมาก การปรับแต่ง การแคปเจอร์หน้าจอและแบ่งปันไปยังกลุ่มเพื่อนในแอพพลิเคชั่นต่างๆ ทำได้อย่างรวดเร็วแล้วง่ายดาย
กาแล็กซี เอส 8 จะไม่มีปุ่มโฮมอีกต่อไป โดยปุ่มโฮม ปุ่มย้อนกลับ และปุ่มแสดงแอพที่เกิดอยู่ กลายเป็นปุ่มบนทัชสกรีนไปแล้ว โดยทางซัมซุงยังสลับที่เอาปุ่มย้อนกลับมาไว้ด้านขวา และเอาปุ่มเลือกแอพที่เปิดอยู่ไปไว้ด้านซ้าย เหมือนกับโอเอสแอนดรอยด์ของกูเกิ้ล โดยรุ่นนี้จะมาพร้อมกับแอนดรอยด์ 7.0 นูกเก็ต
เรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในหมู่สาวก เพราะหลายคนยังชื่นชอบปุ่มแบบโฮมแบบเก่าที่เป็นแบบกดนอกจอ แต่จากการทดสอบของทีมข่าวสด พบว่า การดีไซน์ปุ่มทั้ง 3 ด้านล่างใหม่มาไว้บนจอนั้นทำได้ดีเยี่ยม และให้ประสบการณ์การใช้ที่ดีเทียบเท่าของเดิม หรืออาจดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ ทั้งยังทำให้สอดคล้องกับดีไซน์ของจออินฟินิตี้ดิสเพลย์ ผู้ใช้ในช่วงแรกที่ไม่คุ้นเคยอาจจะต้องใช้เวลาสักพัก แต่เพื่อใช้จนชินแล้วบอกเลยว่าจะไม่ยอมกลับไปใช้ปุ่มกดแบบเก่าอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ปุ่มโฮมใหม่ของ กาแล็กซี เอส 8 ยังมีระบบ 3ดี ทัช ที่ผู้ใช้สามารถเลือกกดแรงได้ โดยตัวเครื่องจะสั่นลึกเพื่อแสดงให้ผู้ใช้รับรู้ว่าผู้ใช้กำลังกดปุ่มโฮมแบบกดแรง ต่างไปจากการกดเบา (กลับหน้าหลัก) และกดค้าง (Google Assistant)
ทีมข่าวสดมองว่า ปุ่มโฮมบนหน้าจอนั้นจะเป็นเทรนด์ต่อไปของสมาร์ตโฟนเช่นเดียวกันอัตราส่วนจอใหม่ที่จะขยายจนเต็มด้านหน้ามากขึ้น เหมือนกันกับด้านหลังของเครื่องที่ถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ไม่ได้ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นเรื่องปกติวิสัยไปแล้ว
อุปกรณ์ภายในกล่องที่แถมมา
แต่ผู้ใช้ไม่ต้องห่วงเรื่องพอร์ตภายนอก เพราะซัมซุงยังคงพอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มม. ไว้เช่นเดิม อยู่ที่ด้านล่างของเครื่อง ซึ่งมีพอร์ตยูเอสบี ไทป์-ซี และลำโพงแบบโมโน ส่วนด้านบนจะเป็นช่องใส่ซิมการ์ดแบบไฮบริด นั่นคือ ผู้ใช้เลือกใส่ 2 ซิมก็ได้ หรือจะใส่ซิมการ์ดแบบนาโนกับการ์ดไมโครเอสดี เช่นเดียวกันกับกาแล็กซี เอส 7 ส่วนปุ่มพาวเวอร์และปรับเสียงยังอยู่ด้านเดิม แต่แถมปุ่มใหม่มาเป็นปุ่มเพื่อเรียกใช้งาน บิ๊กซ์บี (Bixby) ปัญญาประดิษฐ์ผู้ช่วยที่ทางค่ายซัมซุงกำลังพัฒนาอยู่
ขณะที่ตราซัมซุงบนจอด้านหน้านั้นไม่มีแล้ว ที่ว่างบนล่างก็เหลือเพียงเล็กน้อยพอที่วางเซ็นเซอร์ไว้ได้ โดยตัวเซ็นเซอร์นั้นยังลงลึกถึงรายละเอียดด้วยการเจียขอบเลนส์ให้มีความโค้งเว้าผสานกับความใสของเลนส์ที่จะเล่นกับแสง ราวกับว่าสมาร์ตโฟนของผู้ใช้นั้นประดับประดาไปด้วยอัญมณีล้ำค่าบนเครื่อง บวกกับขอบจอสไตล์เอดจ์ทำให้ กาแล็กซี เอส 8 นั้นเป็นสมาร์ตโฟนที่มีรูปร่างเซ็กซี่สวยงาม และถือจับสบายมือมากที่สุดเท่าที่ข่าวสดเคยทดสอบมา
อย่างไรก็ตาม เสียงจากลำโพงของกาแล็กซี เอส 8 นั้นแม้จะรู้สึกได้ว่าดีขึ้น (เบสมาเยอะขึ้น) แต่ข่าวสดมองว่า น่าจะทำได้ดีกว่าที่เป็น และยังคงต้องตั้งคำถามว่า เมื่อไหร่ซัมซุงจะเปิดระบบลำโพงสเตอริโอในเรือธงเสียที (ทั้งๆ ที่รองรับอยู่แล้ว)
นอกจากนี้ ประสบการณ์การพิมพ์บนแป้นพิมพ์ปกติที่ทางซัมซุงให้มากับเครื่องนั้น ทีมข่าวสดพบว่า มีอัตราการพิมพ์พลาดบ่อยมากขึ้น คาดว่า มาจากความที่เครื่องมีความแคบลง ทำให้ปุ่มแน่นและมีขนาดเล็กข้นเล็กน้อย ผู้ใช้ที่มีนิ้วใหญ่อาจต้องใช้ความระวังมากขึ้น แต่ปัญหานี้ลดลงมาก เมื่อเปลี่ยนแป้นพิมพ์ไปใช้แอพอื่น อาทิ Keyboard แม่นแม่น
การรับชมคอนเทนต์วิดีโอบนอัตราส่วน 18.5:9 นั้น คอนเทนต์ส่วนใหญ่ในโลกยังไม่รองรับ ส่งผลให้จะมีแถบสีดำประกบทั้งสองด้าน แต่ตัวกาแล็กซี เอส 8 มีฟังก์ชั่นให้เลือกปรับอัตราส่วนอัตโนมัติได้ ข้อเสียก็คือ ภาพที่ได้อาจถูกตัดออกไปบางส่วน แต่ในอนาคตคอนเทนต์ต่างๆ จะเริ่มทยอยออกมารอบรับอัตราส่วนที่ว่า ปัจจุบัน Youtube รองรับแล้ว และ Netflix กำลังทยอยรองรับ
The Back & Camera
มาถึงด้านหลังของเครื่องบ้าง กาแล็กซี เอส 8 มีลวดลายด้านหลังที่เปลี่ยนไปในรายละเอียด โดยเฉพาะในสีใหม่อย่าง เทากล้วยไม้ (Orchid Gray) ออกแนวดำๆ เทาๆ ประกายม่วง (นึกถึงสีเทาของรถยนต์ฮอนด้า รุ่น HR-V คล้ายกันๆ) ทำออกมาได้ดีมาก ตัวเลนส์กล้องหลังเรียบเสมอกับเครื่อง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล สเป็คคล้ายกันกับกล้องกาแล็กซี เอส 7 ส่วนกล้องหน้าอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล รองรับถ่ายวิดีโอ 4K ด้านซ้ายเป็นเซ็นเซอร์ชีพจรและแฟลชแอลอีดี ส่วนด้านขวาของเลนส์กล้องหลังเป็นเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ หากผู้ใช้รู้สึกถูกใจกับกล้องกาแล็กซี เอส 7 ก็ถือว่าไม่มีปัญหา
การใช้งานระบบรักษาความปลอดภัย ซัมซุงออกแบบระบบมาให้เชื่อมโยงกันทั้งลายนิ้วมือ การปลดล็อกด้วยใบหน้า หรือเรติน่า และรหัสปลดล็อก ผู้ใช้สามารถเลือกปลดทางใดทางหนึ่งก็ได้ แต่ทุกระบบจะเปิดอยู่ตลอด อย่างไรก็ตาม เรติน่าสแกนเนอร์กับการปลดล็อกด้วยใบหน้า จะต้องเลือกเอาอันใดอันหนึ่ง จากการทดสอบพบว่า เรติน่าสแกนเนอร์ ทำงานได้แม่นยำรวดเร็วในสภาพแวดล้อมที่แสงไม่พอ และแสงเพียงพอ แต่ทำงานได้ไม่ดีในที่แสงจ้า (กลางแจ้ง) คาดว่าน่าจะเป็นเพราะคุณสมบัติของแสงอินฟราเรดที่ถูกรบกวนจาก Exposure ขณะที่การปลดล็อกด้วยใบหน้าก็ทำงานได้แม่นยำ แต่สามารถปลอมแปลงได้ เช่น ปรินต์รูปใบหน้าผู้ใช้ลงกระดาษแล้วใช้หลอกเครื่อง การปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือนั้นดีเยี่ยม รวดเร็วและเเม่นยำที่สุดในบรรดาเทคนิคทั้งหมดที่กล่าวมา
ทีมข่าวสด มองว่า ตำแหน่งของเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือนั้นทำให้เกิดความสุ่มเสี่ยงมากที่ผู้ใช้จะแตะนิ้วพลาดไปโดนกระจกครอบเลนส์ (พลาดบ่อยมาก) ซึ่งอาจต้องใช้การสร้างความเคยชินสักพัก ทว่า ที่เป็นปัญหากว่าคือการปลดล็อกด้วยมือซ้ายทำได้ไม่สะดวกเท่ามือขวา หากซัมซุงจะสามารถย้ายตำแหน่งของเซ็นเซอร์มาไว้ตรงกลางจะแก้ไขปัญหาจุดนี้ได้ รวมทั้งทำให้พื้นผิวสัมผัสของเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือมีความหยาบเพื่อแยกออกจากเลนส์ที่มีความลื่นเรียบช่วยให้ผู้ใช้แยกแยะด้วยความรู้สึกได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ไม่ได้ถือเป็นปัญหามากนักเมื่อผู้ใช้เริ่มชินกับการใช้งาน ขณะที่สารเคลือบป้องกันบนเลนส์กล้องก็ยอดเยี่ยม ส่วนกล้องแบบดูอัล-เลนส์ นั้นถ้าให้เดา ทีมข่าวสดมองว่า ซัมซุงน่าจะเก็บไว้ใช้ใน กาแล็กซี โน้ต 8 ที่จะวางจำหน่ายปลายปีนี้
ภาพถ่ายจากกล้อง Galaxy S8 ใช้อัตราส่วน 18.5:9 (เลือกปรับได้)
Bixby
ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอผู้ช่วยใหม่ ที่ทางซัมซุงกำลังอยู่ระหว่างพัฒนานั้น ทีมข่าวสดพบว่า ช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้งานให้ดีขึ้น ผู้ใช้สามารถเรียกใช้ Bixby ได้ด้วยการกดปุ่มใหม่ด้านข้าง จอภาพจะแสดงข้อมูลในลักษณะการ์ด โดยจะเน้นข้อมูลที่ใช้บ่อยๆ อาทิ แผ่นที่ นาฬิกาปลุก ข่าวสาร และสุขภาพ ทั้งยังมีฟังก์ชั่นอย่าง Bixby Vision ที่ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพเพื่อให้เอไอวิเคราะห์หาข้อมูลเพิ่มเติม เช่น สถานที่ซื้อ ราคา และอื่นๆ
จากการทดสอบของทีมข่าวสด พบว่า Bixby นั้นเป็นเอไอที่ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาและต้องเรียนรู้อีกมาก ข้อมูลที่ใช้บ่อยๆ ในลักษณะการ์ดนั้นไม่คุ้มค่าถึงขั้นที่ต้องใช้เอไอมาดูแล และ Bixby Vision จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงให้รองรับสินค้าในพื้นที่ของผู้ใช้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานในจุดนี้ อย่างไรก็ตาม Bixby Vision นั้นมีความชาญฉลาดอย่างมาก สามารถวิเคราะห์ได้ว่าแมวที่พบเป็นแมวชนิดใด ถือว่าผ่าน แต่ Bixby ยังไม่ยอดเยี่ยมถึงขั้นเป็นจุดขายของกาแล็กซี เอส 8 ได้ในตอนนี้ คิดว่าผู้ใช้คงจะเลือกใช้ Google Assistant มากกว่า
Bixby Vision วิเคราะห์ภาพเจ้าไทเกอร์
Battery
ระยะเวลาการใช้งานของแบตเตอรีถือเป็นหนึ่งในข้อด้อยของแอนดรอยด์เมื่อเทียบกับไอโอเอสของทางฝั่งแอปเปิ้ล โดยกาแล็กซี เอส 8 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 3,000 มิลลิแอป์ชั่วโมง (mAh) และ 3,500 mAh ในกาแล็กซี เอส 8 พลัส จากการทดสอบของทีมข่าวสดพบว่า หากใช้งานหนักมากๆ เช่นเปิด Youtube ตลอดเวลา เล่นเกมกราฟฟิกหนักๆ ตั้งแต่ 08.00 น. แบตจะหมดราว เที่ยงถึง 13.00 น. แต่หากใช้งานปกติทั่วไป ฟังเพลง เช็คอีเมล์ เล่นอินเตอร์เน็ต ดู Youtube เป็นครั้งคราว ตั้งแต่ 08.00 น. พบว่า กาแล็กซี เอส 8 สามารถอยู่ได้จนถึง 19.00-20.00 น. ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีสำหรับแอนดรอยด์ ปัญหาเรื่องความร้อนแทบไม่มีให้เห็น ขณะที่อุณหภูมิของเครื่องนั้นไม่ร้อนถึงขนาดที่จะทำให้จับยากเหมือนกาแล็กซี เอส 6
กาแล็กซี เอส 8 เป็นสมาร์ตโฟนที่ล้ำหน้าที่สุดแล้วในด้านความลงตัวของการออกแบบ และการใช้งานที่สะดวกหลากหลาย ซอฟต์แวร์อินเตอร์เฟซที่ซัมซุงออกแบบมาใหม่ภายใต้ชื่อว่า Samsung Experience (Touch-wiz)
กาแล็กซี เอส 8 และ กาแล็กซี เอส 8 พลัส แบ่งเป็น 5 สี ได้แก่ ฟ้าโครัล ทองเมเปิ้ล เงินอาร์กติก ดำมิดไนต์ และเทาออร์คิด มีกำหนดเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการวันที่ 5 พ.ค.นี้ สนนราคาที่ 27,900 บาท และ 30,900 บาท ที่ศูนย์บริการและตัวแทนจำหน่ายซัมซุงทุกสาขา















