‘ฟอร์จูนเนอร์ เลเจนเดอร์’ – เมื่อแรกที่ ‘แขไข’ สุชญา เชียรแกล้วกล้า ผู้จัดการฝ่ายบริหารการตลาด และประชาสัมพันธ์สาวอารมณ์ดี แห่งค่ายโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กริ๊งกร๊างมาชักชวนให้ไปร่วมทริปทดสอบ ‘โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์’ ใหม่ รุ่นพิเศษ เลเจนเดอร์ (Legender) ในแบบออฟโรดกันที่จ.ชลบุรี

ในใจแอบคิดว่าจริงหรือที่ว่าออฟโรด เพราะไม่เคยได้ยินว่าจ.ชลบุรี มีเส้นทางออฟโรด แต่ทีมการตลาดยืนยันว่าเป็นเส้นทางออฟโรดของจริง จึงตกปากรับคำกันไป
นัดเจอกันแต่เช้า ที่ โตโยต้า ไดรฟ์วิ่ง เอ็กซ์ พีเรียนซ์ พาร์ค สนามทดสอบรถยนต์โตโยต้า ย่านถ.บางนา-ตราด ก.ม.3
แนะนำตัวรถว่ามีอะไรเป็นไฮไลต์บ้าง ที่เห็นได้ชัดก็ต้องยกให้กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ให้ทั้งความหรูหรา และดุดันโดยเฉพาะกับ สีดำ เพิ่มความพรีเมียม ด้วยหลังคาทูโทน และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 20 นิ้ว
ไฟหน้า DayTime Running Light แบบ Light Guiding ดีไซน์เรียงตัวกันราวกับเปลือกหอย ไฟเลี้ยว LED แบบ Sequential ในลักษณะไฟวิ่ง ช่วยดึงดูดสายตาจากรถที่สวนมา และที่ตามหลัง
ภายในเน้นความหรูหรา หน้าจอสัมผัสที่รองรับ Apple CarPlay พร้อมระบบ T-Connect ที่ช่วยอำนวยความสะดวก และเพิ่มความปลอดภัยสารพัดเรื่อง

กล้องมองภาพรอบคันพร้อมมุมมองแบบ 3 มิติ ไม่ว่าจะเปิดไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนเลน หรือเข้าเกียร์ R เพื่อถอยรถ เพิ่มทัศนวิสัย และความปลอดภัย เอาใจคนรุ่นใหม่ด้วยแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สาย
จากนั้นแนะนำเส้นทางรวมกว่า 200 ก.ม. ออฟโรดทางเข้าไปยังเขาระเบิด อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี แหล่งท่องเที่ยวชมทะเลหมอก และลานกิจกรรมสำหรับฝึกร่มร่อน ทดสอบกันคันละ 2 คน
‘ข่าวสด ยานยนต์’ ร่วมทดสอบกับนักทดสอบสาวมือหนึ่ง แห่งสำนักประชาชาติธุรกิจ ‘ต้า’ วุฒณี ทับทอง ซึ่งนางขันอาสาเป็น ผู้ขับไม้แรก ในเมื่อน้องเขาแจ้งความจำนงขนาดนี้ ก็ตามนั้น แถมขอ กระโดดไปนั่งเต๊ะจุ๊ยอยู่หลัง

เบาะแถวสองปรับเอนและเลื่อนเข้าออกได้เล็กน้อย ช่วยให้ไม่ต้องนั่งหลังตรง และมีพื้นที่วางเท้าเพิ่มขึ้น
ช่วงล่างของด้านหลังแบบโฟร์ลิงก์คอยล์สปริง ทำให้อารมณ์เข้าใกล้รถเอสยูวี เมื่อยามวิ่งบนทางหลวง เนียนเรียบ มีเผลองีบเอาได้ง่ายๆ
แต่เมื่อยามต้องผ่านทางขรุขระ หลุมบ่อ คอสะพาน ยังคงมีสัมผัสเข้ามาที่เบาะอยู่พอสมควร แต่ไม่ถึงกับกระเด้งกระดอน จนหัวสั่นหัวคลอน
เข้าเส้นทางออฟโรดที่ช่วงแรกดูแล้วก็ไม่มีอะไร ทางลูกรังแคบๆ ลัดเลาะไปตามไหล่เขา จนถึงครึ่งทางพบกับทางลาดลึกประมาณ 30 เมตร แล้วเชิดขึ้นทางชันประมาณ 50 เมตร ก็ไม่น่ามีอะไร หากเส้นทางสั้นๆ รูปตัว V นี้ ไม่เต็มไปด้วยทะเลโคลน เพราะก่อนหน้าหนึ่งวัน ฝนตกลงมาอย่างหนัก
ต้องปรับเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ที่ทำได้อย่างง่ายดายเพียงหยุดรถให้สนิทแล้วบิดปุ่มเบาๆ ก็เข้าระบบในทันที
ขากลับขึ้นนั่งประจำการคนขับบ้าง เบาะนั่งขนาดใหญ่โอบกระชับนุ่มสบาย ทัศนวิสัยด้านหน้าเปิดโล่ง ช่วยให้มองไปได้ไกล
ขับบนทางลูกรัง แต่เสียงล้อบดถนนมีแทรกเข้ามาในห้องโดยสารน้อย ถึงน้อยมาก เรียกว่างานนี้ทีมงานวิศวกรโตโยต้า ทำการบ้านมาดี

ถึงจุดทางชันรูปตัว V ไปรับเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ค่อยๆ เคลื่อนตัวรถลงไปยังทะเลโคลน เลี้ยง และเติมคันเร่งเบาๆ
เครื่องยนต์ขนาด 2.8 ลิตร VN เทอร์โบ ที่เรียกกำลังได้สูงสุด 204 แรงม้า บวกกับแรงบิดมหาศาล 500 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และระบบขับเคลื่อน สี่ล้อ ซิกม่า 4
สามารถนำพาตัวรถผ่านเส้นทางที่มีโคลนสูงอยู่เกินครึ่งล้อขนาด 20 นิ้ว ได้แบบเนียนๆ
ออกมาวิ่งถนนหลวง ทำความเร็วกันได้ยาวๆ กดคันเร่งเต็ม วันนั้นทำไปได้เกิน 160 ก.ม.ต่อช.ม.ไปเล็กน้อย แบบชนิดมาตามเท้า และไม่ได้หมดเพียงแค่นี้ เพราะแป้นคันเร่งยังมีช่องว่างให้เหยียบได้อีกมากอยู่พอควร
เหลือบไปเห็นว่ามีโหมดสปอร์ต ให้ได้เลือกใช้งาน เลยลองเอื้อมมือไปกดปุ่มดู ความรู้สึกไม่ชัดเจนนักว่ามีการปรับเพิ่ม-ลดอะไรบ้าง นอกจากเสียงเครื่องยนต์ เมื่อเทียบกับโหมดนอร์มัล
แต่ที่ประทับใจคือช่วงออกตัว วางเท้าเบาๆ ที่คันเร่ง เสียงเครื่องยนต์เงียบกริบ ตัวรถวิ่งไปข้างหน้าแบบเนียนๆ หากไม่บอกว่าอยู่บนรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลแล้ว ต้องนึกว่ากำลังขับรถ SUV ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ประมาณนั้นกันเลยทีเดียว

ขับกันไปเพลินๆ บางครั้งตัวรถเบี่ยงออกนอกเลน หรือเปลี่ยนเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ระบบควบคุมตัวรถให้อยู่ในเลน หนึ่งในระบบความปลอดภัยที่อัดแน่นเต็มคัน เสียงเตือนดังขึ้น พร้อมรั้งพวงมาลัยให้กลับเข้าเลนในทันที ซึ่งถือว่าเป็นระบบที่ดี ป้องกันการเผอเรอ
แต่ด้วยทีมงานตั้งความเข้มข้นของระบบไว้เต็มที่ ทำให้จังหวะรั้งพวงมาลัยดูจะหนักหน่วงไปสักหน่อย แต่ไม่ต้องกังวลเพราะสามารถปรับแรงรั้งหนักเบา หรือปิดไปเลยก็ได้
แวะไปลองขับกันดูว่า ‘โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เลเจนเดอร์’ คันนี้มีดีคุ้มกับค่าตัวที่เริ่มต้น 1.584 ล้านบาท ไปจนถึงตัวท็อปที่ใช้ทดสอบในครั้งนี้ 1.859 ล้านบาท หรือไม่
โดย กิตติพงศ์ ศรีเจริญ