วางหรีด-ชู3นิ้วทวง!
เสรีภาพทุกตารางนิ้ว
หน้ารูปปั้น‘ดร.ปรีดี’
แก้วสรรโผล่ซัดนศ.
ซ่องสุมละเมิดรธน.

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เปิดแถลงโต้เดือด กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ผิดหวังผู้บริหารห้าม ใช้มธ.ท่าพระจันทร์ จัดชุมนุม 19 ก.ย. ยืนยันทำตามเงื่อนไขทุกขั้นตอนมีอาจารย์ที่ปรึกษารับรอง ลั่นพร้อมตัดกุญแจประตูมหาวิทยาลัยเปิดรับผู้ชุมนุมเข้าไปชุมนุม ถามกลับไหนบอกมีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว ก่อนวางหรีด อธิการฯฟ้องรูปปั้นปรีดี ด้านอดีตรอง อธิการฯ ‘แก้วสรร’ แกนนำนกหวีดโผล่ แถลงหนุนไม่ให้ใช้พื้นที่จัดม็อบ อ้างนักศึกษาใช้มหาวิทยาลัยเป็นฐานทัพ-ซ่องสุมเพื่อละเมิดรัฐธรรมนูญ ขณะที่อาจารย์มธ. ‘อนุสรณ์ อุณโณ’ เตือนอย่าผลักให้นักศึกษาออกไปสู่พื้นที่อันตราย

นศ.จี้มธ.อย่าลืมจิตวิญญาณ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 ก.ย. ที่ตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นำโดย น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แถลงข่าว กรณีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ โดยเตรียมพวงหรีดดอกไม้สีเหลือง-แดง มีข้อความว่า “อาลัยจิตวิญญาณธรรมศาสตร์” มาตั้งไว้ด้วย

น.ส.ปนัสยากล่าวว่า การที่มธ.ออกแถลง การณ์ไม่ให้จัดชุมนุม โดยระบุว่าหนังสือขออนุญาตไม่เข้าเงื่อนไข พวกตนส่งแล้วและทำตามเงื่อนไขทุกขั้นตอน ตั้งแต่เนื้อหาปราศรัย ชื่อผู้ปราศรัย มีอาจารย์ที่ปรึกษาลงนามรับรองคือ ผศ.ดร.อนุสรณ์ อุณโณ มีการแก้ไข 1 ครั้งแล้วส่งกลับไปใหม่ 1 วันผ่านไปกลับบอกว่าไม่อนุญาต ไม่ทราบว่าจงใจผลักนักศึกษาออกไปชุมนุมนอกพื้นที่ เผชิญอันตรายหรือไม่

“ธรรมศาสตร์บอกว่า ที่นี่มีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว โฆษณาเหลือเกินว่ามีประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางการเมือง ผิดหวังมาก ครั้งแรกที่ก้าวมาตอนปฐมนิเทศ มีการพูดถึงการต่อสู้ของคนเดือนตุลาฯ บอกว่าเป็นมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง แต่ตอนที่เราต้องการใช้พื้นที่และชื่อในการนำประชาธิปไตย คืนมา กลับไม่ให้ใช้ ไม่ทราบว่าถูกบีบจาก ผู้มีอำนาจหรือไม่ หวังว่า รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี จะไม่ลืมจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ ไม่ใช่กินบุญเก่า หวังว่าจะไม่สนับสนุนแต่ทุนนิยมอย่างเดียว” น.ส.ปนัสยากล่าว

จากนั้นอ่านแถลงการณ์ ระบุว่า แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมยืนยันว่าก่อนหน้านี้ ทางแนวร่วมได้ขออนุญาตใช้สถานที่กับทางมหาวิทยาลัยอย่างถูกต้องตามขั้นตอน โดยได้แจ้ง รายละเอียดให้ทางมหาวิทยาลัยได้ทราบ และมีอาจารย์ที่ปรึกษารับรองตามที่มหาวิทยาลัย กำหนด

วางพวงหรีด-ฟ้องรูปปั้นปรีดี

การกระทำของมหาวิทยาลัยถือเป็นการ ใส่ร้ายและปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของนักศึกษาและประชาชน อันเป็นการทำลายจิตวิญญาณธรรมศาสตร์อย่างร้ายแรง เราจึงขอประณามการกระทำดังกล่าวของมหาวิทยาลัย และขอเรียกร้องให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รศ.เกศินี และ รศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ท่าพระจันทร์ ในฐานะผู้รับผิดชอบได้พิจารณาตนเองว่าได้ปฏิบัติหน้าที่สมกับที่เป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัย แห่งเสรีภาพแล้วหรือไม่

ทั้งนี้ แนวร่วมฯ ขอยืนยันว่าจะใช้มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์เป็นสถานที่ชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.ต่อไป เพราะมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ย่อมเป็นของนักศึกษาและประชาชน จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนมารวมตัว กันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ วันที่ 19 ก.ย. เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป เพื่อยึด ธรรมศาสตร์คืนเป็นของประชาชน

น.ส.ปนัสยากล่าวด้วยว่า หากในวันดังกล่าว มีการล็อกกุญแจ พวกตนจะตัดแม่กุญแจออก เพื่อเข้าชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แห่งนี้ ตนขอให้มหาวิทยาลัยทบทวนใหม่ ขอให้คิดถึงจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ ซึ่งในความคิดของตนคือ จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง สู้กับความอยุติธรรม ตนพร้อม เจรจากับทางมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม ยืนยัน ว่าถึงแม้ไม่ให้ใช้พื้นที่ พวกตนก็ไม่เปลี่ยนใจ

จากนั้นได้นำพวงหรีดที่มีข้อความว่า “อาลัย จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” มาวางไว้บริเวณหน้า รูปปั้นนายปรีดี พนมยงค์ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 พร้อมชู 3 นิ้ว เพื่อแสดงถึงการปิดกั้นเสรีภาพ และอยากให้นายปรีดีรับรู้ถึงสิ่งเหล่านี้ เพราะมองว่าการกระทำของมหาวิทยาลัยสวนทางกับแนวคิดของผู้ประศาสน์การ

นัดไต่สวนเพนกวินละเมิดศาล

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ที่ศาลนัดไต่สวน คดีละเมิดอำนาจศาลหมายเลขดำ ลศ. 9/2563 ที่ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญา กล่าวหานายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ ผู้ถูกกล่าวหาเรื่องละเมิดอำนาจศาล กรณีวันที่ 8 ส.ค. ขณะที่พนักงานสอบสวน สน. สำราญราษฎร์ นำตัวนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง มายื่น คำร้องฝากขังต่อศาลอาญา ระบุระหว่างนั้น นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ยืนขึ้นตะโกน ส่งเสียงดัง และใช้กล้องถ่ายภาพลงโฆษณา เพื่อชักชวนให้บุคคลอื่นๆ เดินทางมาชุมนุมใน บริเวณศาล เพื่อขัดขวางการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล รวมทั้งการถ่ายทอดสด (ไลฟ์สด) ภาพและเสียง ผ่านสื่อโซเชี่ยลมีเดียและสื่อต่างๆ โดยการกระทำดังกล่าวทำให้เกิด ความไม่สงบเรียบร้อยภายในบริเวณศาล ทั้งยัง ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดศาลอาญา ย่อมถือว่าเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล อันเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล

เมื่อถึงเวลานัดไต่สวนละเมิดอำนาจศาลวันนี้ ผู้กล่าวหา, ผู้ถูกกล่าวหา และทนายความจำนวน 6 คนมาศาล โดยนายพริษฐ์ ผู้กล่าวหาได้ยื่นคำให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม ก่อนเริ่มการไต่ส่วน ทนายความนายพริษฐ์ ผู้ถูกกล่าวหา แถลงต่อศาล ยอมรับว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กล่าวถ้อยคำตามคำกล่าวหาจริง แต่ไม่ได้มีเจตนาเป็นปฏิปักษ์กับศาล

ศาลตรวจสำนวนแล้วปรากฏว่า ผู้ถูกกล่าวหา ยังไม่ได้รับแผ่นบันทึกภาพและเสียง ซึ่งบันทึก เหตุการณ์ในวันที่ 8 ส.ค.ตามคำกล่าวหา ซึ่งเป็น หลักฐานที่ผู้กล่าวหาจะนำมาสืบ

เลื่อนไปเดือนตค.-เผยยังมีอีกคดี

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหายังไม่ได้รับแผ่นบันทึกภาพและเสียงเหตุการณ์ตามคำกล่าวหา เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหามีโอกาสในการแก้ข้อกล่าวหาและเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง จึงให้นำสำเนาแผ่นบันทึกภาพและเสียงมอบให้ผู้ถูกกล่าวหา หากผู้ถูกกล่าวหา มีข้อคัดค้าน หรือคำชี้แจงให้ยื่นเป็นคำแถลงเข้ามาในนัดหน้า และให้ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาลอาญาตรวจสอบว่าหลังจากวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ทำนองเดียวกับคำกล่าวหาเกิดขึ้นในบริเวณศาลอีกหรือไม่ แล้วรายงานให้ศาลทราบภายในนัดหน้า จึงให้เลื่อนไปไต่สวนละเมิดอำนาจศาล ในวันที่ 28 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

ด้านนายพริษฐ์กล่าวว่า ตนไม่มีพฤติการณ์เข้าข่ายละเมิดศาล และขอให้ศาลใช้ดุลพินิจในการพิจารณากรณีนี้ด้วยความเป็นธรรม โดยขอให้ต่อสู้คดีนี้ไปตามข้อเท็จจริง อีกทั้งยังขอยืนยันว่าจะชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ แม้ว่า ม.ธรรมศาสตร์จะไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่ก็ตาม นอกจากนี้ นายพริษฐ์ยังปฏิเสธกรณีมีการพาดพิงว่าไปขอรับเงินบริจาคจาก ส.ส.พรรคการเมือง โดยเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ถูกสร้างมาให้ร้ายตัวเอง

จิตวิญญาณ – ‘รุ้ง’ ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แถลงยืนยันจัดชุมนุมใหญ่วันที่ 19 ก.ย. ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ส่วนรูปเล็ก ‘เพนกวิน’ พริษฐ์ ชิวารักษ์ ไปฟังไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาล ที่ศาลอาญา เมื่อวันที่ 11 ก.ย.

 

อจ.มธ.ไม่เห็นด้วยห้ามจัดม็อบ

ด้านรศ.อนุสรณ์ อุณโณ อดีตคณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุ ไม่เห็นด้วยกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ไม่อนุญาตให้กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมใช้สถานที่จัดชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. โดยระบุว่า ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษา ไม่เห็นด้วยกับการที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่อนุญาตให้กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมใช้สถานที่ จัดชุมนุมวันที่ 19 ก.ย. นี้ โดยอ้างว่าการขออนุญาตยังไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศ เรื่องแนวทางอนุญาตจัดชุมนุมทางการเมืองของนักศึกษาในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย เพราะเห็นว่า

1.ข่าวประชาสัมพันธ์ให้เหตุผลแต่เพียงกว้างๆ ไม่ได้ระบุอย่างจำเพาะเจาะจงว่าการขออนุญาตไม่ได้ดำเนินการตามเงื่อนไขข้อใด ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมในขอบเขตของกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ การมีอาจารย์ที่ปรึกษารับรอง หรือการตกลงร่วมกันระหว่างนักศึกษา มหาวิทยาลัย และเจ้าหน้าที่ในแง่เนื้อหา การชุมนุมและมาตรการรักษาความปลอดภัย ทั้งที่หนังสือขออนุญาตที่กลุ่มยื่นไประบุชัดว่ารูปแบบและเนื้อหาการชุมนุมเป็นอย่างไร อยู่ในขอบเขตกฎหมายและได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญอย่างไร รวมทั้งมีใครเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา จะขาดแต่เพียงข้อการตกลงร่วมกันสามฝ่าย ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ไม่สามารถดำเนินการได้หากว่ากลุ่มยังไม่ได้รับการอนุญาต ให้จัดชุมนุมเสียก่อน

เตือนอย่าผลักออกพื้นที่เซฟโซน

2.มหาวิทยาลัยไม่ได้สอบถามหรือ ขอข้อมูลเพิ่มเติมจากกลุ่มรวมถึงอาจารย์ ที่ปรึกษาก่อนจะมีมติและแจ้งผลผ่านข่าวประชาสัมพันธ์ ซึ่งถือว่าเป็นการดำเนินการที่ค่อนข้างจะรวบรัดตัดความ ไม่ได้วางอยู่บนท่าทีที่จะอำนวยความสะดวกหรือประสานความร่วมมือกัน ทั้งที่พันธกิจของมหาวิทยาลัยคือการสนับสนุนให้นักศึกษาได้แสดงออกทางความคิดและมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสังคม และโดยทั่วไปการจะมีมติในเรื่องใด หากมีข้อสงสัยหรือมีแนวโน้มจะเป็นไปในทางลบก็จะมีการหารือกับอีกฝ่ายก่อน เว้นเสียแต่ว่าจะมองอีกฝ่ายเป็น “คนอื่น” “คนไกล” หรือมีมติที่จะปฏิเสธอยู่ก่อนแล้ว

3.การปฏิเสธไม่ให้กลุ่มใช้สถานที่จัดชุมนุม ในมหาวิทยาลัย ไม่เพียงแต่จะเป็นการผลักไสให้นักศึกษาไปเผชิญความเสี่ยงและอันตรายนอกรั้วมหาวิทยาลัย หากแต่ยังเป็นการสร้างเงื่อนไขให้เกิดการเผชิญหน้าและก่อให้เกิดความรุนแรงตั้งแต่ยังไม่มีการชุมนุม โดยเฉพาะ อย่างยิ่งคือการที่กลุ่มได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า จะยังคงจัดการชุมนุมตามแผนที่วางไว้แม้จะ ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งหากประเมินจากจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมครั้งล่าสุดบวกกับกระแสการจะเข้าร่วมการชุมนุมครั้งนี้ซึ่งมีจำนวนมาก ก็เป็นไปได้สูงที่จะมีการกระทบกระทั่ง และเกิดเหตุการณ์บานปลายหากมีการปิดมหาวิทยาลัยหรือใช้กำลังเจ้าหน้าที่ขัดขวาง

รศ.อนุสรณ์ ระบุด้วยว่า ด้วยความห่วงใยในสิทธิและสวัสดิภาพของนักศึกษารวมถึงประชาชน ตลอดจนการคำนึงถึงเกียรติภูมิของมหาวิทยาลัยและอนาคตของสังคมไทย อยากให้มหาวิทยาลัยได้ทบทวนมตินี้ พร้อมกับเชิญให้ตัวแทนกลุ่มเข้าพบเพื่อแสวงหาทางออกร่วมกัน ซึ่งยังพอมีเวลา หากว่าเราไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยและมาเสียใจในภายหลัง

ศิษย์เก่าล่าชื่อหนุนเปิดพื้นที่น.ศ.

สืบเนื่องจากกรณีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยแพร่เอกสารไม่อนุญาตให้กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ใช้พื้นที่มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และในช่วงเย็นวันเดียวกัน กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมเผยแพร่เอกสาร ยืนยันเดินหน้าการชุมนุม 19 กันยายน ที่มธ.ท่าพระจันทร์เช่นเดิมนั้น

ผู้ใช้ชื่อว่า “วาดดาว(ชุมาพร) แต่งเกลี้ยง” ศิษย์เก่าคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ สร้างแคมเปญรณรงค์ผ่านเว็บไซต์ change.org โดยใช้หัวข้อ “เปิดประตูธรรมศาสตร์ 19 กันยา เพื่อการชุมนุม”ระบุข้อความ ดังนี้

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัย ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาอย่างยาวนาน เราเรียนที่นี่ เราเติบโตที่นี่ และหลายคนล้มตายที่นี่

นับตั้งแต่การอภิวัฒน์โดยผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ จนมาถึงเหตุการณ์ 14 ตุลา และ 6 ตุลา และเหตุการณ์ทางการเมืองอื่นๆ นักศึกษา คณาจารย์ และประชาชนได้ร่วมแรงกัน ต่อสู้อย่างความ กล้าหาญเพื่อสิทธิ เสรีภาพ ให้กับสังคมไทยจนมาถึงวิกฤตทางการเมืองในปัจุบัน

จี้มธ.ให้เสรีภาพ-ฟังข้อเรียกร้อง

ธรรมศาสตร์ก็ยังคงยืนหยัดต่อสู้กับเผด็จการ หลังการรัฐประหารปี 2557 ด้วยการจัดเวทีวิชาการ และมีการชุมนุมหลายครั้ง เพื่อสื่อสาร ความจริงของสังคมและวิชาการให้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างสันติ หนึ่งในนั้นคือเวทีของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่ได้จัดการชุมนุมในวันที่ 10 ส.ค. และจะดำเนินการ จัดการชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 19 ก.ย.ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

จากการชุมนุมที่ผ่านมา เราเห็นว่าผู้จัดได้เปิดพื้นที่ให้ประชาชนจำนวนมาก มาร่วมกันแสดงออกอย่างสันติ เพื่อเรียกร้องทางการเมือง การเปิดพื้นที่มหาวิทยาลัยจึงเป็นเหตุสำคัญที่จะนำพาให้สังคมมีพื้นที่แห่งเสรีภาพในการถกเถียง เสนอแนะ และเรียกร้อง ทางการเมือง เพื่อให้เสียงของนักเรียน นักศึกษา และประชาชน นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและแก้ไขปัญหาทางการเมืองร่วมกัน

จึงขอเชิญชวน นักเรียน นักศึกษา ศิษย์เก่า และประชาชน ร่วมกันลงชื่อเรียกร้องให้ 1) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เปิดพื้นที่และอำนวยความสะดวกด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน น้ำ ไฟ ห้องน้ำ แก่การชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์ และการชุมนุม ให้การชุมนุมลุล่วงภายใต้สิทธิเสรีภาพของพลเมือง 2) มหาวิทยาลัยหามาตรการ เพื่อปกป้องและคุ้มครองผู้เข้าร่วมชุมนุมให้ปลอดภัย รวมไปถึงป้องปรามการคุกคามทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเกิดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรวมไปถึงการคุกคามผ่านเจ้าหน้าที่รัฐทุกรูปแบบด้วย

‘แก้วสรร’เปิดแถลงหนุนห้ามใช้

วันเดียวกัน นายแก้วสรร อติโพธิ ในฐานะศิษย์เก่า และอดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดแถลงข่าว “ปิดมธ..พอกันที ..วีรชน” แสดงเจตจำนงยืนยันจะส่งเรื่องถึงกรรมการสภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารกรณีขอให้ระงับการใช้พื้นที่ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อการชุมนุมใหญ่ของแนวร่วมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ในวันที่ 19 ก.ย.

สำหรับหนังสือชี้แจงมีใจความระบุว่า ด้วยฐานะบรรดาศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ผู้ที่มี รายนามท้ายบันทึกดังกล่าว พร้อมกันเล็งเห็นว่า นักศึกษา “แนวร่วมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ไม่มีทั้งความโปร่งใส, ความรับผิดชอบ และความสามารถที่จะจัดชุมนุม โดยสงบสมตามที่กล่าวอ้างได้ ขอผู้ที่รับ ผิดชอบมีคำสั่งปฏิเสธคำขอใช้พื้นที่ชุมนุมในมหาวิทยาลัยของนักศึกษากลุ่มนี้ ตามเหตุผลดังนี้

กลุ่มนักศึกษาผู้ขอจัดการชุมนุมแถลงยืนยันไว้ชัดเจนว่า จะเปิดชุมนุมนักศึกษาและประชาชน 1 วัน 1 คืน จากนั้นจะเดินขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล ตัวเลขโดยประมาณอยู่ที่ 40,000 คนขึ้นไป เพื่อ “ต่อสู้สร้างแผลให้เผด็จการอย่างไม่รู้ลืม” และสัญญาว่า “พี่น้องจะไม่กลับมือเปล่าอย่างแน่นอน”

ขบวนที่จะมาร่วมและยกไปทำเนียบนี้ กลุ่มศิษย์เก่ากลุ่มนี้เห็นว่ามีคุณภาพเป็นมวลชน แห่งความจงเกลียดจงชัง ที่ผ่านการปลุกปั่นมายาวนานในโลกไซเบอร์ ซึ่งเมื่อออกจาก ทวิตเตอร์มารวมตัวกันจริงๆ บนท้องถนนแล้ว ก็ยิ่งจะก้าวร้าวราวกับเรดการ์ด จนยากที่จะเชื่อหรือหวังในความสงบและการเจรจากันเช่นวิถีทางประชาธิปไตยได้

อ้างจะซ้ำรอยม็อบพ.ค.ทมิฬ

สำหรับความสามารถและความรับผิดชอบนั้น ก็มองไม่เห็นเลยว่านักศึกษากลุ่มนี้จะมีความสามารถในการนำ ควบคุม จัดการคุ้มครอง ผู้ชุมนุมได้อย่างไร เห็นมีแต่ความสามารถทางวาทกรรมเท่านั้น คำกล่าวที่ว่าจะชุมนุม โดยสงบจึงเป็นเรื่องเกินศักยภาพทั้งสิ้น ยิ่งวางแผนว่าจะเทม็อบ 40,000 คนใส่ทำเนียบรัฐบาลด้วยแล้ว ก็ยิ่งน่าห่วงว่าจะได้เห็นร่างวีรชนต้องจากไปอีกหลายคนเหมือนคราวที่เทม็อบพฤษภาทมิฬอีก

ท้ายที่สุดกลุ่มศิษย์เก่าเห็นว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่นักศึกษากลุ่มนี้จะมีการนำและการจัดการโดยอิสระลำพังกลุ่มตนเองได้ แทนที่นักศึกษาและคนพวกนี้จะกล้าประกาศรวมตัวให้ปรากฏเป็น ‘แนวร่วมต่อต้านเผด็จการ’ ที่โปร่งใส ชัดเจน ชัดทั้งการนำและอิสระทางการเมือง ตลอดจนที่มาของค่าใช้จ่าย และจุดแห่งชัยชนะที่ต้องการ พวกเขากลับดันให้เด็กนักศึกษาของเราไม่กี่คนมาออกหน้า ความลับๆ ล่อๆ เช่นนี้เป็นไปแล้วและเป็นไปได้ก็ด้วยเหตุที่กฎหมายชุมนุมสาธารณะได้ยกเว้นไว้ ไม่ให้นำมาตรการตรวจสอบมาใช้กับการชุมนุมในสถานศึกษา จนเปิดช่องให้มีการวางแผนเลี่ยงกฎหมาย โดยขอจัดชุมนุมในมหาวิทยาลัยซ่องสุมกำลังก่อน แล้วยกขบวน ออกไปอาละวาดนอกมหาวิทยาลัยต่อไป

ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา ศิษย์เก่าท้ายบันทึกดังกล่าวจึงเห็นว่า คำขอจัดชุมนุมครั้งนี้ไม่สุจริต ไม่โปร่งใส ไม่มีความสามารถ และมีความ รับผิดชอบที่ต่ำกว่ามาตรฐานประชาธิปไตย จนไม่อาจรับรองให้ชุมนุมโดยอิสระในสถานศึกษาได้

อ้างใช้มธ.เป็นฐานทัพละเมิดรธน.

นายแก้วสรรอ้างด้วยว่า ปัจจุบันมีกฎหมายชุมนุมกำหนดไว้ว่า การชุมนุมสาธารณะห้ามข้ามคืน หรือถ้าอยู่เฉยๆ ก็ห้ามใช้ลำโพง และจะต้องมีการกำหนดรายชื่อที่มาของค่าใช้จ่าย ผู้รับผิดชอบแผนการระยะเวลาในการชุมนุมให้ชัดเจน เพื่อขออนุญาต ซึ่งหากมีการ กระทำผิดก็สามารถขอคำสั่งศาลยุติการชุมนุมได้ แต่กฎหมายนี้ไม่นำมาใช้สำหรับกิจกรรมและการชุมนุมในสถานศึกษา ทำให้เชื่อว่าเป็นแผนที่จะเทคนใส่บริเวณข้างนอก มธ. โดยอาศัยธรรมศาสตร์เป็นที่ตั้ง เพื่อที่จะทำให้อยู่ในกฎหมายนี้ ซึ่งเป็นการเลี่ยงกฎหมาย สิ่งที่ตนไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษา ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วยกับการใช้สิทธิเสรีภาพ แต่เป็นสิทธิการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่ตนเป็นศิษย์เก่า ไม่เห็นด้วยที่จะใช้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นฐานทัพในการละเมิดรัฐธรรมนูญ พร้อมยืนยัน คณะที่ออกมาคัดค้าน มาในนามศิษย์เก่าเท่านั้น ไม่ใช่ในนามธรรมศาสตร์ทั้งหมด

พร้อมกันนี้ นายแก้วสรรยังได้ขยายความถึงประเด็นที่จะชูในการคัดค้านนั้นว่า จะใช้คำว่า ปิด มธ. พอกันทีวีรชน โดยแก้วสรรอธิบายว่า วีรชนคือผู้เคราะห์ร้ายจากสงครามทางการเมืองที่ไม่มีใครรับผิดชอบ ซึ่งทางกลุ่มไม่ต้องการจะเห็นอีก หลังจากนี้จะมีกระบวนการลงชื่อท้ายหนังสือดังกล่าว ซึ่งจะใช้เวลาร่วมลงชื่อจนถึงวันอังคารที่ 15 ก.ย. ก่อนที่จะนำไปยื่นต่อผู้บริหารมหาวิทยาลัย ต่อไป และเป็นการมายึดคืนธรรมศาสตร์จากเผด็จการ พร้อมให้กำลังใจอธิการบดีด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านพ.ทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้มาร่วมฟังการแถลงข่าว พร้อมชูป้ายข้อความ “ธรรมศาสตร์เป็นของประชาชน” ภายในงานด้วย

ดีได้กว่านี้ – กลุ่มนักเรียนเลว ร่วมกับกลุ่มใจกลางกรุงเก่าไม่เอาเผด็จการ กลุ่มสตรีจอมไม่ทนเผด็จการ และกลุ่มสาธิตกรุงเก่าไม่เอาเผด็จการ จัดกิจกรรม ‘มันดีได้กว่านี้’ ที่บึงพระราม จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 11 ก.ย.

น.ร.กรุงเก่าชำแหละการศึกษา

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มนักเรียนเลว ร่วมกับกลุ่มใจกลางกรุงเก่าไม่เอาเผด็จการ กลุ่มสตรีจอมไม่ทนเผด็จการ และกลุ่มสาธิตกรุงเก่าไม่เอาเผด็จการ จัดกิจกรรม “มันดีได้กว่านี้” ที่บึงพระราม (ลานช้างล้อม) จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมติดแฮชแท็ก #อยุธยาจะไม่ทนอีกต่อไป โดยมีนักเรียนระดับมัธยมศึกษา นักศึกษา เข้าร่วมหลังจากเลิกเรียนสุดสัปดาห์วันนี้ พร้อมเชิญชวนประชาชนทั่วไปเข้าร่วมด้วย

ตลอดการชุมนุมมีแกนนำนักเรียน ผลัดกันขึ้นปราศรัย หนึ่งในหัวข้อนั้นคือความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา ย้ำว่า การศึกษาที่ดี ควรเป็นของทุกคน

“ต้องเป็นคนรวยเท่านั้นหรอ ถึงจะได้รับการศึกษาดีๆ ต้องอยู่ในเมืองเท่านั้นหรอ ถึงจะได้เรียนโรงเรียนดีๆ ต้องโชคดีแค่ไหน ถึงจะได้รับการศึกษาดีๆ การศึกษาไม่ควรเป็นของคนรวย คนเมือง หรือคนโชคดี การศึกษาดีๆ ควรเป็นของทุกคน” แกนนำกลุ่มนักเรียนเลว กล่าว

จากนั้น ผู้ชุมนุมมีการจัดการแสดงเชิงสัญลักษณ์ ได้แก่ กิจกรรมการแสดงครูสาดสี เทสี ใส่นักเรียน และกิจกรรมร้องเพลงชาติ พร้อมชูสามนิ้ว โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ตั้งแต่เวลา 16.00 น. และสิ้นสุดเวลา 18.00 น.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน