ศาลล้มละลาย-ตั้งแล้วทีมทำแผนฟื้นฟูบินไทย – ตั้งแล้วทีมทำแผนฟื้นฟูบินไทย ศาลล้มละลายเห็นชอบ ดีดีมั่นใจ 5 ปีปลดล็อกได้ คาดส่งแผนฟื้นฟูต่อศาลได้ภายในไตรมาส 4 ปีนี้ ส่วนเจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ผ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.led.go.th/tgreorg/index.asp หรือ QR Code หรือมายื่นที่จุดบริการ
เมื่อวัน 14 ก.ย. ที่ศาลล้มละลายกลาง ศูนย์ราชการ ถนนเเจ้งวัฒนะ ศาลนัดฟังคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ ฟฟ10/2563 ระหว่าง บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้ผู้ร้องขอ กับเจ้าหนี้ผู้คัดค้าน โดยมีรายละเอียดดังนี้
คดีนี้ลูกหนี้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการและขอให้ศาลตั้งบุคคลที่ลูกหนี้ผู้ร้องขอเสนอ เป็นผู้ทำแผน ศาลประกาศนัดไต่สวนตาม กฎหมายแล้ว มีเจ้าหนี้ยื่นคำคัดค้านรวม 16 ราย ขอให้ศาลยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ และคัดค้านผู้ทำแผนที่ลูกหนี้ผู้ร้องขอเสนอระหว่างพิจารณา ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ ผู้คัดค้านที่ 5, 7, 9 และที่ 16 ถอนคำคัดค้าน ศาลไต่สวนพยานลูกหนี้ผู้ร้องขอ รวม 5 ปาก และไต่สวนพยาน เจ้าหนี้ผู้คัดค้าน รวม 3 ปาก โดยใช้เวลาพิจารณาคดี รวม 3 นัด
ศาลพิเคราะห์คำร้องขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ คำคัดค้าน และพยานหลักฐานในสำนวนคดีแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรก ว่า ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ สามารถที่จะชำระหนี้ตามกำหนดได้ หรือไม่ ประการที่สอง มีเหตุอันสมควรและช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้หรือไม่ ประการที่สาม ลูกหนี้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการโดยสุจริตหรือไม่ และปัญหาต้องวินิจฉัยประการสุดท้าย บุคคลที่ลูกหนี้เสนอสมควรเป็นผู้ทำแผนหรือไม่
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ตามเจตนารมณ์ ของพระราชบัญญัติล้มละลายฯ ผู้ทำแผนต้องตรวจสอบรายละเอียด และความเป็นไปได้จากการปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการ ของลูกหนี้บนหลักการที่ว่าแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้จะต้องก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย และเจ้าหนี้จะต้องได้รับชำระหนี้ ภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการมากกว่ากรณีที่ลูกหนี้ล้มละลาย ซึ่งแผนฟื้นฟูกิจการต้องจัดทำขึ้นโดยความยินยอมของเจ้าหนี้และผู้ทำแผน หากผู้ทำแผนจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการที่ไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ที่มีสัดส่วนหนี้ข้างมากตามกฎหมาย หรือทำให้เจ้าหนี้ได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมแผนฟื้นฟูกิจการเช่นว่านั้นย่อมไม่ได้รับความเห็นชอบให้มีผลบังคับและผูกมัดเจ้าหนี้ทั้งหลายได้ ด้วยหลักการดังกล่าว บุคคลซึ่งลูกหนี้เสนอเป็นผู้ทำแผนย่อมไม่สามารถจัดทำแผน ฟื้นฟูกิจการไปตามที่ตนเองต้องการโดยปราศจากความร่วมมือจากเจ้าหนี้อื่นได้ ทั้งเจ้าหนี้ผู้คัดค้านในคดีก็ไม่ได้นำสืบ พยานหลักฐานอื่น เพื่อสนับสนุนข้อกล่าวอ้างให้รับฟังได้ตามคำคัดค้าน และไม่ได้เสนอบุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็น ผู้ทำแผน
เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ผู้ที่ลูกหนี้เสนอขาดคุณสมบัติที่เหมาะสม หรือไม่สมควรเป็นผู้ทำแทน จึงเห็นสมควรตั้งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ทำแผนตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/17
ศาลจึงมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้ผู้ร้องขอโดยตั้งบริษัท อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด ร่วมกับพล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, นายบุญทักษ์ หวังเจริญ, นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์, นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล และนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร เป็นผู้ทำแผน
ด้านนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการบริษัท และรักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการฟื้นฟู หลังจากนี้คณะผู้ทำแผนจะดำเนินการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ คาดว่าจะนำเสนอแผนฟื้นฟูกิจการต่อศาลได้เร็วที่สุดภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ จากนั้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะจัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการของการบินไทยประมาณต้นปี 2564 เมื่อศาลมีคำสั่งเห็นชอบแผนและแต่งตั้ง ผู้บริหารแผนภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 2564 แล้ว การบินไทยจะดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการต่อไป
นายชาญศิลป์กล่าวอีกว่า ในส่วนของ เจ้าหนี้นั้น กรมบังคับคดีจะดำเนินการแจ้งเจ้าหนี้ทั้งหลายให้ทราบถึงคำสั่งศาล โดยเจ้าหนี้จะต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กรมบังคับคดี ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่มีการประกาศคำสั่งตั้งผู้ทำแผนลงในราชกิจจานุเบกษา เพื่อไม่ให้เสียสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้คืน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทำแผนแล้ว เจ้าหนี้สามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้เลยทางออนไลน์จนถึง 1 เดือนนับแต่ที่คำสั่งศาลได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเจ้าหนี้สามารถลงทะเบียนเพื่อยื่นคำขอรับชำระหนี้ผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตนเองที่บ้านผ่านทางเว็บไซต์ http://www.led.go.th/tgreorg/index.asp หรือ QR Code หรือสามารถมายื่นขอรับชำระหนี้ที่จุดบริการ ได้แก่ บริษัทการบินไทยฯ สำนักงานใหญ่, กรมบังคับคดี ถนนบางขุนนนท์, สำนักงานบังคับคดีทั่วประเทศ, ศูนย์บังคับคดีล้มละลายส่วนหน้า (ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ อาคารเอ), สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) (สำหรับหุ้นกู้) และชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศ ไทย ถนนนครอินทร์ (สำหรับหุ้นกู้กลุ่มสหกรณ์)
นายชาญศิลป์กล่าวว่า เจ้าหนี้ที่มีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการของการบินไทยนั้น จะต้องเป็นบุคคลที่มีสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ที่เป็นหนี้เงินโดยหนี้ ดังกล่าวจะต้องเกิดก่อนวันที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้การบินไทยฟื้นฟูกิจการ ไม่ว่าหนี้นั้นจะถึงกำหนดชำระแล้วหรือไม่ก็ตาม ซึ่งรวมถึงหนี้การค้า หนี้ค่าเช่า หนี้หุ้นกู้ ในส่วนของเจ้าหนี้หุ้นกู้นั้น การบินไทยร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเว็บไซต์ให้ผู้ถือหุ้นกู้ของการบินไทยสามารถตรวจสอบจำนวนหนี้หุ้นกู้ได้ที่ www.tgbondinfo.com สำหรับลูกค้าที่ได้แสดงความประสงค์ขอคืนเงินค่าบัตรโดยสาร (Refund) ของการบินไทยจะได้รับชำระหนี้ตามข้อกำหนดของแผนฟื้นฟูกิจการโดยไม่ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ก็ได้ ทั้งนี้ การบินไทยจะแจ้งให้เจ้าหนี้ได้รับทราบถึงความคืบหน้าของการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อไป
เมื่อถามว่ายังมั่นใจหรือไม่ว่าแผนฟื้นฟูจะทำให้ปลดล็อกการบินไทยได้ภายใน 5 ปี นายชาญศิลป์กล่าวว่า ปัญหาของการบินไทยสะสมมานานทั้งระบบงาน การแข่งขันจากภายนอก การลงทุน รวมถึงสถานการณ์ เชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่คาดคิดมาก่อน ทำให้ผู้โดยสารหายไป แต่วันนี้มี ผู้โดยสารกลับมาใช้บริการไฟลต์บินภายในประเทศและชาเตอร์ไฟลต์ นอกจากนี้ ยังมีครัวการบินที่เพิ่งเปิดให้บริการ ก็เริ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้จะยังไม่มากเหมือนเมื่อก่อน คาดว่า 5 ปีจะสามารถปลดล็อกได้ แต่เจ้าหนี้ก็ต้องยินยอมลดทุนลดหนี้ด้วย ซึ่งการบินไทยมีเจ้าหนี้รายใหญ่ 80 เปอร์เซ็นต์ เมื่อมีการลงทะเบียนยื่นขอชำระหนี้จาก เจ้าหนี้แล้ว จะเห็นตัวยอดหนี้ที่แท้จริง คาดว่าตัวเลขจะเพิ่มขึ้นจากเดิมไม่มาก
“แผนการบินและเน็ตเวิร์กขึ้นอยู่กับดีมานด์ ซึ่งตอนนี้ยังไม่เหมือนเดิม เพราะในต่างประเทศยังมีเชื้อไวรัสโคโรนาระบาดอยู่ ผู้ที่ต้องการเดินทางจริงๆ ต้องมีความ จึงยังตอบไม่ได้ ต้องรอจัดทำแผนฟื้นฟูฯ ก่อน แต่การบินไทยมีความสามารถ มีทรัพยากร ที่ดีได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ คาดว่าการบินจะทยอยกลับมาเหมือนเดิมภายใน 4-5 ปี” นายชาญศิลป์กล่าว