เอซุส อาร์โอจี โฟน3 – แม้หลากหลาย ไอที เคยรายงานรายละเอียด เอซุส อาร์โอจี โฟน 3 จากไต้หวันไปแล้ว ยังมีทีเด็ดอีกมากที่ยังไม่ได้ กล่าวถึง

งวดนี้ทีมข่าวสดไอทีนำอุปกรณ์เสริมสารพัดอย่างของเกมมิ่งโฟน หรือสมาร์ตโฟนสำหรับเล่นเกมนี้มาให้ชมกัน พร้อมประสบการณ์ความประทับใจจากการใช้งานจริง แม้มีเวลาใช้งานไม่กี่วัน แต่ก็น่าจะเพียงพอต่อเหล่าเกมเมอร์สายมือถือ

อุปกรณ์ส่วนใหญ่แล้วจะคล้ายกับรุ่นที่ผ่านๆ มา แต่บางอันจะได้รับการอัพเกรดเพิ่มเติมมาด้วย

เริ่มที่แผงระบายความร้อน “AeroActive Cooler 3” ตัวนี้ทางเอซุสจะแถมมาให้กับเครื่อง ถือเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องมีสำหรับเกมเมอร์ที่ชื่นชอบการเล่นเกมบนมือถือติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ พร้อมกับการเปิด X Mode ที่จะโอเวอร์คล็อกหน่วยประมวลผล หรือซีพียู ทำให้ความร้อนที่เกิดขึ้นและสะสมมากขึ้นตามไปด้วย

จากการทดสอบเล่นเกมเป็นเวลานานประมาณ 2 ชั่วโมงใน X mode พบว่าความร้อนอยู่ที่ราวๆ 40-45 องศาเซลเซียสในห้องปรับอากาศ หากนั่งเล่นกลางแจ้งจะมากถึง 50 องศาเซลเซียส หากติดตั้ง AeroActive Cooler 3 ก็จะช่วยลดอุณหภูมิของซีพียูลงได้ไม่ให้ทะลุเกิน 50 องศา

เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วพัดลมของ AeroActive Cooler 3 จะแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ระดับ และสามารถปรับแต่งได้ผ่านแอพพลิเคชั่น “Armoury Crate” หากเปิด X Mode โลโก้ ROG ด้านหลังจากมีแสงไฟ RGB ขึ้นมา ส่วนด้านหน้าจะมีแสง RGB ด้วยบนข้อความว่า Republic of Gamers แนะนำให้ใส่หากจะเล่นเกมนานๆ เพราะความร้อนที่สูงเกินไปนั้นจะส่งผลให้อายุการใช้งานซีพียูสั้นลงกว่าที่ควรเป็น นอกจากนี้ AeroActive Cooler 3 ยังมีขาตั้งที่กางออกมาได้ด้วย ส่วนด้านล่างจะมีทั้ง USB-C และช่องมินิสเตอริโอให้สำหรับหูฟัง

ต่อมาเป็นเคสพลาสติกสลักลาย ROG พร้อมดีไซน์ผ่าหลังเพื่อโชว์ลวดลายอันเฟี้ยวฟ้าวบนด้านหลังเครื่องที่ทางเอซุสแถมมานอกเหนือไปจากดีไซน์เฟี้ยวฟ้าวแล้วไม่มีอะไรพิเศษ ดังนั้น ทางเอซุสยังมีอุปกรณ์เสริมเป็นเคสพิเศษ เรียกว่า “Lightning Armor Smart Case” โดยเคสตัวนี้แม้เคสพลาสติกเหมือนกัน แต่มีลวดลายที่แตกต่างออกไปพร้อมติดตั้งชิพไว้ภายในซึ่งจะรับรู้ได้เมื่อผู้ใช้เปิด X Mode จะทำให้สัญลักษณ์ ROG ขนาดใหญ่ที่เป็นไฟ RGB สว่างขึ้นมา

อย่างไรก็ดี การทดสอบรู้สึกว่า เคส Lightning Armor Smart Case ค่อนข้างมีการยึดติดที่หลวมกว่าเคส ROG ที่แถมมาให้ แม้จะไม่พบปัญหาหลุดออกจากตัวเครื่อง แต่ก็อดหวาดเสียวไม่ได้ แนะนำให้ใช้ความระมัดระวังมากขึ้นสักเล็กน้อย

อุปกรณ์ถัดมาเป็น Antibacterial Glass Screen Protector เป็นกระจกที่มีคุณสมบัติต่อต้านแบคทีเรียความหนา 0.21 มิลลิเมตร ทั้งยังช่วยลดรอยนิ้วมือและ ไขมันต่างๆ ด้วย โดยในซองจะมีวิธีการติดตั้งมาให้พร้อมกับอุปกรณ์ทั้งหมดที่จำเป็น เช่น ทิชชูแห้งและเปียก สามารถทำเองได้ไม่ยากเกินความพยายาม

ยังมีต่ออีกเป็นอุปกรณ์ชิ้นใหญ่อย่าง Twinview Dock 3 ถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ใหม่ล่าสุดสำหรับอาร์โอจี โฟน 3 ช่วยเปิดประสบการณ์การใช้งานพร้อมกันแบบ 2 จอ ด้วยจอภาพขนาด 6.59 นิ้ว แบบ AMOLED ความละเอียด FHD+ (2,340 x 1,080 พิกเซล) ความถี่เดียวกันกับจอของอาร์โอจี โฟน 3 ที่ 144 เฮิรตซ์ (Hz) หากเปิด X Mode ก็จะมีแสง RGB ขึ้นมาทั้งโลโก้ด้านหลัง และที่ขอบล่างด้านใน นอกจากนี้ ผู้ใช้จะได้รับซองกำมะหยี่สุดเท่ลงลาย ROG สำหรับเก็บอุปกรณ์นี้มาด้วย

อุปกรณ์สุดท้ายที่ขาดไม่ได้สำหรับเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ที่ต้องใช้คอนโทรลเลอร์เล่นเกมบนมือถือนั่นคือ ROG Clip ทำหน้าที่เป็นก้านที่ติดตั้งคอนโทรลเลอร์เข้าด้วยกันกับสมาร์ตโฟน แปลงร่างให้กลายเป็นคอนโซลเกมพกพา ภายในกล่องมีอุปกรณ์ 3 ชิ้น

สำหรับคอนโทรลเลอร์ของค่ายเกมยอดนิยมอย่างเพลย์สเตชั่นจากโซนี่ เอ็กซ์บ็อกซ์จากไมโครซอฟท์ และสเตเดียจากกูเกิ้ล ส่วนราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยนั้นมาไม่ทันปิดต้นฉบับนี้ คาดว่าปัจจุบันราคามาหมดแล้ว

มาถึงตัวสมาร์ตโฟนที่ข่าวสดไอทีเคยกล่าวถึงไปแล้ว ขนาดของเครื่องอยู่ที่กว้าง 78 ยาว 171 หนา 9.85 มิลลิเมตร น้ำหนัก 240 กรัม ตัวเครื่องเป็น Gorilla Glass 6 ประกอบสองด้านกับขอบอะลูมิเนียม แต่ไม่ได้รับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นติดมาด้วยเนื่องจากช่องระบายลมร้อนที่ด้านหลัง

แต่น่าจะพอรับมือได้ในสภาพฝนพรำและหมอกหนา เนื่องจากระบบระบายความร้อนภายในแบบพัดลม Aerodynamic system cooling fan พร้อมลวดลายสุดเฟี้ยวฟ้าวที่รับรองว่าไม่เหมือนสมาร์ตโฟนใดๆ ในท้องตลาดแน่นอน

พร้อมปุ่ม Air Triggers ซึ่งเป็นปุ่มที่ทำงานด้วยระบบคลื่นเสียงอัลตราโซนิก เอาไว้ใช้เป็นปุ่มเหมือน L กับ R เวลาเล่นเกม ส่วนปุ่มเพาเวอร์ที่ขอบขวานั้นผู้ทดสอบมองว่าต่ำไปเล็กน้อย อาจต้องใช้ความเคยชินใหม่

จอภาพขนาด 6.59 นิ้ว ใช้เทคโนโลยีจอ AMOLED ความละเอียด 2,340 x 1,080 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซล 391 พิกเซลต่อตารางนิ้ว (ppi) อัตราส่วนภาพ 19.5:9 ไม่มีติ่งหยดน้ำ รองรับความถี่สูงสุดถึง 144 Hz ความสว่างสูงสุด 650 นิต และรองรับภาพแบบ HDR10+ รวมทั้งมีขอบบางเฉียบซึ่งส่วนบนนั้นเป็นที่อยู่ของกล้องเซลฟี่มุมขวา รวมทั้งลำโพงสเตอริโอที่ขอบบนและล่าง สัดส่วนจอต่อตัวเครื่องร้อยละ 79.9

เอซุส อาร์โอจี โฟน 3 มีประสิทธิภาพที่แรงสุดขั้ว เพราะใช้ขุมพลังจากชิพประมวลผล (SoC) อย่าง Qualcomm Snapdragon 865+ จากประเทศสหรัฐอเมริกา บนสถาปัตยกรรมการผลิตแบบ 7 นาโนเมตรพลัส (7nm+) ภายในประกอบด้วยซีพียูแบบ 8 คอร์ (Octa-core) แบ่งเป็น 3 คลัสเตอร์ ได้แก่ ความถี่สัญญาณนาฬิกา 3.1 กิกะเฮิรตซ์ (GHz) จำนวน 1 คอร์ ความถี่ 2.42 GHz จำนวน 3 คอร์ และสุดท้ายเป็นความถี่ 1.8 GHz จำนวน 4 คอร์

หน่วยประมวลผลกราฟิก หรือจีพียู รุ่น Adreno 650 หน่วยความจำแรม (RAM) 8, 12 และ 16 กิกะไบต์ (GB) ตามพื้นที่เก็บข้อมูลภายใน (ROM) ได้แก่ 128, 256 และ 512 GB ตามลำดับ บนอินเตอร์เฟซอัตราการส่งข้อมูล UFS 3.1 เบนช์มาร์กที่วัดผ่านแอพพลิเคชั่น Geekbench 5 นั้นออกมาอย่างน่าตื่นตะลึงด้วยคะแนนมหาศาลถึง 4,520 แต้มสำหรับการประมวลผลคอร์เดียว และ 13,367 แต้มสำหรับการประมวลผลหลายคอร์ รวมไปถึงผลการทดสอบจากแอพฯ AnTuTu เช่นกัน

บ่งบอกว่า อาร์โอจี โฟน 3 เป็น สมาร์ตโฟนที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ข่าวสดไอทีเคยทดสอบมา เรียกว่าแทบจะใช้แทนคอมพิวเตอร์พีซีได้เลย

สําหรับระยะเวลาการใช้งานจากแบตเตอรี่ 6,000 มิลลิแอมป์ชั่วโมง (mAh) ถือว่านานอยู่ในเกณฑ์ดีแต่ค่อนข้างไม่แน่นอน โดยจากการทดสอบพบว่าใช้งานได้นานถึงเกือบ 10 ชั่วโมง แต่บางครั้งก็ใช้ได้ราว 7 ช.ม. และหากใช้งานเบาๆ ก็อยู่ได้ถึง 2 วัน คาดว่าน่าจะเป็นผลมาจากระบบปรับความถี่จออัตโนมัติ สามารถปรับได้ว่าจะให้เป็น 144 Hz คงที่

การชาร์จนั้นทางเอซุสแถมชาร์จเจอร์ขนาด 30 วัตต์ (W) มาให้ สามารถชาร์จได้ร้อยละ 50 ภายในเวลาเพียง 30 นาที และร้อยละ 87 ในเวลา 1 ช.ม. ถือว่ารวดเร็วมากสำหรับแบตฯ ขนาดใหญ่เท่านี้ แต่หากชาร์จจนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ก็จะใช้เวลาราว 107 นาที เนื่องจากธรรมชาติของแบตฯ นั้นเมื่อใกล้เต็มก็จะอัดไฟเข้าไปได้ช้าลง

ส่วนกล้องถ่ายภาพของอาร์โอจี โฟน 3 นั้นดีกว่าที่ทาง ผู้ทดสอบคาดไว้ แม้ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่สนใจเกมมิ่งโฟนจะไม่ค่อยสนใจเรื่องกล้องก็ตาม ได้แก่ กล้องหลังความละเอียด 64 ล้านพิกเซล (MP) เลนส์วายความละเอียด 13 MP และเลนส์มาโครความละเอียด 5 MP ส่วนกล้องเซลฟี่นั้นความละเอียด 24 MP โดยเซ็นเซอร์ของเลนส์หลักเป็น IMX686 จากค่ายโซนี่ ประเทศญี่ปุ่น ให้สีที่จัดจ้าน ไดนามิกเรนจ์ยอดเยี่ยม และแสงเงาในเกณฑ์ดี เช่นเดียวกันกับคลิปความละเอียด 8K ที่ดีเกินคาด แม้จะไม่มีตัวต่อต้านการสั่นของภาพก็ตาม ส่วนคุณภาพจากการถ่ายภาพกลางคืนนั้นถือว่าค่อนข้างดีกว่ามือถือทั่วไป

ผลการทดสอบสรุปได้ว่า อาร์โอจี โฟน 3 เป็นเกมมิ่งโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่ดีที่สุด เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์บนมือถือทั้งหลายที่ต้องการความเป็น สุดยอดทั้งในเกม และความไม่เหมือนใครในโลกจริง มือถือยังอัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์และเทคโนโลยีทันสมัยที่เกินคุ้ม รองรับ 5G ควบรวมกับดีไซน์สุดเฟี้ยว

สนนราคาที่ประมาณ 32,000 บาทขึ้นไป พร้อม โปรโมชั่นพ่วงสัญญาจากค่าย AIS ที่ให้ราคาคุ้มค่ายิ่งกว่า!

จันท์เกษม รุณภัย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน