ยุคเศรษฐกิจ ฝืดเคือง เงินกลายเป็นของหายาก ผู้คนต่างระมัดระวังตัว แก๊งมิจฉาชีพจำต้องพัฒนากลยุทธ์ใหม่ๆ ในการหลอกลวงเหยื่อ เช่นผลงานของ 2 โจรผัวเมีย คู่นี้ ที่แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ พร้อมอ้างตัวว่ากรมการปกครอง ขอยกตู้บริจาคมูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา ที่ตั้งไว้ในห้างสรรพสินค้าไปเฉย

ย้อนไปเมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่สน.คลองตัน พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ ผกก.สน.คลองตัน และพ.ต.ท.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ รองผกก.สส.สน.คลองตัน และชุดสืบสวนสน.คลองตัน ร่วมกันสอบสวนปากคำ นายปิยบุตร งามญาติ อายุ 41 ปี และน.ส.สาวิตรี งามขำ อายุ 36 ปี สองผู้ต้องหา อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ยกตู้ รับบริจาคเงินตามสถานที่ต่างๆ

จนมุมพร้อมของกลาง

พร้อมของกลางรถจยย.ฮอนด้า ซีบี 300 สีดำ ทะเบียน 1 ขฒ 6349 กรุงเทพฯ กล่องบริจาคมูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (EDF) สีน้ำเงิน พร้อมเงินสดธนบัตรและเหรียญ 6,094 บาท โดยจับกุมได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 18 ซอยลาซาล 33 แยก 1 แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา

ที่มาที่ไปของคดีนี้สืบเนื่องจากตัวแทนมูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสน.คลองตัน ว่ามีคนร้าย 2 คน เป็นหญิงและชายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ที่กรมการปกครองให้การรับรอง มายกเอาตู้รับบริจาคของทางมูลนิธิที่ฝากวางเอาไว้ที่ห้างสรรพสินค้าแม็กซ์แวลู สาขาสุขุมวิท 71 ย่านบางนา แต่เมื่อตรวจสอบพบว่าบุคคลดังกล่าวได้แอบอ้างและลักเอาทรัพย์สินของมูลนิธิไป

วงจรปิด

ต่อมาชุดตำรวจได้สืบสวนหาหลักฐาน จากภาพกล้องวงจรปิดพบชายที่มาก่อเหตุพร้อมกับผู้หญิง โดยผู้ชายมีลักษณะใกล้เคียงกับนายปิยบุตร ซึ่งกำลังหลบหนีหมายจับในคดีเกี่ยวกับทรัพย์หลายรายการ

คุมทำแผน

พอได้ข้อมูลชุดสืบสวนจึงลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพัก พบนายปิยบุตรกำลังเดินอยู่ที่บริเวณซอยลาซาล 33 แยก 1 จึงจับกุม ก่อนเข้าตรวจค้นบ้านพักพบน.ส.สาวิตรี พักอาศัยอยู่ จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางทั้งหมด

สอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่า เคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง โดยเหตุล่าสุดนั้นลงทุนติดสติ๊กเกอร์ปลอมแปลงเลขทะเบียนรถเพื่อให้หลบหนีจากการจับกุมของ เจ้าหน้าที่แต่สุดท้ายก็ไม่รอด

หลังสอบสวน ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำ ความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป และโดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นบุคคลอื่น หรือรับของโจร” ก่อนคุมตัวส่งพนักงาน สอบสวนสน.คลองตัน ดำเนินคดีต่อไป

ทำแผนฉกเงินวัด

อีกคดีก่อนหน้าเมื่อวันที่ 19 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เข้าจับกุมตัว นายต้อม วิเศษสิงห์ อายุ 34 ปี ที่บ้านพักใน ต.ทุ่งกระเต็น อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ โจรแสบที่ตระเวนก่อเหตุตระเวนลักขโมยเงินตู้บริจาคและทรัพย์สินมีค่าต่างๆ ภายใน วัดในเขตพื้นที่ อ.นางรอง หนองกี่ และ อ.ชำนิ รวมกว่า 20 แห่ง

วงจรปิด

หลังจากตำรวจใช้ความพยายามแกะรอยคนร้ายมาตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา โดยอาศัยกล้องวงจรปิดของวัดบางแห่ง สามารถบันทึกภาพคนร้ายขณะเข้าไป ก่อเหตุขโมยเงินตู้บริจาคและทรัพย์สินภายในวัดได้

แม้คนร้ายมักจะถอดเสื้อใช้ปิดคลุมใบหน้าตลอดเวลาที่ลงมือ แต่มันก็พลาด ที่ทำให้เห็นรอยสักด้านหลังที่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการแกะรอยและรวบตัวคนร้ายได้ในที่สุด เพราะจำนนด้วยหลักฐาน

กรอบพระที่เหลือ

จากการสอบสวนนายต้อมยอมรับว่า ได้ตระเวนก่อเหตุลักขโมยเงินในตู้บริจาค และทรัพย์สินในวัดจริง แต่จำชื่อวัดไม่ได้ว่าก่อเหตุที่วัดอะไรบ้าง เพราะก่อเหตุมากกว่า 20 วัด ส่วนทรัพย์สินที่ขโมยไปทั้งเครื่องทองเหลือง พระเครื่อง ได้นำไปโพสต์ขายผ่านเฟซบุ๊ก แล้วนำเงินไปใช้

หลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายต้อมไปทำแผนชี้จุดเกิดเหตุ ก่อนจะควบคุมตัวส่งให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำ และดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเบื้องต้น ถูกแจ้งข้อหา “ลักทรัพย์”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน