เกิดจากตัวพยาธิ
ชอนไช‘ผิวหนัง’

เผยผลสอบสวนโรค กรณีชาวนากว่า 200 คน ในอ.จะนะ จ.สงขลา เกิดผื่นเป็นตุ่มแดงคล้ายแมลงกัดตามแขนขา อธิบดีกรมการแพทย์ ระบุสาเหตุโดนตัวพยาธิหอยคันชอนไช ทำให้คันตามผิวหนัง ย้ำไม่มีอันตราย เพราะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในร่างกาย มนุษย์ ต้องรักษาตามอาการใช้คาลาไมน์หรือ สเตียรอยด์ครีม หายได้เองในช่วง 14 วัน เตือนคนทำนา งมหอย เก็บผักบุ้ง เด็กชอบว่ายน้ำ มักเสี่ยงเกิดโรคคันน้ำ แนะวิธีป้องกันก่อนลงแหล่งน้ำทาด้วยน้ำมันพืชหรือวาสลีน

เมื่อวันที่ 15 พ.ย. นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีชาวนากว่า 200 คน จาก 7 ตำบล ในอ.จะนะ จ.สงขลา ดำนาแล้วเกิดผดผื่นคัน เป็นตุ่มตามแขนขา ช่วงส.ค.-ต.ค. ว่า การวินิจฉัยสาเหตุของผื่นคันนั้น จาก ความร่วมมือของโรงพยาบาล(ร.พ.) โรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จ.ตรัง กรมการแพทย์ กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กองระบาดวิทยา สถาบันราชประชาสมาสัย ฯลฯ ร่วมกันสอบสวนโรคหาสาเหตุ ซักประวัติ ตรวจร่างกาย ทำแผนที่ การระบาด และนำตัวอย่างน้ำและหอยในนา ไปตรวจสอบ พบว่าเป็นการแพร่ระบาดของโรคพยาธิหอยคัน เกิดจากตัวอ่อนพยาธิใบไม้ในเลือดที่อยู่ในตัวหอยคัน มักเกิดกับเกษตรกรที่ต้องสัมผัสกับแหล่งน้ำอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะผู้มีอาชีพทำนาและผู้ที่ต้องสัมผัสกับแหล่งน้ำ เช่น ผู้ที่มีอาชีพงมหอย เก็บผักบุ้ง หรือเด็กๆ ที่ชอบว่ายน้ำตามแหล่งน้ำต่างๆ ขอให้ระมัดระวังอันตรายจากพยาธิหอยคันไว้ด้วย เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการทางโรคผิวหนังได้

พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า โรคพยาธิหอยคันหรือโรคคันน้ำ เกิดจากพยาธิตัวอ่อนระยะเซอคาเรียของพยาธิใบไม้ของสัตว์ เช่น วัว ควาย เนื่องจากมีพยาธิมีแหล่งที่อยู่เป็นสัตว์ คนเราไม่ใช่แหล่ง ที่อยู่ของพยาธิ พยาธิไม่สามารถเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยได้ เมื่อพยาธิเข้าสู่ร่างกายมักจะตาย หลังจากไชไประยะเวลาหนึ่ง เมื่อพยาธิไชไปตามผิวหนังก็กระตุ้นให้เกิดอาการทางผิวหนัง คันตามตัว ตุ่มแดงคล้ายแมลงกัด ผื่นแดง มีตุ่มน้ำใส ผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการแพ้มากเป็นพิเศษ ทำให้เกิดตุ่มจำนวนมาก ยิ่งทำให้เกิดอาการคันมากยิ่งขึ้น

พญ.มิ่งขวัญกล่าวต่อว่า พยาธิเหล่านี้มีวงจรชีวิตช่วงหนึ่งที่อาศัยอยู่ในหอยคัน เมื่อพยาธิเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของคนเราจะไม่เป็นอันตราย เนื่องจากไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ แต่ก่อให้เกิดความรำคาญจากอาการคัน ในด้านการรักษาคือ รักษาตามอาการ หากคันมากๆ และมีผื่นลุกลามให้ใช้ยาทาแก้คันพวกคาลาไมน์ หรือสเตียรอยด์ครีมทาบริเวณที่คัน หรือรับประทานยาแก้แพ้ แต่ถ้ามีอาการเล็กน้อยก็ไม่ต้องรักษา อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายในเวลา 14 วัน

“การป้องกันไม่ให้พยาธิหอยคันเข้าสู่ร่างกาย ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำที่มีพยาธิอาศัยอยู่ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้ผู้ที่ต้องสัมผัสกับแหล่งน้ำต่างๆ อยู่เสมอให้ใช้อุปกรณ์ป้องกัน ใส่รองเท้าบู๊ต หรืออาจจะใช้วิธีป้องกันจากภูมิปัญญาชาวบ้านโดยทาน้ำมันพืช หรือใช้วาสลีนทาบริเวณแขนขาก่อนลงสู่แหล่งน้ำแต่ละครั้ง เพื่อป้องกัน ไม่ให้พยาธิหอยคันมาเกาะที่ผิวหนัง และล้างตัวทำความสะอาดอย่างรวดเร็วหลังจากสัมผัสกับแหล่งน้ำที่คาดว่าจะมีตัวอ่อนพยาธิ หากบุคคลในครอบครัวมีอาชีพที่ต้องสัมผัสกับแหล่งน้ำอยู่เสมอๆ ควรป้องกันอันตรายจากพยาธิหอยคัน แม้ว่าพยาธินี้จะไม่เป็นอันตรายและไม่ใช่โรคติดต่อจนทำให้เสียชีวิต แต่จะทำให้เกิดปัญหาโรคผิวหนังและต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเป็นจำนวนไม่น้อยเช่นกัน” พญ.มิ่งขวัญกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน