บุ๊กสโตร์
ผู้สื่อข่าวหรรษา
…สวัสดีปี 2564 “สำนักพิมพ์มติชน” มาพร้อมความหวังและพลังใจสู่ผู้อ่าน ในยามที่การระบาดขั้นวิกฤตของ โควิด-19 ทำเราถ้วนหน้าล้มคว่ำพังพาบ ผีซ้ำด้ำพลอยด้วยการรุกคุกคามของสายพันธุ์ “ไม่รู้ล้ม” พาความหวังที่เคยมาพร้อมกับปีใหม่แทบจะหายสิ้น
แทนคำอวยพรและของขวัญ มติชนเสนอหนังสือเล่มดัง ฟื้นพลังใจให้ลุกขึ้นอีกครั้งอย่างมีความหวัง

… “โลกนี้ไม่ได้มีคำตอบเดียว” ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจลำดับที่ 32 ของ ‘หนุ่มเมืองจันท์’ เสิร์ฟเรื่องราวเบื้องหลัง ‘คำตอบ’ อันหลากหลายของผู้คนที่พลิกวิกฤตเป็นโอกาส-พลิกโลกทั้งใบด้วย คำตอบใหม่ๆ ที่ไม่มีใครคาดถึง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของ ประภาภัทร นิยม จากโรงเรียนรุ่งอรุณ นักตั้งคำถามผู้เชื่อมั่นในพลังของคำตอบที่หลากหลายโมริโอกะ สึโยชิ จาก ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอเจแปน ที่แก้ปัญหายอดผู้เยี่ยมชมสวนสนุกลดลงเรื่อยๆ ด้วยการพลิกแพลงตะแคงคิดหาคำตอบใหม่ในงบประมาณจำกัด
มารุต ชุ่มขุนทด จากคลาส คาเฟ่ ผู้เปลี่ยนคำตอบของธุรกิจสู้โควิดด้วยกลยุทธ์ รถพุ่มพวง, ธนินท์ เจียรวนนท์ และ ประภาส ชลศรานนท์ 2 ผู้ทรงอิทธิพลจาก 2 วงการที่ต่างก็เชื่อว่า ทางที่ง่ายไม่ใช่คำตอบของเขา
และอีกมากมายหลายคำตอบ หลายแง่มุม รวมเป็น 30 เรื่องราว 30 คำตอบอันหลากหลาย เพื่อผู้อ่านจะได้ ‘อาวุธใหม่’ ไปใช้หาคำตอบที่เป็นของตัวเอง
วันที่โลกโกลาหล อาวุธหนึ่งที่จะช่วยเราสู้กับความไม่แน่นอนได้คือความยืดหยุ่นและความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงความพร้อมที่จะสร้างคำตอบใหม่ๆ ให้ตัวเองและโลกใบนี้
“โจทย์ใหญ่ของโลกใบนี้ อาจไม่สามารถคลี่คลายได้ด้วยคำตอบเดียว”

… “ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา” บันทึกการเดินทางผ่านร้อนผ่านหนาวตลอด 30 ปีของ ‘เอไอเอส’ ผ่านมุมมองของ ‘สมชัย เลิศสุทธิวงค์’ พนักงานธรรมดาๆ ที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดขององค์กรที่มีมูลค่ากว่าแสนล้านบาท ผู้อุทิศเวลากว่าครึ่งชีวิตนำพาและขับเคลื่อนเอไอเอสให้เติบโตเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่เฉกเช่นทุกวันนี้
30 ปีก่อน เอไอเอส คือบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ธรรมดาๆ ที่ในเวลานั้น การสื่อสารไร้สายยังเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนไทย แทบไม่มีใครคาดคิดเลยว่า 30 ปีให้หลัง มือถือจะกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์ และเอไอเอสได้ก้าวขึ้นสู่การเป็นบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่อันดับ 1 ของประเทศ
หนังสือเล่มนี้ จึงมิใช่เพียงบันทึกหน้าประวัติศาสตร์บริษัทโทรคมนาคมเบอร์ 1 ของไทย แต่ยังฉายภาพให้เห็นถึงแนวคิดวิธีการทำงาน ตลอดจนการก้าวผ่านอุปสรรค ที่ถาโถมเข้ามาทดสอบและพิสูจน์ฝีมือของเอไอเอส ที่พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนทำงานรุ่นใหม่ องค์กร และภาคธุรกิจนำไปเป็นกรณีศึกษาเพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จาก “ธรรมดา ให้กลายเป็นไม่ธรรมดา” ในท้ายที่สุด
“ถ้าคนธรรมดาอย่างผมที่พ่อแม่ไม่ได้ร่ำรวย นามสกุลไม่ดัง สามารถประสบความสำเร็จได้ แล้วทำไมคนอื่นจะทำอย่างผมบ้างไม่ได้…การเป็นมืออาชีพต้องพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและปรับตัวตามสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปคนที่อยู่รอดได้ ไม่ใช่คนที่เก่งหรือแข็งแรงที่สุด แต่ต้องเป็นคนที่ปรับตัวได้เร็วและ ดีที่สุด”

… “เมื่อความจนเฆี่ยนตีผม” เปิดเส้นทางชีวิต ‘สุพจน์ ธีระวัฒนชัย’ ผู้ไม่ยอมจำนนต่อความพ่ายแพ้ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต จากบทเรียนที่กล้าลองผิดลองถูกในการทำธุรกิจกว่า 40 ปี สร้างสรรค์อาณาจักรโรงเบียร์สดเยอรมันให้เติบโตขึ้น อันดับ 1 ของเมืองไทย สู่ความสำเร็จสไตล์ “โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง” ที่ก่อตั้ง พัฒนา และยืนหยัดมาได้ถึง 2 ทศวรรษซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ถ่ายทอดแนวคิด เทคนิค กลยุทธ์ การบริหารงาน ของธุรกิจร้านอาหารขนาดใหญ่ยักษ์ที่เริ่มก่อตั้งในช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจ 2540 อย่างกล้าหาญและบ้าบิ่นและยืนหยัดมั่นคงมาจนครบรอบ 20 ปี
เริ่มตั้งแต่ประสบการณ์ชีวิตที่เคี่ยวกรำทำการค้าขายตั้งแต่เด็ก สู่การทำธุรกิจในวัยหนุ่มที่ล้มลุก คลุกคลาน แนวคิด ด้านการตลาดที่ผ่านการวิเคราะห์จากสถานการณ์จริง จนถึงหลักบริหารคน อย่างเข้าถึง สู่วันที่กิจการก้าวหน้ามีลูกน้องเกือบ 1,000 คน และความเชื่อมั่นในอุดมการณ์ที่ว่า หากมีโอกาสเราควรจะดูแลสังคม ช่วยเหลือคนที่อ่อนแอกว่าเสมอเพราะเขารู้ดีว่า ความจนมีพิษสงแค่ไหน
ซึ่งในแง่ดีความขัดสนในวัยเด็กนั่นเองแปรผันเป็นแรงผลักดันให้มุ่งมั่นสู้งาน ไม่ย่อท้อต่อความล้มเหลวหลายครั้ง เสมือนได้บ่มชีวิตชายผู้นี้จนได้ที่ กลายเป็นความสำเร็จอันภาคภูมิและ ส่งต่อเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจ
“ความสำเร็จที่ได้มาด้วยความทุ่มเท คือความภูมิใจที่ล้ำค่า”
สำคัญ ทุกแนวคิด เทคนิค กลยุทธ์การบริหารงาน ผู้อ่านสามารถซึมซับนำไปปรับใช้ได้ทันที

… “ความสำเร็จ ดีใจได้วันเดียว” คนส่วนใหญ่พยายามค้นหาว่าทำอย่างไร ‘ซี.พี.’ จึงประสบความสำเร็จในระดับโลกได้และเหมือนกับว่า ซี.พี. จะไม่ยอมหยุดนิ่ง ยังเคลื่อนตัวไปกับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้ตลอดเวลา
ปริศนานี้ ไม่มีใครตอบได้ดีไปกว่าเจ้าของเรื่องตัวจริง ‘ธนินท์ เจียรวนนท์’
กว่า 8 ปีที่ ธนินท์ เจียรวนนท์ ลงมือถ่ายทอดประสบการณ์บนเส้นทางธุรกิจยาวนานกว่า 50 ปี ให้กลายเป็นเรื่องเล่าเรียบง่ายแฝงแนวคิดและปรัชญาใน การทำงานให้ประสบความสำเร็จเพื่อส่งต่อเคล็ดวิชาสู่ นักธุรกิจรุ่นใหม่
เผยเบื้องลึกของทั้งความสำเร็จ ความล้มเหลว ทุกแง่มุมที่ทุกคนอยากรู้และวลี “ความสำเร็จ ดีใจได้วันเดียว” อันเป็นบทเรียนจากของจริงและแรงบันดาลใจให้ผู้ที่มีความฝันนำไปต่อยอดสร้างความสำเร็จในเส้นทางของตัวเอง…จุดประกายความคิด ต่อยอดความสำเร็จ ดีใจแล้วไปต่อ
“ธนินท์ไม่ยอมเสียเวลาชื่นชมกับความสำเร็จนานเกินไป เขาให้เวลาเพียงแค่วันเดียว เพราะพรุ่งนี้ต้องลำบากขึ้น งาน ยิ่งใหญ่ยิ่งลำบาก ยิ่งเหนื่อย”

… “Soft Power” เฌอปราง อารีย์กุล กัปตันวง BNK48 ศิลปินไอดอลระดับประเทศ ในลุกส์ของกัปตันผู้มีความมั่นใจ ตัวเองสูง แข็งแกร่ง มีความเป็นผู้นำเป็นต้นแบบของเด็กวัยรุ่นที่มีความคิดความอ่าน แต่กระนั้นก็ตาม เฌอปรางก็ยังมีอีก หลายมุมในชีวิตที่ไม่ได้เพอร์เฟ็กต์อย่างที่ใครหลายคนคิด แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ
หนังสือเล่มแรกที่เปิดเผยเรื่องราวของ เฌอปราง อารีย์กุล ผ่านปลายปากกาของ ‘นิ้วกลม’ ผู้ซึ่งนั่งพูดคุย ถาม-ตอบ ชวนคิดกับเฌอปราง พยายามสวมบทบาททั้งในมุมของแฟนคลับและคนทั่วไป ถอดบทเรียนจากความคิดของหญิงสาววัย 24 ปี ที่ดูเหมือนว่าสามารถต่อสู้กับโลกใบนี้ได้อย่างเด็ดเดี่ยวอยู่เสมอ
ในโลกที่หลายครั้งเป็นสีขาว หลายครั้งเป็นสีดำ หรือหลายครั้งเป็นสีเทา แต่เฌอปรางกลับมีหลากสีสันในตัวเอง ที่พร้อมจะแต่งเติมให้คนรอบข้างได้อยู่เสมอ ดังที่ ‘นิ้วกลม’ บอกกล่าวไว้
“หลายครั้งของการสนทนา เฌอปรางทำให้ผมลืมไปว่า หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าอายุแค่ 24 ปีเท่านั้น ด้วยความคิดที่เป็นผู้ใหญ่ การเรียบเรียงความคิดที่เป็นระบบ ขณะที่บางคำตอบก็ฉุดผมกลับมาว่า เฌอปรางก็เป็นหญิงสาวที่มีความคิดสมวัย คนหนึ่งนั่นเอง…มีเด็กและผู้ใหญ่วิ่งสลับไปมาอยู่ในตัวเธอ”
Soft Power คือที่มาแห่งพลังของ เฌอปราง อารีย์กุล และ Soft Power คือพลังที่เฌอปรางส่งต่อให้ทุกคน
พบกันใหม่อาทิตย์หน้า