เชื่อมั่นนำชาติพ้นภัย
โพลชี้เศรษฐกิจโคม่า
‘การเมือง-ม็อบ’ยังวุ่น
ชวนนัดวิป3ฝ่ายวันนี้
จ่อเลื่อนประชุมสภาฯ

ยกประยุทธ์ยิ่งใหญ่เทียบ ‘เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิล’ อดีตนายกฯอังกฤษ ส.ส.พปชร.อวยสุดๆ เป็นผู้นำที่เข้มแข็ง จะพาชาติพ้นภัยชี้ 3 ปัจจัยเลือกตั้งส.ส.ร.-ผู้ว่าฯกทม.-ท้องถิ่น ทำกระแสม็อบแผ่ว โพลชี้ ปีนี้‘เศรษฐกิจ-โควิด’ โคม่าหนัก แต่ ‘บิ๊กตู่’ ยังอยู่ได้ยาว ขณะที่การเมือง-ม็อบ ยังวุ่นเหมือนปีที่ผ่านมา ‘สุวัจน์’ ให้รัฐบาลสอบผ่าน ห่วงการเมืองนอกสภา วอนอย่าใช้ความรุนแรง เชื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล มีเสียงหนุนอื้อ ‘วิรัช’ เผยประธานสภานัดถกวิป 3 ฝ่ายเคาะเลื่อน-ไม่เลื่อนประชุม เพื่อไทยยันหากสั่งงดประชุมสภา ก็ต้องเพิ่มวันชดเชย ก้าวไกลลั่นถึงจะยังไม่ล็อกดาวน์ รัฐบาลก็ต้อง เยียวยาประชาชน

‘สุวัจน์’ห่วงการเมืองนอกสภา

เมื่อวันที่ 3 ม.ค. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา(ชพน.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองในปี 2564 ว่า เสถียรภาพทางการเมืองขณะนี้ส่วนหนึ่งมาจากจำนวนเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล บวกกับประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หมายความว่ามีทั้งเสถียรภาพในสภาและ นอกสภา ซึ่งวันนี้รัฐบาลและฝ่ายค้านมีเสียงห่าง 60-70 เสียง มองว่าเสถียรภาพในสภาไม่มีปัญหา แต่จะเป็นเสถียรภาพนอกสภามากกว่า ซึ่งการพูดคุยเพื่อลดความขัดแย้ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำให้เสร็จโดยเร็ว เป็นที่ พอใจของทุกฝ่ายหรือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แก้ปัญหาโควิด-19 ตรงนี้ตนคิดว่าเป็นเสถียรภาพการเมืองนอกสภา ฉะนั้น การเมืองในสภาไม่น่าห่วง ที่เหลือเป็นเรื่องขีดความสามารถในการแก้ปัญหาบ้านเมืองของรัฐบาลมากกว่า

ส่วนคณะกรรมการสมานฉันท์จะช่วยได้หรือไม่ นายสุวัจน์กล่าวว่า ยังดีกว่าไม่ทำอะไร ถือเป็นการแสดงออกว่าเราพร้อมมีเวทีให้ ทุกฝ่ายมาพูดคุยกัน เชื่อว่าสันติภาพเกิดจากการเจรจา ถ้าเราเปิดกว้าง มีเวทีเจรจากันอย่างจริงจังก็ดีกว่าเราไม่ทำอะไรเลย ดังนั้น การมีกรรมการสมานฉันท์ ถ้าไม่สำเร็จก็เท่าทุน แต่อย่างน้อยอาจจะเกิดไอเดียดีๆ ที่มาลดทอนความขัดแย้งได้

ชี้สสร.ควรมาจากการเลือกตั้ง

นายสุวัจน์กล่าวว่า ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญ หากมีความชัดเจนและทุกฝ่ายมีความจริงใจร่วมกัน เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ประชาชนยอมรับ ก็จะลดทอนเงื่อนไข ความขัดแย้ง ทำให้ประเทศมีเสถียรภาพ ส่วนแนวคิดการมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจากการเลือกของประชาชน จะเป็นตัวแทนจากการตกผลึกของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ได้มีเรื่องอื่นมาแทรกแซง ในการร่าง ก็จะเกิดความชอบธรรม นำไปสู่การลงรายละเอียดเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวแทนที่จะมาร่างและเนื้อหาที่จะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ดังนั้น หากเราแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรมีตัวแทนประชาชนมาร่าง ให้ได้คนดีที่สุดเข้ามาร่าง นี่คือสิ่งที่ตั้งแท่นไว้เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่ดี ขึ้นอยู่กับตัวแทน ดังนั้น ส.ส.ร. เราต้องดูที่มาที่ไป ดูความชอบธรรม ดูระบบการเลือกตั้ง ดูที่การเฟ้นว่ามาได้อย่างไร

เมื่อถามว่าคิดว่าการเมืองนอกสภา เช่น การชุมนุมจะรุนแรงกว่าปี 2563 หรือไม่ นายสุวัจน์กล่าวว่า ตราบใดที่เราไม่ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา จึงควรมีเวทีพูดคุยกัน ความสงบเรียบร้อยของประเทศในวันนี้น้ำหนักอยู่ที่เราจะต้องจัดการกับเรื่องโควิด-19 และเศรษฐกิจให้เรียบร้อย

ให้คะแนนรัฐบาลสอบผ่าน

ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายค้านจะเปิดอภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐบาล จะกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ว่าฝ่ายค้านจะหยิบยกประเด็นใดขึ้นมาอภิปราย ถ้าพูดถึงเสียงสนับสนุนรัฐบาล เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา รัฐบาลยังคุมเสียงข้างมากอยู่ อย่างไรก็ตาม การทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมาถือว่าแก้ไขปัญหาได้ดี ถ้าจะให้ให้คะแนน ถือว่าสอบผ่าน

นายสุวัจน์กล่าวว่า ทราบว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ทำงานอย่างหนัก ขอเป็นกำลังใจให้นายกฯ มีสุขภาพแข็งแรง และประสบความสำเร็จ ในสิ่งที่ปรารถนาดีต่อประเทศชาติ แก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ลุล่วง ส่วนปัญหาเศรษฐกิจภาพรวมปีที่ผ่านมา ไม่ได้เลวร้ายกว่าที่คิด เชื่อว่าในปีนี้น่าจะฟื้นตัวได้เร็ว แต่ยังมี 3 ตัวแปรที่สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย

คือ 1.ปัญหาโควิด-19 ต้องเอาให้อยู่ 2.การเมืองต้องนิ่งและต้องมีเสถียรภาพ หากเรามีความรักสามัคคีกัน ทุกอย่างเรียบร้อยก็จะบรรลุวัตถุประสงค์ ได้ง่าย 3.การแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องมีความชัดเจน มีกรอบเวลา ทุกฝ่าย มีความจริงใจร่วมกัน เพื่อให้เป็นรัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์ที่สุดและเป็นไปตามเจตนารมณ์ เชื่อว่าจะลดปัญหาขัดแย้งภายในประเทศ รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ที่ผ่านมาเราทำได้ดี แต่ต้องเตรียมเม็ดเงินให้เพียงพอ ต้องมีความรวดเร็วในการเข้าไปกระตุ้นด้วย

กมธ.แก้รธน.จ่อเลื่อนถก

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการ(กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ. …ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) เสนอให้เลื่อนประชุมกมธ. เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า ในวันที่ 4 ม.ค. นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา นัดประชุมวิป 3 ฝ่าย ซึ่งขึ้นอยู่กับ ที่ประชุม ทั้งนี้ วุฒิสภาบอกงดประชุมแล้ว และเราจะประชุมแค่ส.ส.อย่างเดียวก็ไม่ได้ ส่วนที่บอกว่าจะไม่ทัน ไม่ครบ จะต้องต่อ หรือไม่นั้น การพิจารณาเรื่องกฎหมาย ข้อบังคับ ไม่ได้กำหนด

“ส่วนที่บอกไว้ว่า 45 วัน วันนั้นไม่มีสถานการณ์อะไรเลย ไม่มีสถานการณ์โควิด-19 วันนั้นจึงกำหนดไว้เช่นนั้น แต่ในเมื่อมีเรื่องโควิด จึงต้องรอดูสถานการณ์เรื่องนี้เราไม่ได้อยู่ คนเดียว เราจะต้องดูเหตุการณ์ ถ้าวันนี้เขาสั่งปิด โรงรียนทั้งหมด แต่มีของเรามาประชุมแค่ อันเดียว มันแปลกๆ เดี๋ยววันที่ 4 ม.ค. รอดูคำตอบแล้วกัน” นายวิรัชกล่าว

พปชร.ชี้ 4 ปัจจัยทำการเมืองแผ่ว

นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช พปชร. กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองในปีนี้จะมีความเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะการเมืองในระบบจะมีการแข่งขัน ต่อสู้กันสูงมาก แต่จาก 4 ปัจจัยคือ 1.กิจกรรมในระบบการเลือกตั้งช่วง 12 เดือนจากนี้ จะครอบคลุมการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี เทศบาลทั่วประเทศ 2.การเลือกผู้ว่าฯ กทม. จะมีสีสันอย่างมาก 3.การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่จะครอบคลุม ทั่วประเทศ 4.การเลือกตั้งส.ส.ร. เชื่อว่าจะช่วยลดกระแสการเมืองภาคพลเมืองลง จากที่เรียกร้องใน 3 ข้อคือ 1.นายกฯ ลาออก ซึ่งนายกฯ ไม่ลาออกอยู่แล้วเพราะมาตามรัฐธรรมนูญ ปี 2560 จึงถือว่ามีความชอบธรรม 2.แก้ไขรัฐธรรมนูญ ตอนนี้รัฐสภาก็แก้ให้ความ ข้อเรียกร้องแล้ว และ 3.การปฏิรูปสถาบัน ในเรื่องนี้ต้องทำด้วยความรัก ความศรัทธา ไม่ใช่ความเกลียดชัง

นายรงค์กล่าวว่า ในฐานะ กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ เห็นว่าเรื่องส.ส.ร.มีความสำคัญอย่างมาก เพราะหลังเดือนมี.ค. นับไปประมาณ 200 วันตามรัฐธรรมนูญที่จะมีการแก้ไขนั้น ตรงนี้จะเป็นโฟกัสทางการเมือง เพราะประชาธิปไตยเราเดินหน้ามาตั้งแต่ การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2562 ซึ่ง ส.ส.ร. จะเป็นจุดสำคัญที่แต่ละจังหวัดจะต้องสรรหาตัวบุคคลเข้ามาเป็น ส.ส.ร. ตรงนี้ถือว่าสำคัญมาก

ยก‘บิ๊กตู่’เทียบเท่า‘เชอร์ชิล’

นายรงค์กล่าวว่า เรื่องที่รัฐบาลจะต้องเร่งทำ โดยด่วน คือแก้ปัญหาโควิด-19 ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องตอบคำถามในสภาผู้แทนราษฎร และสื่อ เกี่ยวกับมาตรการฟื้นฟู การเยียวยา การแก้ปัญหา ในระยะสั้น ระยะยาวว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง จะต้องมีการออกมาตรการใหม่หรือไม่ รวมถึง การเร่งแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลต้องออกมาตรการฟื้นฟูให้ตรงเป้า อาทิ โครงการคนละครึ่ง ที่กระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมาก เป็นต้น

“ภาพรวมในปีนี้ ผมมั่นใจว่ารัฐบาลจะผ่าน ไปได้ ด้วยผู้นำอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งมีความเข้มแข็ง มีความเป็นผู้นำสูงในภาวะที่บ้านเมืองมีวิกฤตแบบนี้ เหมือนกับที่ประเทศอังกฤษ มีนายกฯ ที่ชื่อนายวินสตัน เชอร์ชิล” นายรงค์กล่าว

วอนนักการเมืองเลิกใส่ร้าย

น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.และโฆษก พปชร. กล่าวว่า ขณะนี้โจทย์ใหญ่ของประเทศคือการแก้ไขปัญหาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่รุนแรง ดังนั้น อยากเห็นทุกพรรค การเมืองหันหน้าเข้าหากัน ทำการเมืองใหม่อย่างสร้างสรรค์ เลิกใช้วาทกรรมการเมือง ที่นำมาสู่ความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจผิด และมาช่วยกันเดินหน้าประเทศ สิ่งใดดีแล้ว ก็ส่งเสริมให้ลุล่วงอย่างรวดเร็ว สิ่งใดไม่เห็นด้วย ก็เสนอแนะความคิดว่าควรทำอย่างไร เชื่อว่าทุกข้อเสนอที่สร้างสรรค์ เป็นประโยชน์ บนพื้นฐานข้อเท็จจริงไม่ว่าจากฝ่ายใด รัฐบาลพร้อมรับฟัง เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับแนวทางการบริหารสถานการณ์ในภาวะวิกฤต ซึ่งเวลานี้ภาพลักษณ์ของนักการเมืองในสายตาของประชาชนตกต่ำมาก ถึงเวลาที่นักการเมือง ทุกคนต้องช่วยกัน สร้างภาพลักษณ์ใหม่ ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ จริงใจ และสร้างสรรค์ ให้เป็นที่พึ่ง และไว้วางใจของประชาชนต่อไป

ปชป.ขอฝ่ายค้านร่วมสมานฉันท์

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ปชป.พร้อมสนับสนุนการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ แต่ฝ่ายค้านยังปฏิเสธ ไม่เข้าร่วม อยากเรียกร้อง ฝ่ายค้านว่าขอให้เข้ามาร่วมกันทำเพื่อประเทศ สร้างปรองดองสมานฉันท์ หากมีทุกส่วน ที่เกี่ยวข้องช่วยกันคิดย่อมเป็นผลดี ไม่อยากให้มองว่าสัดส่วนมากน้อยของคณะกรรมการจะเป็นอุปสรรค เพราะจะไม่มีการลงคะแนน ไม่ได้ใช้มติ จึงอยากให้ฝ่ายค้านเข้ามาร่วมด้วย เพื่อหาทางออกให้บ้านเมืองร่วมกัน

ส่วนที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาได้กำหนดสัดส่วนของสื่อมวลชนนั้น นายราเมศ กล่าวว่า พรรคเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะสื่อมวลชน เป็นอาชีพที่มีบทบาทสำคัญในสังคม จะเป็นอีกมุมมองที่จะมาสะท้อนข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ เป็นประโยชน์ต่อแนวทางปรองดอง และการลดความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น

พท.ยันงดประชุมก็ต้องชดเชย

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงนายนิกร จำนง เสนองดการประชุมสภา เพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 ว่า ได้คุยเป็นการส่วนตัวกับผู้แทนหลายคน เห็นว่าจะงดก็ได้แต่ต้องชดเชยวันประชุม หลังจากสถานการณ์คลี่คลาย เช่น งด 1 เดือน ก็ขยายเวลาออกไป 1 เดือนเหมือนกัน หรือเรียกว่าเป็นการชดเชย แนวทางเป็นไปได้มากกว่า จะดูสถานการณ์วันที่ 4 ม.ค. เวลา 15.00 น. นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาได้นัดทุกกลุ่ม เพื่อหารือ

เมื่อถามว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ฝ่ายค้านยังคงยื่นตามกรอบเดิมหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้เราเองก็ไม่ได้คาดเอาไว้ ถ้าเกิดการงดประชุมเกิดขึ้นก็ต้องเลื่อนไปด้วยกันทั้งหมด เราก็เข้าใจแนวทางการป้องกันโควิด-19 และพร้อม ทำตามศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ (ศบค.)

โพลชี้การเมือง-ม็อบยังวุ่น

นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจเรื่อง “การเมือง เศรษฐกิจ และโควิด-19 ในปี 2564” สำรวจวันที่ 24-25 ธ.ค. 2563 จากประชาชน 1,326 ตัวอย่าง เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ และโควิด-19 ในปี 2564 โดยสถานการณ์ทางการเมืองปี 2564 เทียบกับปี 2563 พบว่า ร้อยละ 41.63 ระบุสถานการณ์ทางการเมืองจะวุ่นวายเหมือนเดิม ร้อยละ 35.30 ระบุ จะวุ่นวายมากขึ้น ร้อยละ 15.46 จะวุ่นวาย น้อยลง ร้อยละ 4.22 จะไม่วุ่นวายเลย

ส่วนรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในปี 2564 ร้อยละ 54.15 ระบุว่า นายกฯ จะอยู่ยาวตลอดทั้งปี ร้อยละ 13.12 ระบุรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จะมีการปรับครม. ร้อยละ 8.45 ระบุจะยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ร้อยละ 7.62 นายกฯ จะลาออก ร้อยละ 3.02 ระบุจะเกิดความแตกแยกในพรรคร่วมรัฐบาล ร้อยละ 2.26 ระบุพล.อ.ประยุทธ์จะโดนคดีความทางการเมือง จนต้องหลุดจากตำแหน่งนายกฯ ร้อยละ 1.73 ระบุรัฐบาลจะโดนรัฐประหาร

ส่วนม็อบคณะราษฎรในปี 2564 ร้อยละ 43.21 ระบุม็อบคณะราษฎรจะไปเรื่อยๆ เหมือนเดิม ร้อยละ 22.78 ม็อบจะอ่อนแรงลง ร้อยละ 13.80 ม็อบจะยุติลง ร้อยละ 11.24 ม็อบจะยกระดับได้

สำหรับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจไทยในปี 2564 เทียบกับปี 2563 ร้อยละ 52.19 ระบุว่าเศรษฐกิจจะแย่ลง ร้อยละ 32.13 สถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะเหมือนเดิม ร้อยละ 14.63 สถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะดีขึ้น ส่วนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2564 ในไทย เทียบกับปี 2563 ร้อยละ 48.11 ระบุว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะรุนแรงขึ้น ร้อยละ 28.81 การแพร่ระบาดจะลดน้อยลง ร้อยละ 22.10 ระบุการแพร่ระบาดจะเหมือนเดิม

ก้าวไกลจี้รบ.เยียวยาประชาชน

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า หลังจากได้ฟัง นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. ชี้แจงกรณีไม่ประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ ด้วยเหตุผลถ้าประกาศแล้วต้องมีการเยียวยาและเป็นภาระของภาษีเงินของทั้งประเทศ ก็ได้แต่อึ้ง เพราะคิดว่ารัฐบาลคงกำลังเข้าใจผิด เวลานี้ถึงไม่มีคำว่าล็อกดาวน์ ก็หลีกเลี่ยงการเยียวยาไม่ได้ เนื่องจากมีผลกระทบเกิดขึ้นแล้วจากคำสั่งปิดสถานที่เต็มไปหมด แม้คำสั่งดังกล่าวจะบังคับใช้ ในบางพื้นที่ตามความเข้มข้นของสถานการณ์ แต่เมื่อมีคำสั่งและการเป็นรัฐบาล จะต้องคิดถึง มาตรการช่วยเหลือประชาชนออกมาด้วย ไม่ใช่เล่นลิ้นเลี่ยงด้วยวาทกรรมแบบที่ทำอยู่นี้

“น่าสังเกตว่า การระบาดของโควิด-19 รอบนี้ รัฐบาลไม่เคยพูดถึงแนวทางเยียวยาเศรษฐกิจเลย ทำให้ประชาชนขาดความมั่นใจ และหลายคนรู้สึกว่าปัญหาปากท้องสำคัญกว่ากลัวติดโควิดเสียอีก ยิ่งไปดูสถิติการฆ่าตัวตาย ยิ่งพบว่า พุ่งขึ้นสูงที่สุดในรอบ 18 ปี ซึ่งประเมินกันว่าน่าจะมาจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ นั่นยิ่งสะท้อนภาพความล้มเหลวของรัฐบาลตลอดปีที่ผ่านมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และการบริหารสถานการณ์แบบเล่นคำเพื่อหาช่องไม่ต้อง ช่วยเหลือประชาชน ถือได้ว่านี่เป็นรัฐบาลที่ไร้ ความรับผิดชอบมากที่สุดเท่าที่เคยพบมา” นายณัฐชากล่าว

โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวต่อว่า เงินมาเกือบ 2 ล้านล้านบาท ทราบว่ายังเหลือ ทำไมไม่นำมาใช้สำหรับสถานการณ์แบบนี้ วางกรอบ ช่วยเหลือที่ชัดเจนลงไป ในฐานะรัฐบาล เรื่องนี้ ต้องทำได้ ทียึดอำนาจ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็ทำมาหมดแล้ว พอเรื่องช่วยเหลือประชาชนกลับอิดออด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน