มรสุมลูกใหญ่
‘สงขลา-ยะลา’

เตือนภัย 5 จว.ใต้ตอนล่างฝั่งอ่าวไทย ทั้งพัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส รับมือฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ช่วง 4- 8 ม.ค. เหตุมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือปกคลุมประเทศไทย ด้านกอปภ.ก.เร่งประสานหน่วยงานในพื้นที่แจ้งชาวบ้านรับมือ พร้อมจัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤตคอยช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 3 ม.ค. นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ติดตามสภาพอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศฉบับที่ 3 (4/2564) ลงวันที่ 3 ม.ค. เวลา 05.00 น. แจ้งว่ามรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างจะเคลื่อนเข้าปกคลุมสหพันธรัฐมาเลเซีย ทำให้บริเวณภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จ.สุราษฎร์ธานีขึ้นมา ทะเลมีคลื่นสูง 2 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จ.นครศรีธรรมราชลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตรบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กอปภ.ก.จึงประสาน 5 จังหวัดภาคใต้เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และคลื่นลมแรง ในช่วง 4-8 ม.ค. ได้แก่ จ.พัทลุง 11 อำเภอ มี อ.เมือง อ.กงหรา อ.เขาชัยสน อ.ตะโหมด อ.ควนขนุน อ.ปากพะยูน อ.ศรีบรรพต อ.ป่าบอน อ.บางแก้ว อ.ป่าพะยอม และ อ.ศรีนครินทร์ จ.สงขลา 13 อำเภอ : อ.เมือง อ.สทิงพระ อ.จะนะ อ.ระโนด อ.กระแสสินธุ์ อ.รัตภูมิ อ.สะเดา อ.หาดใหญ่ อ.นาหม่อม อ.ควนเนียง อ.บางกล่ำ อ.สิงหนคร และ อ.คลองหอยโข่ง จ.ปัตตานี 6 อำเภอ มี อ.เมือง อ.โคกโพธิ์ อ.หนองจิก อ.มายอ อ.ทุ่งยางแดง และ อ.แม่ลาน จ.ยะลา 4 อำเภอ มี อ.เมือง อ.บันนังสตา อ.ยะหา และ อ.เบตง จ.นราธิวาส 9 อำเภอ มี อ.ตากใบ อ.บาเจาะ อ.ระแงะ อ.ศรีสาคร อ.แว้ง อ.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงปาดี อ.จะแนะ และ อ.เจาะไอร้อง

รวมถึงสั่งการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและแนวโน้มสถานการณ์ภัยต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ชุมชนเมือง พื้นที่ริมแม่น้ำลำคลอง ที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเล อีกทั้งจัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) รถปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที ตลอดจนประสานหน่วยงานในพื้นที่ อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แจ้งเตือนประชาชนให้ทราบสถานการณ์ภัย แนวทางการปฏิบัติตน และการอพยพไปยังจุดปลอดภัยผ่านทุกช่องทาง พร้อมเน้นย้ำให้เตรียมความพร้อมในการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัย

ส่วนประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งทะเล และนักท่องเที่ยวที่ทำกิจกรรมหรือท่องเที่ยวทางทะเลให้ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรง สำหรับชาวเรือและผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารควรเตรียมอุปกรณ์ความปลอดภัยให้พร้อมและเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

เวลา 05.00 น. วันเดียวกัน นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ “ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 4-8 ม.ค.” ฉบับที่ 3 ระบุว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซีย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ฝนตกหนักบริเวณจ.พัทลุง และสงขลา ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จ.สุราษฎร์ ธานีขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 ม. อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จ.นครศรีธรรมราชลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-3 ม. บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 ม. ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว

เย็นวันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 4 เรื่อง “ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย” ว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทย ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซีย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จ.สุราษฎร์ ธานีขึ้นมา ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 ม. อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-3 ม. บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 ม. ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน