คลินิกเสริมงามย่านมีน
แฉหมอลงมีดแก่วัย72

‘ดูดไขมันมรณะ’ คร่าชีวิตน้องสาวอดีตรองผู้ว่าฯ ช็อกตายสยองคาเตียงคลินิกเสริมความงามย่านมีนบุรี พี่ชายยันน้องสาวสุขภาพแข็งแรงไม่มี โรคประจำตัว เผยวันเกิดเหตุไปคลินิก มรณะพร้อมตำรวจไม่เห็นมีส่วนไหนจะได้มาตรฐาน แพทย์ก็สูงวัยและไม่ได้อยู่ประจำ ลูกสาวสุดเศร้าระบุแม่รีเช็กปรึกษาทั้งคลินิก-โรงพยาบาลหลายแห่งก่อนตัดสินใจ แต่สุดท้ายต้องมาสังเวยชีวิต ตร.เรียกสอบหมอ-พยาบาลแล้ว 6 ปาก

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 21 ก.พ. ที่วัดบำเพ็ญเหนือ ซอยเสรีไทย 60 แขวงและเขตมีนบุรี กรุงเทพฯ นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว อดีตรอง ผวจ.นครศรีธรรมราช ร้องเรียนกับสื่อมวลชนว่าน้องสาวของตน นางศรัณย์ภัทร์ กาญจนสุวรรณ์ อายุ 54 ปี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว อยู่บ้านเลขที่ 139/2 ถ.เสรีไทย แขวงและเขตคันนายาว กทม. ไปดูดไขมันที่คลินิกชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านซอยรามคำแหง 24 เป็นเหตุให้เสียชีวิต เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา

นายถาวรวัฒน์กล่าวว่า น้องสาวเป็นคนที่สุขภาพดีไม่มีโรคประจำตัว ร่าเริงแจ่มใส วันเกิดเหตุไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ มองว่าคลินิกแห่งนี้ไม่ได้มาตรฐานไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุปกรณ์หรือยาที่ใช้ในการรักษาต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ นอกจากนี้หมอที่เป็นคนทำมีอายุ 72 ปี และไม่ใช่หมอประจำคลินิก มักเข้ามาทำที่คลินิกเป็นเคสๆ ท่านอาจจะไม่มีความชำนาญ ต่อให้ลูกค้าจะมีการเซ็นยินยอมเข้ารับการผ่าตัดแล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาเซ็นเพื่อมอบชีวิตให้

ด้านนายปณัญพงศ์ แสงเงิน อายุ 28 ปี ลูกชายผู้ตายเผยว่า วันเกิดเหตุได้รับโทรศัพท์จากทางคลินิกแจ้งว่าแม่ชีพจรหยุดเต้น อยู่ระหว่างการทำซีพีอาร์ เมื่อถามทางคลินิกว่าสามารถส่งแม่ไปโรงพยาบาลได้หรือไม่ คลินิกตอบกลับมาว่ามันจะเป็นคดีความขอ ไม่ส่งไปที่โรงพยาบาล และทางคลินิกบอกว่า 90 เปอร์เซ็นต์คุณแม่ไปแล้ว จึงรีบบอกให้ พี่สาวไป

น.ส.อัยมิญห์ อิทธีรนันท์ อายุ 30 ปี ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า คุณแม่เป็นคนที่รักสวยรักงาม ก่อนคุณแม่จะตัดสินใจไปดูดไขมันได้ไปปรึกษาโรงพยาบาลเอกชนและคลินิกหลายที่ ก่อนที่จะตัดสินใจทำที่คลินิกแห่งนี้ ในวันเกิดเหตุคุณแม่จะต้องเข้ารับการดูดไขมันตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้า และจะเสร็จในเวลาประมาณบ่าย 2 โมง ตามที่คุณแม่ได้นัดให้ไปรับ แต่จู่ๆ น้องชายโทรศัพท์มาบอกในช่วงเวลาประมาณ 13.19 นาที ว่าทางคลินิกติดต่อมาว่าคุณแม่ชีพจรหยุดเต้นจึงรีบไปที่คลินิกโดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที

แต่เมื่อไปถึงเห็นคุณแม่ในสภาพที่นอนนิ่ง ตัวแข็ง ตัวเย็นไปแล้ว นอกจากนี้ตั้งแต่เกิดเรื่องที่เกิดเหตุทางคลินิกได้มีการพยายามติดต่อเข้ามาพูดคุยในเรื่องของเงินชดเชย แต่ไม่ขอพูดคุยเพราะต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และตอนนี้เพจกับสถานที่ดังกล่าวได้ปิดไปแล้ว เกรงว่าคดีนี้จะเงียบหายไปไม่ได้รับความเป็นธรรม

วันเดียวกัน พ.ต.อ.วิชัย ณรงค์ ผกก.สน.หัวหมาก เปิดเผยว่า เบื้องต้นเชิญแพทย์ ผู้ช่วยแพทย์ และพยาบาลที่อยู่ในคลินิกนั้นเข้าสอบปากคำไปแล้วทั้งสิ้น 6 ปาก สำหรับคำให้การนั้นอยู่ในสำนวนทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยหลังจากนี้จะมีการเชิญฝั่งญาติของผู้ตายเข้าให้ปากคำกับทางตำรวจในภายหลัง ยืนยันจะทำสำนวนอย่างรอบคอบให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน