เมื่อวันที่ 21 ก.พ. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกองกำกับการ 4 ตำรวจ ปทส.ได้ประสานนายประมวล ขันทะธง ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 16 นายทรงวุฒิ เชื้ออินต๊ะ หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์สัตว์ป่าฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ ตชด.33 ลงพื้นที่ตรวจร้านขายเฟอร์นิเจอร์เก่าย่านบ้านท่อ ต.ป่าตัน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังติดต่อล่อซื้อเขากระทิงจากนายณัฏธวัช โปธา อายุ 56 ปี เจ้าของร้านที่ได้ประกาศขายซากสัตว์ป่าบนโลกออนไลน์อย่างโจ่งแจ้ง โดยติดต่อซื้อเขากระทิง 1 คู่ ราคา 1 หมื่นบาท เมื่อนายณัฏธวัชได้นำเขากระทิงออกมาเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมและตรวจค้นภายในร้าน พบซากสัตว์สงวนรวมทั้งหมด 56 ชิ้น มูลค่าหลายล้านบาท ประกอบด้วย งาช้าง 18 ท่อน เขากวาง 10 คู่ เขาละอง, ละมั่ง 3 คู่ เขาเก้ง 1 คู่ เขากระทิง 2 คู่ เขาวัวแดง 1 คู่ หนังเก้ง 1 ผืน ซากหัวกวาง 1 คู่ และเขาเนื้อทราย 1 ข้าง

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ อ้างว่าซากสัตว์ป่าทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบในบ้านและร้านขายของเก่า ตนได้ซื้อมาจากลูกค้าที่ขายเฟอร์นิเจอร์เก่าและนำมาตกแต่งเท่านั้น โดย เจ้าหน้าที่แจ้ง 3 ข้อหาหนัก คือ มีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าสงวนหรือซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ค้าซากสัตว์ป่าสงวนหรือซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และค้างาช้างโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีไว้ในครอบครองซึ่งงาช้างโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งโทษค้างาช้างมีโทษปรับสูงสุดถึง 3 ล้านบาท ก่อนส่งตัวให้สภ.ช้างเผือกดำเนินคดีต่อไป

พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4 บก.ปทส.4 เปิดเผยถึงสถานการณ์การลักลอบค้าสัตว์ป่าว่า ช่วงโควิดทำให้การค้าสัตว์ป่าลดลง เพราะหลายพื้นที่มีการล็อกดาวน์มีเจ้าหน้าที่ตรวจตราอย่างเข้มงวด และการลักลอบค้าสัตว์ป่าเริ่มมากขึ้นในช่วงที่ผู้คนเริ่มออกจากบ้าน และมีบางกลุ่มที่ยังนิยมบริโภคสัตว์ป่าตามความเชื่อ ส่วนการจับกุมครั้งนี้เป็นขบวนการค้าซาก สัตว์ป่าให้กับผู้นิยมสะสม หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะสอบสวนผู้ต้องหาเพื่อติดตามจับกุมกลุ่มขบวนการค้าสัตว์ป่าในเครือข่ายที่เหลือต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน