ยูเอ็นยังติดหล่ม-ม็อบพม่าเดือดต่อ – เมื่อวันที่ 6 มี.ค. เอเอฟพีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์มิคสัญญีนองเลือดทางการเมืองในประเทศพม่า ว่าผู้ประท้วงต่อต้านการยึดอำนาจของกองทัพยังคงเดินทางออกมาชุมนุมในหลายเมืองใหญ่ทั่วประเทศ แม้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการปราบปรามอย่างรุนแรงด้วยการใช้กระสุนจริงยิงเข้าใส่ผู้ชุมนุม มีผู้เสียชีวิตแล้ว 55 ราย
การหยุดงานและออกมาประท้วงกองทัพของชาวพม่าพร้อมกันทั่วประเทศจนถูกปราบปรามอย่างรุนแรง เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอสซี จากผู้แทนพิเศษแห่งสหประชาชาติและประชาคมโลก ให้ดำเนินการจัดการขั้นเด็ดขาดกับคณะเผด็จการทหารของพม่าโดยเร็วที่สุด
รายงานระบุว่า การประท้วงเกิดขึ้นในหัวเมืองใหญ่ทั่วทุกภาคของพม่า โดยชาวพม่าจำนวนมากพากันออกมาเดินขบวนและเกิดการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอาวุธครบมือ ทั้งโล่กระบอง แก๊สน้ำตา และอาวุธสงคราม แต่แนวหน้าของผู้ชุมนุมนั้นมีเพียงกลุ่มกันชนอาสาที่สวมหมวกนิรภัยและใช้โล่ประดิษฐ์ที่ทำขึ้นเองเท่านั้น
ขณะที่บรรยากาศตามสถานที่ทำงาน เช่น สำนักงานออฟฟิศ โรงพยาบาล ธนาคารเอกชน และหน่วยงานของรัฐหลายระดับล้วนแต่ถูกทิ้งร้างไม่มีผู้เดินทางไปทำงาน ส่งผลให้สื่อกระบอกเสียงของเผด็จการทหารพม่ารายงานประกาศของกองทัพ ว่าเจ้าหน้าที่รัฐบุคคลใดที่ยังคงเดินหน้าบอยคอต การปฏิบัติหน้าที่จะถูกไล่ออกจากงานตั้งแต่ 8 มี.ค.เป็นต้นไป ขณะที่เผด็จการทหารพม่ายังไม่มีท่าทีจะอ่อนข้อให้กับผู้ประท้วงและแรงกดดันจากประชาคมโลกให้ยุติการเข่นฆ่าผู้คน และคืนอำนาจให้ประชาชน
นางคริสติน เชรเนอร์ เบอร์จีเนอร์ ผู้แทนพิเศษยูเอ็น กล่าวเรียกร้องต่อที่ประชุมยูเอ็นเอสซี แสดงความหวังว่ายูเอ็นเอสซีจะตอบสนองต่อเสียงเรียกร้องของบรรดาประชาชนชาวพม่า แต่แหล่งข่าวจากแวดวงนักการทูตในยูเอ็น ระบุว่า ยูเอ็นเอสซีไม่น่าจะมีมาตรการลงโทษใดๆ โดยมองว่าจีนซึ่งมีอำนาจวีโต้มติเป็นอุปสรรคหลัก โดยจีนมองว่าแถลงการณ์ควรส่งเสริมการแก้ปัญหามากกว่า