เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จ.เชียงใหม่ สถานการณ์ปัญหาฝุ่นควันไฟป่าและคุณภาพอากาศยังคงมีแนวโน้มรุนแรงต่อเนื่องตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทั่วตัวเมืองเชียงใหม่ตลอดทั้งวันนี้ถูกปกคลุมหนาทึบด้วยฝุ่นควันลักษณะคล้ายหมอกขาว สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้อย่างชัดเจน และเมื่อสูดหายใจเข้าสามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นไหม้ที่ ปนเปื้อนในอากาศด้วย รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ จากสถานตรวจวัดในหลายตำบลพบว่า ค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ยในรอบ 24 ชั่วโมง สูงสุดอยู่ที่ 92 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนค่าดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 202,202 และ 190 ตามลำดับ จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 100 ซึ่งอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ
สำหรับจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในจ.เชียงใหม่ เช้าวันนี้มีจำนวน 104 จุด เป็นการเกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 61 จุด ป่าสงวนแห่งชาติ 41 จุด และในเขตพื้นที่ ส.ป.ก.อีก 2 จุด ซึ่งกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์บินโปรยน้ำเพื่อบรรเทาความรุนแรงของเชื้อไฟ ควบคู่ไปกับการดับไฟป่าภาคพื้นดิน สามารถดับได้ 17 จุด เจ้าหน้าที่ยังคงดับไฟอย่าง ต่อเนื่อง พร้อมทั้งสั่งการให้ตรวจสอบแจ้งและความดำเนินคดีกับเจ้าของพื้นที่ที่เกิด จุดความร้อน นอกเหนือจากบริเวณที่ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการเชื้อเพลิง เพราะได้ประกาศงดเผาทุกพื้นที่ไปแล้ว
ด้านที่จ.พะเยา สถานการณ์หมอกควันยังคงมีค่าเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดค่า PM 2.5 อยู่ที่ 69 ไมโครกรัม ชาวบ้านยังคงร่วมกับเจ้าหน้าที่ป้องกันไฟป่า ทำแนวกันไฟด้วย
ขณะที่ พ.อ.ชายแดน กฤษณสุวรรณ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 ได้สั่งการให้จัดกำลังพล และรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร บูรณาการร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ฉีดพ่นละอองน้ำ เพื่อสร้างความชุ่มชื้น ลดฝุ่นละออง และมลภาวะทางอากาศ ในพื้นที่ชุมชน ณ บริเวณท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน