ส่งตรวจมือถือพิสูจน์
เร่งกู้รูป-คลิปแอบถ่าย
ส.ต.ท.ให้การภาคเสธ คดีดาราสาว ‘หมิว-สิริลภัส’ แจ้งจับถ้ำมอง แอบถ่ายในห้องน้ำปั๊มน้ำมัน ตร.นำมือถือไปตรวจสอบ ลบภาพออกไปหรือยัง หรือกู้ข้อมูลได้หรือไม่ พร้อมนัดทั้งผู้ถูกกล่าวหา และดารามาสอบเพิ่มที่ สน.พหลโยธิน ส่วนผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ ระบุส.ต.ท.เป็นลูกน้องจริง วันเกิดเรื่องได้รับคำสั่งไปควบคุมฝูงชน ขับรถราชการออกไป จนกระทั่งถูกแจ้งดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. ในฐานะโฆษกบช.น. กล่าวความ คืบหน้าคดี “หมิว” สิริลภัส กองตระการ นางแบบและนักแสดงสาวแจ้งความดำเนินคดี ส.ต.ท.นายหนึ่งแอบถ่ายภาพขณะอยู่ในห้องน้ำปั๊มน้ำมันว่า ตำรวจที่ถูกกล่าวหาเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เมื่อวันที่ 20 มี.ค. พนักงานสอบสวนนำโทรศัพท์มือถือของกลางทางคดี ส่งตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อกู้ข้อมูลว่าถ่ายรูปกับคลิปวิดีโอจริงหรือไม่ หรือลบออกไปหรือไม่ หากปรากฏพยานหลักฐานชัดเจนว่ากระทำความผิด ต้องดำเนินคดีอาญา และดำเนินการทางวินัย หากศาลลงโทษจำคุก ต้องถูกไล่ออก หรือปลดออก
พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อว่าจากการสอบสวนในเบื้องต้นให้การภาคเสธ ต้องสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม รวมถึงตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอีกครั้งว่าตรงตามคำให้การหรือไม่ ยืนยันว่าหากตำรวจทำผิดต้องได้รับโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำผิดในกรณีอื่น โดยวันที่ 22 มี.ค. เวลา 10.00 น. พนักงานสอบสวนนัดตำรวจที่ถูกกล่าวหา และผู้กล่าวหามา สอบสวนเพิ่มเติมที่สน.พหลโยธิน
ขณะที่ พ.ต.อ.ชัยพันธุ์ เพ็ชรสดศิลป์ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ กล่าวว่าตำรวจที่ถูกดำเนินคดีเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ปฏิบัติหน้าที่ผบ.หมู่งานจราจร วันเกิดเหตุได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการชุดควบคุมฝูงชนในพื้นที่บก.น.2 จึงนำรถกระบะของทางราชการไปใช้ตามปกติ จนกระทั่งเกิดเรื่อง จึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมีรองผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ เป็นประธาน กำชับเร่งชี้แจงข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน พร้อมมีคำสั่งให้ส.ต.ท.ไปปฏิบัติหน้าที่ผบ.หมู่งานสอบสวน และส.ต.ท.ไม่ใช่คนขับรถให้ตน หากผลการดำเนินคดีพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดจริง จะถูกดำเนินการทั้งทางวินัยและคดีอาญา ไม่ช่วยเหลือแต่อย่างใด