นัด4เม.ย.-หารือกับทุกฝ่าย
จี้พรรคร่วมสละเรือประยุทธ์
‘วระ’ก็ยันพฤษภาเจอกันแน่
ตร.บุกคุกแจ้งม.112‘รุ้ง’เพิ่ม

‘ตู่-จตุพร’มาแล้วประกาศนัดรวมพลไล่ ‘ตู่-ประยุทธ์’ ชี้ปัญหาเกิดจากนายกฯ ไม่รักษาคำพูดที่ให้ไว้กับประชาชนว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ จี้พรรคร่วมรัฐบาลสละเรือแก้ปัญหา ‘วีระ สมความคิด’ ลั่นพฤษภาเจอกันแน่ ตร.บุกถึงคุกหญิงแจ้งอีกข้อหา 112 ‘รุ้ง-ปนัสยา’ คดีชุมนุมหน้าโรงพักคลองหลวงเรียกร้องปล่อย ‘นิว-สิริชัย’ น.ศ.มธ.

กรมคุกยัน‘รุ้ง’ไม่อดข้าว

เมื่อวันที่ 27 มี.ค. กรมราชทัณฑ์ชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์ที่ประชาชนสนใจว่า การควบคุมตัวผู้ต้องขังและผู้ต้องกักขังกลุ่มแกนนำคณะราษฎร ขณะนี้ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ ทัณฑสถาน และสถานกักขัง จำนวน 5 แห่ง คือ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เรือนจำพิเศษธนบุรี เรือนจำอำเภอธัญบุรี ทัณฑสถานหญิงกลาง และสถานกักขังกลาง ทุกคนยังคงปลอดภัยสุขภาพร่างกายแข็งแรงปกติ และพบว่าหลายคนเริ่มปรับตัวได้และลดความวิตกกังวลลงแล้ว

เบื้องต้นยังไม่ได้รับแจ้งว่ามีผู้ต้องขังรายใดอดอาหารเพิ่มตามที่มีกระแสข่าวในโซเชี่ยลมีเดีย โดยเฉพาะในนายพรหมศร หรือฟ้า วีระธรรมจารี และน.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล ยังคงมีแค่นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ รายเดียวเท่านั้นที่ยังคงปฏิเสธการรับประทานอาหารอยู่

อาการล่าสุดของนายพริษฐ์ เมื่อวันที่ 26 มี.ค. แพทย์ตรวจอาการพบระดับความรู้สึกตัวยังดี มีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย และยังคงมีผื่นคันบริเวณหน้าอกและหลังอยู่ แพทย์ยืนยันการรักษาตามแผนเดิมคือการรับประทานยา และทายาร่วมเพื่อรักษาอาการภูมิแพ้และ ผื่นคัน ส่วนเช้าวันนี้การวัดสัญญาณชีพยังปกติ อุณหภูมิ 36.5 องศาเซลเซียส ชีพจร 78 ครั้ง/นาที อัตราการหายใจ 20 ครั้งต่อนาที ความดันโลหิต 122/78 มิลลิเมตรปรอท น้ำหนัก 105 กิโลกรัม

‘กวิ้น’ยังสบายดี

ไม่มีอาการบ่งชี้ว่ามีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ และได้ดื่มน้ำ น้ำหวาน นม และเกลือแร่เพื่อปรับระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุลทดแทนการรับประทานอาหาร ส่วนอาการทั่วไปยังสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้เอง สามารถพูดคุยกับทนายความส่วนตัวและเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับคดีความได้ และยังนอนหลับได้ปกติ ไม่มีความวิตกกังวล

กรมราชทัณฑ์ขอเรียนเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ทุกคนพร้อมที่จะทำหน้าที่เพื่อควบคุม ดูแล แก้ไข และพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังทุกคนให้เป็นไปอย่างมีมาตรฐาน ภายใต้หลักของความเท่าเทียมตามหลักสิทธิมนุษยชน ไม่สามารถที่จะเลือกปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้ โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ต้องสามารถตรวจสอบได้ภายในกรอบที่กฎหมายกำหนด กรมราชทัณฑ์มีความยินดีที่จะไขข้อข้องใจในประเด็นต่างๆ ให้ประชาชนได้รับทราบในทุกประเด็น

แต่เนื่องจากบางประเด็นอาจจะมีความละเอียดอ่อน ต้องรอการรวบรวมพยาน หลักฐานต่างๆ รวมถึงมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อความชัดเจน และไม่ให้มีการผิดพลาดเกิดขึ้น จึงจะต้องมีระยะเวลาดำเนินการพอสมควร จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจการทำงานและรอติดตามการชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อความชัดเจน มากกว่าจะเชื่อกระแสข่าวลือที่อาจจะสร้างความเข้าใจผิดได้

ตร.บุกแจ้งคดี 112‘รุ้ง’ในคุก

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง พ.ต.ท.สุชัย แสงส่อง รอง ผกก.สอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในฐานะคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่ง บก.ภ.จว.ปทุมธานี เข้าแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับ รุ้ง-ปนัสยา ว่าด้วยความผิดตามมาตรา 112 กรณีทำกิจกรรมบริเวณหน้า สภ.คลองหลวง ในขณะรวมตัวกันเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยตัว “นิว” สิริชัย นาถึง นักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต หลังจากถูกจับกุมด้วยข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ ในยามดึกของวันที่ 14 ม.ค. 64

การเข้าแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมวันนี้ มีทนายความและพี่สาวของรุ้ง-ปนัสยา ในฐานะผู้ไว้วางใจเข้าร่วมเป็นประจักษ์พยานด้วย โดยมีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาแล้วครั้งหนึ่ง แต่รุ้ง-ปนัสยา ยืนยันจะใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยให้ผู้ไว้วางใจซึ่งเป็นแม่ พี่สาว และแฟน เข้าร่วมฟังการสอบสวน แต่ทางทัณฑสถานหญิงกลางไม่อนุญาต พนักงานสอบสวนจึงต้องเดินทางกลับ โดยในวันนี้ รุ้ง-ปนัสยาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และยืนยันว่าจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือในภายหลัง

สำหรับคดีนี้ มีนักกิจกรรมถูกกล่าวหารวมทั้งสิ้น 12 ราย โดยหนึ่งในนั้นมีเยาวชนอายุ 17 ปีรวมอยู่ด้วย โดยแต่ละคนถูกดำเนินคดีในข้อหาที่แตกต่างกันไป แต่หลักๆ เป็นข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215, ฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อ และดูหมิ่น เจ้าพนักงาน

‘จตุพร’มาแล้ว-นัดรบ

ส่วนที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนสามเสน แขวงและเขตดุสิต กรุงเทพฯ สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ฯ ร่วมกับคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และ 30 องค์กรประชาธิปไตย จัดกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ภายใต้สโลแกน “ไทยไม่ทน” เชิญประชาชนร่วมหาทางออกให้กับชาติบ้านเมือง เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวในวงเสวนาว่า เหตุการณ์ของประเทศไทยตั้งแต่ยึดอำนาจ 22 พฤษภาคม 2557 ร่วม 7 ปีที่ผ่านมา คนไทยอยู่ในสภาพถูกแบ่งแยกแล้วปกครอง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่ประกาศตั้งแต่ยึดอำนาจจนถึงตอนนี้ไม่สามารถทำได้แต่เพียงเรื่องเดียว ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ให้กับคนไทยในชาติ เรื่องการปฏิรูปประเทศและล่าสุดก็เบี้ยวการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ตลอดที่ผ่านมา ตนได้พูดคุยหารือกัน หากเราไม่สามารถจัดการกับ พล.อ.ประยุทธ์ได้ภายใต้สถานการณ์นี้จะไม่มีวันที่จะก้าวไปข้างหน้า เพราะทั้งการออกแบบการสืบทอดอำนาจ การวางแผนเพื่อยื้อเวลาการร่างรัฐธรรมนูญโดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่เป็นการร่างตามสั่ง ตลอดจนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นเสมือนการสมคบคิดเป็นขั้นเป็นตอน วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า สามัคคีประชาชน ดังนั้นปัญหาหลักอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์และปัญหาเรื่องมาตรา 112 นั้นอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะไปแถลงว่าจะไม่ใช้มาตรา 112 ตอนหลังกลับคำพูดใช้มาตรา 112 ดึงสถาบันลงมา

“ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญที่ พล.อ.ประยุทธ์ท้าให้ไปแก้ให้ได้นั้น ผมก็สรุปว่าถ้าแก้ให้ได้ต้องไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น ถัดจากนี้ไปต้องใช้เวลาไปพูดคุยกับคู่ขัดแย้งในรอบ 15 ปีนี้ พร้อมนัดจัดกิจกรรมหารือกันอีกครั้งในวันที่ 4 เมษายน เวลา 4 โมงเย็น ที่สวนสันติพร พฤษภาประชาธรรม (ถนนราชดำเนิน)” ประธาน นปช.กล่าว

‘วีระ’ลั่นพฤษภาเจอกัน

ขณะที่นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้มีแนวโน้มที่จะนำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และจะทวีความรุนแรงถึงขั้นนองเลือดซ้ำรอยเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์อีกครั้งหากยังปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป เพราะศูนย์กลางและเป็นเงื่อนไขความขัดแย้งของสังคมไทยอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์

นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น กล่าวว่า ข้ออ้างการทำรัฐประหารของพล.อ.ประยุทธ์ เรื่องหนึ่งคือการขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่น แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมากลับไม่ได้ทำอะไร ได้แต่โกหกประชาชนนับครั้งไม่ถ้วน มีเพียงประชาชนจำนวนหนึ่งที่ไปหลงเชียร์ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เพียงแต่ยังไม่มีคนนำออกมาไล่พลเอกประยุทธ์อย่างจริงจัง

“ขณะเดียวกัน กล่าวถึงที่ดินรถไฟที่บุรีรัมย์ถูกนักการเมืองชื่อดังนำไปทำสนามฟุตบอล และคนที่เกี่ยวข้องมีผลประโยชน์ทับซ้อนนั่งอยู่ในคณะรัฐมนตรี ดังนั้น เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนในรัฐบาลนี้มีจำนวนมากกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา จึงขอสรุปสั้นๆ ว่า เดือนพฤษภาคมนี้เจอกันแน่นอน” นายวีระกล่าว

สมาพันธ์รฟท.ก็ยี้‘ตู่’

นายสุวิช ศุมานนท์ ประธานสมาพันธ์คนงานรถไฟไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมา 7 ปี รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์หาเสียงในนโยบายที่เกี่ยวกับการพัฒนาประเทศทั้งเรื่องเด็กและเยาวชน การประกันสุขภาพ ที่อยู่อาศัย บำนาญผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งเรื่องสิทธิทางสังคมเหล่านี้เป็นนโยบายที่หาเสียงก่อนการเลือกตั้ง แต่สิ่งที่ตามมาคือภาคเศรษฐกิจ ภาคสังคมล้มเหลว เป็นผลมาจากผู้นำอย่างพล.อ.ประยุทธ์

ดังนั้น หากแก้ปัญหาที่ตัวผู้นำคนเดียวคือนายกฯ แต่จะแก้ปัญหาได้อย่างไร เพราะการได้มาซึ่งนายกฯ มาจากรัฐธรรมนูญที่มีส.ว.มีอำนาจโหวตเลือกนายกฯ นอกจากนี้ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ยังทำเกิดความขัดแย้งและมีการดึงสถาบันมาเกี่ยวข้องกับการเมือง แทนที่จะสร้างความปรองดอง ดังนั้น หากรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ยังอยู่ต่อไปเรื่อยๆ ประเทศนี้จะอยู่อย่างไร

น.ส.ณัฎฐา มหัทธา นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมือง กล่าวว่า ในประเทศไม่ว่าเห็นต่างกันอย่างไรสุดท้ายก็ต้องอยู่ด้วยกัน ดังนั้น จึงขอเสนอให้ใช้คำว่า ต่อสู้ให้น้อยลง และให้ใช้คำว่าหาทางออกแทน ส่วนหัวใจและจุดเริ่มต้นของการหาทางออกเดินหน้ารัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยจะต้องมีการทบทวนใหม่ทั้งหมดเปลี่ยนยุทธศาสตร์ ความลำดับสำคัญ แต่เมื่อรัฐธรรมนูญถูกคว่ำ เราไม่สามารถไปโฟกัสที่ส.ส.ร.ได้ เพราะจะไม่ทันต่อการเลือกตั้งครั้งหน้า เนื่องจากมีการทำประชามติอย่างน้อย 2 ครั้ง

ดังนั้น ขอเสนอให้มีการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราในการเข้าสู่อำนาจ เช่น มาตรา 272 ที่ส.ว.ยังมีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี แก้มาตราที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ระบบการเลือกตั้ง เอาบัตรเลือกตั้ง 2 ใบกลับมา ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนต้องใช้เวลาเนื่องจากต้องทำให้การทำประชามติที่เป็นธรรมเกิดขึ้นก่อนไปประชามติรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

โดนหมายจับเพราะกลับบ้าน

รายงานข่าวแจ้งว่า ภาคีเซฟบางกลอยทำกิจกรรม “โดนหมายจับเพราะกลับบ้าน” ในช่วงค่ำวันที่ 27 มี.ค. ที่สะพานชมัยมรุเชฐ ทำเนียบรัฐบาล โดยจะมีกิจกรรม อาทิ เวลา 18.00 น. เปิดกิจกรรม #saveบางกลอย เวลา 18.15 น. อัพเดตสถานการณ์จากภาคี saveบางกลอย เวลา 18.30 น. นายหนวด@ฅน กับควาย เวลา 19.00 น. ร่วมจุดเทียน เพื่อรำลึกพี่น้องเมียนมา by Amnesty เวลา 19.15 น. วงดนตรี Hammer เวลา 19.45 น. เสวนาหัวข้อ โดนหมายจับเพราะกลับบ้าน #เสียงร่ำไห้จากใจแผ่นดิน เวลา 20.30 น. เครือข่ายกวีสามัญสำนึก เวลา 21.00 น. ปิดกิจกรรม #saveบางกลอย

ชี้‘บิ๊กตู่’ไร้สัจจะ

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการเคลื่อนไหวเพื่อขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย.ว่า เริ่มพูดคุยกันตามลำดับ เป็นการระดมความคิดกันไปเรื่อยๆ เพราะสุดท้ายอยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเรื่องของกฎหมาย มาตรา 112 และการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเหตุที่ชัดเจน กฎหมายมาตรา 112 คนที่เปิดประตูที่แท้จริงคือพล.อ.ประยุทธ์ที่เป็นคนพูดว่าจะไม่เอาโทษจากกฎหมายมาตรา 112 ทุกคนจึงเชื่อและทำตาม แต่เมื่อพลเอกประยุทธ์กลับมาเล่นงานจากเดิมที่บอกว่าจะไม่เอาโทษ ทั้งหมดนี้ทั้งไปและกลับคนที่เสียหายที่สุดก็คือสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะฉะนั้นปัญหามาตรา 112 ที่เกิดปัญหาในปัจจุบันพล.อ.ประยุทธ์คือตัวการที่สำคัญ

ส่วนในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นั้น ถือเป็นการไม่รักษาสัญญาของพล.อ. ประยุทธ์ที่ให้ไว้ต่อที่ประชุมสภาก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ และเคยพูดไว้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะแล้วเสร็จในปลายปีที่ผ่านมา เรื่องนี้รู้แก่ใจว่าได้ให้สัญญาไว้กับประชาชน แต่ในทางปฏิบัติกลับกลายเป็นลักษณะปากว่าตาขยิบ หากพล.อ.ประยุทธ์ยืนกรานว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส.ว.หรือส.ส. พรรคพลังประชารัฐไม่มีใครกล้าขัดใจ เรื่องนี้เห็นชัดเจนเป็นการแบ่งงานกันทำ

“ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยแสดงความรับผิดชอบด้วยการประกาศอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นพี่ประชุม ส.ส.หรือพรรคร่วมรัฐบาล ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและถ้าไม่ผ่านรัฐบาลต้องรับผิดชอบ เมื่อสนับสนุนเข้ามาเป็นนายกฯ ต้องสนับสนุนนโยบายด้วย หรือแม้แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วพล.อ.ประยุทธ์ต้องแสดงวุฒิภาวะความเป็นผู้นำ ต้องให้ฝ่ายกฎหมายใช้ช่องทางไปถามศาลรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนว่าสามารถโหวตวาระ 3 ได้ทันทีหรือไม่ หรือต้องทำประชามติก่อน เป็นต้น แต่ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยแสดงความรับผิดชอบบริหารประเทศในลักษณะพูดอย่างทำอย่าง แถมปล่อยให้บรรดาลิ่วล้อบริวารกล่าวร้ายกับประชาชนซึ่งผมเองก็ไม่ให้ค่า วันนี้ปัญหาใหญ่ที่แท้จริงของประเทศก็คือพล.อ.ประยุทธ์” นายจตุพรกล่าว

จี้พรรคร่วมทิ้งรบ.

เมื่อถามถึงแนวทางที่จะถามไปถึงพรรคร่วมรัฐบาลในการขอความร่วมมือ นายจตุพรกล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลพรรคแรกที่ต้องรับผิดชอบคือพรรคประชาธิปัตย์ เพราะใช้เป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ หลังจากตระบัดสัตย์ในเรื่องการไม่เข้าร่วมสังฆกรรมกับพล.อ.ประยุทธ์ในขณะที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง เรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์ต้องแสดงความรับผิดชอบ รูปแบบก็คงจะมีตัวแทนไปปรึกษาหารือและให้ตัวแทนไปยื่นหนังสือถึงพรรคประชาธิปัตย์ให้ถอนตัว เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้ประกาศไว้ไม่เช่นนั้นจะถือว่าเป็นการตระบัดสัตย์ถึงสองครั้งติดต่อ ส่วนพรรคภูมิใจไทยและพรรคชาติไทยพัฒนาก็จะมีการไปยื่นตามลำดับ ส่วนจะไปยื่นในวันไหนนั้นจะมีการหารือกันก่อนรวมทั้งจะมีการคุยถึงรูปแบบการเคลื่อนไหวและรูปแบบองค์กรซึ่งจะมีความชัดเจนมากขึ้นตามลำดับเพราะแต่ละคนที่มาร่วมกันนั้นก็มีประสบการณ์มากมาย

นายจตุพรกล่าวตอบถึงท่าทีหลายฝ่ายเป็นห่วงสถานการณ์จะกลับเป็นรูปแบบเดิมคือการลงไปอยู่ตามท้องถนนหรือไม่ ว่า ถ้าสถานการณ์มีการพัฒนาการไปในทางที่ดีทุกฝ่ายเสียสละเช่นพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา ถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลจะไม่เป็นภาระกับประชาชน หมายความว่าถ้าทุกคนต้องการจะหยุดวิกฤตต้องหยุดพล.อ.ประยุทธ์ หากพล.อ.ประยุทธ์ไม่แสดงความรับผิดชอบพรรคร่วมรัฐบาลที่เคยให้สัญญาไว้กับประชาชนเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องแสดงความรับผิดชอบ เพียงแค่พรรครัฐบาลหรือพรรคประชาธิปัตย์ถอนตัวออกมารัฐบาลก็ล่ม หรือพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคชาติไทยพัฒนาถอนตัวออกจากการร่วมก็จบข่าว ถือเป็นการยุติไม่ให้เกิดวิกฤตขึ้นภายในชาติโดยไม่ต้องเดือดร้อนถึงประชาชน ทางกลุ่มก็จะใช้เส้นทางดังกล่าวก่อนหลังวันที่ 4 เม.ย. จะมีมาตรการชัดเจนออกมาเป็นลำดับหลังการปรึกษาหารือและพูดคุยในแต่ละฝ่าย

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับนักเคลื่อนไหวทางการเมือง และกลุ่มองค์กรที่ร่วมระดมความคิดเห็นครั้งนี้ อาทิ นายสมชาย หอมลออ ที่ปรึกษาสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีต ผู้ว่าการ สตง. นายวีระ สมความคิด เลขา ธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น น.ส.ณัฏฐา มหัทธา หรือโบว์ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมือง นายเยี่ยมยอด ศรีมันตะ กลุ่มสังคมนิยมประชาธิปไตย น.ส.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ เลขาธิการองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (P-Net) นายกมล กมลตระกูล กรรมการนโยบาย สภาของผู้บริโภค นาย ไทกร พลสุวรรณ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และนายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เป็นต้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน