อุตุฯ เตือน 23 จังหวัดฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุดีเปรสชันบริเวณเกาะไหหลำ โดยเฉพาะภาคเหนือ-อีสาน เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก กาฬสินธุ์ผวาน้ำป่า “ดงระแนง” หลังเจอตลอดตั้งแต่ปี 2557 เร่งขุดลอกรางระบายน้ำเปิดทางไหลสู่ร่องน้ำธรรมชาติ เกษตรกรกลัวน้ำท่วมบ่อกุ้งรีบขนย้ายด่วน เผยนายกฯสั่งหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือฝนกระหน่ำ ย้ำ 10 มาตรการบริหารจัดการน้ำจนถึงหน้าแล้งปีหน้า
เตือน 23 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มิ.ย. นาย ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนพายุดีเปรสชัน บริเวณเกาะไหหลำ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 18.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.5 องศาตะวันออก กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ย และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ช่วงวันที่ 12-13 มิ.ย.นี้
ลักษณะเช่นนี้ ส่งผลทำให้ร่องมรสุมยังคงพาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนบนและประเทศลาวตอนบน ทำให้บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณ จ.เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี รวม 23 จังหวัดขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย
เปิด 10 มาตรการรับมือฝน
ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้สั่งบูรณาการหน่วยงาน ทั้งฝ่ายปกครองและทหาร เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ช่วงฤดูฝน รวมถึงวางแผนการบริหารจัดการน้ำต่อเนื่องจนถึงฤดูแล้งหน้า พร้อมทั้งให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำทั้งเพื่อการอุปโภค-บริโภค การเกษตร อุตสาหกรรม และการรักษาสภาพแวดล้อม สำหรับการวางแผนรับมือสถานการณ์ฤดูฝน ในเชิงป้องกันก่อนเกิดภัย ประกอบด้วย 10 มาตรการ ดังนี้
1.คาดการณ์ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนทิ้งช่วง โดยจะมีการประเมินพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ เพื่อเตรียมแผนในเชิงป้องกันล่วงหน้า 2.การบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับน้ำหลาก รวมทั้งการจัดทำแผนการชดเชยให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการผันน้ำ เข้าทุ่ง 3.ทบทวน ปรับปรุงเกณฑ์บริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่-กลางและเขื่อนระบายน้ำ โดยติดตามสถานการณ์น้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่-กลาง เพื่อเฝ้าระวังและควบคุมการบริหารจัดการน้ำรวมทั้งจัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำแหล่งน้ำขนาดใหญ่-กลาง ในช่วงภาวะวิกฤต
4.ซ่อมแซมปรับปรุงอาคารชลศาสตร์ ระบบระบายน้ำสถานีโทรมาตรให้พร้อมใช้งาน โดยตรวจสอบสภาพความมั่นคง และซ่อมแซมอ่างเก็บน้ำ อาคารควบคุมบังคับน้ำ รวมทั้งระบบระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง
เตรียมเครื่องมือพร้อม 24 ชม.
5.ปรับปรุงแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ สำรวจ และดำเนินการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำที่เกิดจากการก่อสร้างและการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐาน และการปรับปรุงคูคลอง เพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำ และระบายน้ำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว 6.ขุดลอกคูคลองและกำจัดผักตบชวา กำจัดวัชพืชในแม่น้ำ และคูคลอง ทั่วประเทศด้วยการบูรณาการเครื่องจักรเครื่องมือในการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชของทุกหน่วยงาน
7. เตรียมพร้อม วางแผนเครื่องจักรเครื่องมือ ประจำพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าปกติ เตรียมพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและเข้าช่วยเหลือได้ทันสถานการณ์ ตลอด 24 ชั่วโมง 8.เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและปรับปรุงวิธีการส่งน้ำ วางแผนการจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน และส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ 9.การสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์
10.ติดตามประเมินผลปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภัย
นายอนุชากล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลในช่วงปี 2561 ถึงปัจจุบัน รัฐบาลขับเคลื่อนแผนงานโครงการด้านน้ำตามแผนแม่บทน้ำ 20 ปีไปแล้ว 125,162 โครงการ วงเงิน 314,182 ล้านบาท มีผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญ เช่น การเพิ่มน้ำต้นทุน ระบบส่งน้ำ การพัฒนาและขยายเขตประปาหมู่บ้าน 3,214 แห่ง พัฒนาน้ำบาดาลเกษตรและธนาคารน้ำใต้ดิน ได้น้ำ 100 ล้านลบ.ม. ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ 135,170 ไร่ ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์แล้ว 2,274,737 ครัวเรือน รวมทั้งยังจะ มีการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่และโครงการสำคัญรวม 526 โครงการภายในปี 2564- 2566 นี้
กาฬสินธุ์รีบย้ายกุ้งก้ามกราม
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามผลกระทบหลังจากฝนตกลงมาในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลดีทำให้มีน้ำเติมเข้าอ่างเก็บน้ำจำนวนมาก ขณะที่ชาวประมงและชาวนามีน้ำสำรอง เพื่อการประกอบอาชีพเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้งก้ามกรามและทำนาอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามจากการสำรวจพื้นที่ติดแนวป่าสงวนแห่งชาติ ดงระแนง ยังพบว่าได้รับความเสียหายจากการไหลบ่าและกัดเซาะของน้ำป่า ที่ไหลลงมาจากดงระแนง เขต ต.เขาพระนอน อ.ยางตลาด ไหลลงมายังพื้นที่ด้านล่างในพื้นที่ต.บัวบาน ส่งผลให้คลองระบายน้ำป่า คลองชลประทาน และถนนเข้าหมู่บ้านเสียหาย โดยเกษตรกร ผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามที่อยู่ใกล้ทางเดินน้ำป่าหลายรายลดระดับน้ำในบ่อ และขนย้ายกุ้งออกจากบ่อไปอยู่ให้แหล่งที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นซ้ำซาก และเป็นปัญหาสะสมมาตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา
น.ส.อัจฉรา ยนต์ชัย นายกเทศมนตรีตำบลบัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในช่วงเริ่มต้นฤดูฝนปีนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือปัญหาที่เกิดจากน้ำป่า และเป็นการบรรเทาปัญหาที่เกิดจากผลกระทบน้ำป่าจากดงระแนงดังกล่าว ได้ร่วมกับสมาชิกสภาจังหวัด(ส.อบจ.) ยางตลาด เขต 4 และผู้นำชุมชน เฝ้าระวังการเกิดน้ำป่าอย่างใกล้ชิด ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลลงมากัดเซาะคลองระบายน้ำ ได้รับความเสียหายบางส่วน จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝ่ายปกครองอำเภอ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว สำรวจความเสียหาย หาแนวทางบรรเทาความรุนแรงของน้ำป่า และดำเนินการซ่อมแซม เช่น นำรถแบ๊กโฮขุดลอกรางระบายน้ำ เพื่อให้บ่าไหลลงสู่ร่องน้ำธรรมชาติอย่างสะดวก ป้องกันปัญหาน้ำป่าไหลหลากท่วมถนน และไหลบ่าเข้าท่วมบ่อกุ้งก้ามกราม ทั้งนี้ เป็นการเตรียมรับมือก่อนที่น้ำป่าจะมาอีก และเกิดความเสียหายไปมากกว่าเดิม
ระบุต้นตอน้ำป่า‘ดงระแนง’
ด้านนายสมยศ ภูฉายา เจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว (เขื่อนลำปาว) กล่าวว่า จากปัญหาคลองรับน้ำป่าและคลองชลประทานได้รับความเสียหายจากการไหลบ่าและกัดเซาะของน้ำป่าดังกล่าว ได้ร่วมกับเทศบาลตำบลบัวบาน สำรวจความเสียหายและเร่งซ่อมแซม เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ก่อนจะมีมวลน้ำป่าในช่วงกลางฤดูฝนและปลาย ฤดูฝนจะไหลลงมา และสร้างความเสียหายขยายวงกว้าง ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำซาก โดยเริ่มมาตั้งแต่ปี 2557 ที่ป่าดงระแนงเสื่อมโทรม ซึ่งทางการได้ออกส.ป.ก. ให้สิทธิ์ชาวบ้านเขตต.เขาพระนอนเข้าไปทำกิน โดยปลูกมันสำปะหลัง ปัจจุบันกลายเป็นต้นเหตุให้น้ำป่าไหลลงมาสร้างความ เสียหายพื้นที่ด้านล่าง โดยเฉพาะปากทางเข้า บ้านตูม ต.บัวบาน ทั้งคลองระบายน้ำ คลองชลประทาน และถนนเข้าหมู่บ้าน ได้รับความเสียหายซ้ำซาก
ขณะที่นายสันติ จัตุพันธ์ นายอำเภอยางตลาด กล่าวว่า มีการประชุมหารือเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำป่าจากดงระแนงอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดกรอบความรับผิดชอบให้แต่ละหน่วยงาน เช่น อ.ยางตลาดประสานองค์กรปกครอง ท้องถิ่นในพื้นที่ คือเทศบาลตำบลบัวบาน และเทศบาลตำบลเขาพระนอน รวมทั้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในการป้องกันแก้ไขปัญหา, แขวงการทาง ขุดหลุมตามแนวถนน เพื่อให้มีพื้นที่รองรับน้ำป่า, พัฒนาที่ดิน ปลูกหญ้าแฝก, ชลประทาน ชะลอการปล่อยน้ำและซ่อมแซมคลองส่งน้ำคอนกรีต, ป่าไม้ สร้างฝายชะลอน้ำ, ปฏิรูปที่ดินหรือส.ป.ก. ปลูกต้นไม้ในพื้นที่ที่เกษตรกรทำการปลูกมันสำปะหลัง ทั้งนี้เพื่อคอยดูดซับน้ำและเป็นแนวต้านทานความรุนแรงของน้ำป่าที่จะบรรเทาความเสียหายลงได้