สว.แบ่งรับแบ่งสู้
โดนจี้สละรายได้

ทำเนียบยัน ‘บิ๊กตู่’ นั่งประธานกรรมการ 56 ชุด ไม่มีเงินเดือน มีแต่เบี้ยประชุมที่ส่งคืนเป็นค่าอาหารกับให้แม่บ้าน เพื่อไทยเย้ยสละเงินเดือน ไม่ช่วย ต้องสละตำแหน่งนายกฯ เตรียมขอมติส.ส.พรรค เปิดซักฟอกรัฐบาล หนุนประชาชนยื่นฟ้องแพ่ง กรรมาธิการแก้รธน.เสียงแตก ประเด็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แฉพรรคใหญ่ยัดไส้ประเด็นเดิมที่เคยถูกตีตก ‘อันวาร์’ ทิ้งเก้าอี้รองเลขาฯ ปชป. บี้จัดประชุมใหญ่ เลือกตั้งรองหัวหน้าพรรคคุมภาคใต้ที่ยังว่าง ก้าวไกลระทึกตรวจโควิดยกพรรค หลังโฆษกตรวจพบเชื้อ

พท.ขอมติส.ส.เปิดซักฟอก

เวลา 10.00 น. วันที่ 10 ก.ค. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า พท.เห็นว่าสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้นเกิดจากการกระทำของรัฐบาลโดยตรงทั้งสิ้น และไม่สามารถรับการบริหารของรัฐบาลชุดนี้ได้ คณะผู้บริหารของพรรคได้ปรึกษาหารือและมีมติเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยใช้มาตรา 151 นายกฯ หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับความเสียหาย

การอภิปรายมีหลักสำคัญคือ สิ่งที่รัฐบาลทำมาเป็นการละเลยต่อชีวิตและเศรษฐกิจวันนี้มีผู้ติดโควิด 9,326 คน เสียชีวิต 91 ราย สิ่งเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นอีก การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลไม่สามารถไว้ใจได้ ที่เราจะยื่นอภิปรายตามมาตรา 151 เราจะเปิดโปงความเสียหาย ความผิดพลาดของรัฐบาล ที่กระทำมาตลอดระยะเวลา 2 ปี ที่สำคัญเราจะเน้นเกี่ยวกับการทุจริตที่เอื้อประโยชน์ ทำให้ประชาชนล้มตายไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้นวันอังคารที่ 13 ก.ค. จะประชุมพรรคและหารือกับส.ส.พรรคเพื่อขอมติ ขณะเดียวกัน จะปรึกษาหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในเร็วๆ นี้ ซึ่งกำลังพิจารณาว่าการประชุมกันจะทำได้หรือไม่ได้

ซัดล้มเหลว-เอื้อพวกพ้อง

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพท. กล่าวว่าการล็อกดาวน์ที่เกิดขึ้นเกิดจากการบริหารที่ผิดพลาดและล้มเหลวของรัฐบาล แม้ดูเหมือนหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่ก็สร้างความเสียหายให้ประชาชนอย่างแสนสาหัส ถือว่าต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องเยียวยาช่วยเหลือประชาชนให้ตรงกับกลุ่มเป้าหามาย รัฐบาลยังมีวงเงินที่เหลืออยู่จากพ.ร.ก.กู้เงินอีก 5 แสนล้านบาท ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การล็อกดาวน์เข้มข้นลักษณะนี้มีต้นทุนสูงมากในระบบเศรษฐกิจ ประมาณการเบื้องต้นคาดระบบเศรษฐกิจเสียหายประมาณ 260,000 ล้านบาทต่อเดือน หากคิดเป็นต่อวันประมาณ 9 พันล้านบาท เป็นค่าความเสียหายที่มีมูลค่าสูงอย่างยิ่ง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา กล่าวว่า พท.ไม่วางใจที่จะให้รัฐบาลนี้บริหารประเทศชาติต่อไปได้อีกแม้แต่วันเดียว เพื่อป้องกันความเสียหายด้านเศรษฐกิจและการเจ็บป่วย ล้มตายของประชาชน ผู้บริหารพท.มีมติว่าจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 เพื่อเปิดเผยความล้มเหลว ความผิดพลาด การทุจริต เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง มีการหากินบนความตายของพี่น้องประชาชน

บิ๊กตู่ไร้สามารถ-ต้นตอวิกฤต

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพท. กล่าวว่า เรามีผู้นำไร้ความสามารถ สร้างปัญหาและไม่สามารถแก้ไขปัญหา ทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับวิกฤตต่างๆ มากมาย เห็นประชาชนล้มตาย นั่งตากแดดตากฝนอยู่ริมถนนตามจุดตรวจโควิดต่างๆ ทั้งหมดเกิดขึ้นจากความไร้ศักยภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม สรุปได้แล้วว่าการระบาดของโควิดที่เกิดขึ้น เกิดจากความบกพร่องของฝ่ายผู้นำทั้งสิ้น พวกเขาไม่สามารถบริหารประเทศต่อไปได้ เพราะไร้ความสามารถ ยิ่งอยู่นานไปก็ยิ่งทำชีวิตประชาชน เศรษฐกิจประเทศเสียหายไปเรื่อยๆ

สิ่งที่เราอยากเสนอ คือจากนี้เป็นต้นไป เราจะใช้มาตรการทั้งหมดที่มีอยู่ในสภาเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะไม่ยอมรับให้พล.อ.ประยุทธ์ บริหารประเทศได้อีกต่อไป ต้นสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมส.ส.พท. เพื่อขอมติและจะเดินหน้าหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลในการยื่นให้ พล.อ.ประยุทธ์ออกจากตำแหน่ง การตรวจสอบรัฐบาล พท.เน้นหนักในรัฐสภา การดำเนินการอื่นๆ คงต้องพิจารณาอีกครั้ง แต่เราไม่ร่วมเซ็นชื่อกับพรรคไทยสร้างไทยของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

หนุนปชช.ฟ้องละเมิดทางแพ่ง

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมา พท.ได้จัดเสวนาเรื่องวิกฤตโควิดทางตันและทางออกของประเทศ ในวงเสวนาตนเสนอให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการกับพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ว่าจะทางอาญาหรือทางแพ่ง โดยเฉพาะฟ้องละเมิดทางแพ่ง ฉะนั้นเรายินดีจะเข้าไปร่วมผลักดันในส่วนนี้ แต่กรณีคดีอาญาหรือคดีจงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่สามารถดำเนินการได้

แต่สิ่งที่เราหนักใจที่สุดคือ พล.อ.ประยุทธ์และคณะทำงานโดยได้รับข้อยกเว้นจากกฎหมาย โดยเฉพาะ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พวกเขาได้รับความคุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางแพ่งและอาญา รวมถึงเรื่องวินัย หรือแม้แต่คดีเกี่ยวกับการปกครองว่าจะฟ้องพวกเขาไม่ได้ หากพวกเขาปฏิบัติตามกฎหมายนั้นโดยชอบหรือสุจริต ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่เราก็มองอยู่ จึงสนับสนุนให้ประชาชนฟ้องละเมิดทางแพ่ง เนื่องจากพ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่คุ้มครองเรื่องละเมิดทางแพ่ง

เย้ยตู่-สละงด.แก้ไม่ตรงจุด

นายภูมิธรรม ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ประกาศสละเงินเดือน 3 เดือน ช่วยเหลือประชาชนช่วงโควิด ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นการลดกระแสที่ถูกโจมตี ว่า เงินเดือน 3 เดือนของพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตประชาชนที่ตายไปฟื้นกลับมา และไม่ได้ช่วยประคับประคองลดทอนความยากลำบากของประชาชนกับสถานการณ์ที่ต้องเผชิญ ตรงกันข้ามอาจมีคนร้องไห้เพราะต้องทนอยู่กับนายกฯ ต่อไปอีก 3 เดือน การดำเนินการของ พล.อ. ประยุทธ์เรื่องเงินเดือนสะท้อนว่าไม่จัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง ไม่เคยแตะปัญหาให้ตรงประเด็น

ข้อเสนอมากมายที่สำคัญกว่า บรรลุการแก้ปัญหาได้มากกว่า เช่น ใช้แรพิดเทสต์เพื่อให้พบผู้ติดเชื้อให้ได้มากที่สุดแล้วแยกออกจากครอบครัวหรือชุมชน แต่กลับไม่ทำ เสนอให้จัดหาวัคซีนให้เร็วที่สุด หลากหลายชนิดที่สุด มีคุณภาพที่สูงและมีราคาถูกกว่านี้ก็ไม่ทำ เสนอให้กระจายวัคซีนให้ทั่วถึง มีหลายกลุ่มเสนอมากมายแม้แต่กลุ่มหมอไม่ทน เพื่อให้ปัญหาลดความวิกฤตลง ทำให้ความเสียหายของประชาชนลดทอนลง

ฉะรับเงินเดือนหลายทาง

“พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยสนใจ พยายามจะขายผ้าเอาหน้ารอด สละเงินเดือน 3 เดือนไม่ช่วยอะไร เพราะพล.อ.ประยุทธ์รับเงินเดือนหลายทางมานานแล้ว ทำในสิ่งที่เกินเลยไม่เหมาะสมมานานแล้ว สมัยก่อนพรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่กินเงินเดือนหลายทางเขารับทางเดียว แต่นี่เงินเกษียณก็รับ เงินนายกฯ เงินคสช.ก็รับมาตลอด แล้วมาลดเงินเดือนตรงนี้แต่ไม่แก้ปัญหาต่างๆ มันจะแก้ปัญหาอะไรได้” นายภูมิธรรมกล่าว

ด้านนายประเสริฐกล่าวว่า วันนี้คนที่เดือดร้อนก็ทวีความเดือดร้อนมากขึ้นไปอีก การที่นายกฯ ประกาศสละเงินเดือน 3 เดือน หลายคนบอกว่าจะต้องทนทุกข์ทรมานกับพล.อ.ประยุทธ์ไปอีกนาน เพราะไม่รับเงินเดือนอีก 3 เดือนเท่ากับต้องอยู่ไปอีก 3 เดือน แน่จริงควรประกาศสละตำแหน่งนายกฯ คิดว่าประชาชนจะแสดงความยินดีมากกว่านี้ เพราะเขาอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงและอยากเห็นผู้นำประเทศมาแก้ไขปัญหาสถานการณ์ของประเทศในยามวิกฤตเช่นนี้ได้

ส.ว.นัดประชุม-บริจาคงด.

นายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว. ให้สัมภาษณ์ประเด็นนายกฯ สละเงินเดือน 3 เดือนว่า เป็นสิทธิส่วนบุคคล ที่ประชุมส.ว.เคยมีมติให้สละเงินเดือนมาแล้ว 2 รอบ ตนก็ร่วมมือทุกครั้ง ซึ่งก็แล้วแต่แนวทางส่วนใหญ่ของที่ประชุม แต่คิดว่าคงเป็นอิสระ คงมีแนวทางของใครของมัน อย่างตนทำงานในพื้นที่ ช่วงพักประชุมก็ออกช่วยเหลือประชาชนในจ.อุตรดิตถ์ จ.แพร่ ต้องใช้เงินจำนวนมาก

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวว่า ส่วนตัวเต็มใจสละอยู่แล้วแต่กำลังคิดว่าจะสละวิธีใดที่จะไม่ให้กระทบคนอื่น เพราะในส่วนวุฒิสภาอยู่ด้วยคนหมู่มาก เราควรต้องไปหารือกันเพราะไม่สามารถบังคับใครได้

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. กล่าวว่า คงต้องนัดหมายพูดคุยกันให้ได้ข้อสรุปออกมา มีมติอย่างไรก็ไม่ขัดข้อง เหมือนการระบาดรอบแรกส.ว.มีมติให้สละเงินคนละ 50,000 บาท รอบสองอีกคนละ 20,000 บาท ส.ว.ทุกคนให้ความร่วมมืออย่างดี และช่วงที่ผ่านมาส.ว.ร่วมบริจาคเงินทั้งในนามส่วนตัวและนามกลุ่มช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่อง ไม่ใช่ไม่ทำอะไรเลย ไม่มีใครใจดำ

ด้านนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. กล่าวว่า อยากให้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจเพราะคนเราร่ำรวยไม่เท่ากัน ไม่อยากให้ใช้กระแสสังคมมากดดัน อย่างตนแต่ละเดือนควักกระเป๋าช่วยประชาชนพอๆ กับเงินเดือนส.ว. ไม่กลัวกระแสโจมตี อยากให้เป็นด้วยความสมัครใจมากกว่า

วิษณุแย้มสละเงินเดือนยกครม.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีนายกฯ และรัฐมนตรีหลายคนประกาศไม่รับเงินเดือน 3 เดือน ว่า ยินดีดำเนินการลักษณะเดียวกันด้วย พล.อ.ประยุทธ์ พูดเรื่องดังกล่าวในที่ประชุมศบค.เมื่อ 9 ก.ค. ซึ่งรัฐมนตรีหลายคนไม่ได้ร่วมประชุม เชื่อว่าในการประชุมครม.วันที่ 13 ก.ค.นี้ คงมีการพูดคุยกันอีกครั้ง เบื้องต้นได้คุยกับรองนายกฯ ที่อยู่ในที่ประชุมศบค.ทุกคนเห็นด้วย และกำลังคุยกันว่าจะใช้วิธีการบริจาคอย่างไร จะใช้การหักเงินเดือนหรือให้นำเงินมาคืนให้ เพราะถ้าหักเงินเดือนต้องถึงสิ้นเดือน ดังนั้น การนำเงินมาคืนจะสะดวกที่สุด

ทั้งนี้ มาตรการเช่นนี้เมื่อปีที่ผ่านมาก็เคยดำเนินการมาแล้ว บางคนนำเงินไปบริจาคมากกว่าเงินเดือนแล้วนำมาแสดงต่อสำนักเลขาธิการนายกฯ โดยเงินบริจาคทั้งหมดทางปลัดสำนักนายกฯจะเป็นผู้รวบรวม เพื่อนำไปดำเนินการต่อไป

ยัน 56 ตำแหน่ง‘ตู่’ไม่มีเงินเดือน

รายงานข่าวจากทำเนียบแจ้งว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศไม่รับเงินเดือนนายกฯ เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนช่วงโควิด-19 โดยตำแหน่งนายกฯ ได้รับอัตราเงินเดือน 75,590 บาท เงินประจำตำแหน่ง 50,000 บาท รวม 125,590 บาท และตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ เงินเดือน 73,240 บาท เงินประจำแหน่ง 42,500 บาท รวม 115,920 บาท

อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตในโซเชี่ยลว่าไม่รับเงินเดือน 3 เดือน แต่เงินในตำแหน่งประธานคณะกรรมการชุดต่างๆ รวม 56 ชุด นายกได้รับเงินเดือนหรือเบี้ยประชุมหรือไม่

รายงานข่าวแจ้งว่า ตำแหน่งประธานคณะกรรมการ หรือที่ปรึกษา ที่นายกฯดำรงตำแหน่งในปัจจุบันและที่พ้นไปแล้วไม่มีเงินเดือนหรือค่าตอบแทน จะมีเพียงแค่เบี้ยประชุมเป็นรายครั้งที่เข้าประชุม โดยคณะกรรมการแต่ละชุดอาจมีเบี้ยประชุมไม่เท่ากัน โดยนายกฯจะเซ็นชื่อรับเบี้ยประชุมทุกครั้ง แต่จะนำเงินที่ได้รับส่งคืนทุกครั้งนับตั้งแต่ที่มีตำแหน่งในคณะกรรมการต่างๆ เพื่อให้นำไปใช้จ่ายเรื่องอื่น เช่น ค่าอาหาร ชา กาแฟ สำหรับเลี้ยงในที่ประชุม หรือเป็นเบี้ยเลี้ยงให้แม่บ้าน

วิรัชนำหารือวิป 3 ฝ่าย

ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประธานวิปรัฐบาล และรองประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2565 กล่าวกรณีนายกฯ ประกาศสละเงินเดือน 3 เดือน วิปรัฐบาลจะหารือเรื่องนี้หรือไม่ว่า ตนจะประชุม วิปรัฐบาลวันที่ 12 ก.ค. ช่วงบ่าย คงจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องเข้าไปคุยในที่ประชุมวิป รัฐบาลและในที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย ส่วนตัวจะสละเงินเดือนหรือไม่นั้นหากแสดงความเห็นก่อนจะคุยกันในที่ประชุมก็จะไม่เป็นเรื่องดี

ส่วนแนวทางการประชุมสภาผู้แทนฯ หลังศบค.มีมาตรการคุมเข้มโควิด-19 นั้น ในส่วนวิปรัฐบาลจะมีการพูดคุยกันก่อนที่จะเข้า ประชุมวิป 3 ฝ่ายในช่วงเช้าวันที่ 12 ก.ค. กับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็แล้วแต่นายชวน เพราะได้ออกวาระการประชุมไปแล้ว หากดูตามวาระการประชุมน่าจะมีการประชุมต่อในวันที่ 14-15 ก.ค. อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ได้ขอในการประชุมวิป 3 ฝ่ายครั้งที่แล้ว คือขอความร่วมมือจากกมธ.สามัญและวิสามัญที่ไม่มีความจำเป็นให้หยุดการประชุมชั่วคราวประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งตอนนั้นคำสั่งศบค.ฉบับใหม่ยังไม่ได้ออกมา แต่ตอนนี้มีเวลาเคอร์ฟิวแล้ว

เด้งรับศบค.-ถกกมธ.งบผ่านซูม

ฉะนั้นตนในฐานะที่ดูแลการประชุมกมธ.งบฯ 65 วันนี้จึงเป็นวันแรกที่ประชุมผ่าน วิดีโอคอนเฟอเรนซ์หรือระบบซูม ซึ่งเป็นการประชุมพิจารณาในส่วนของกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ซึ่งระหว่างประชุมจะเห็นการให้นโยบายของทุกมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นั่งเป็นประธาน คิดว่าการดำเนินการลักษณะเช่นนี้อาจจะทำให้ผู้ต้องเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้ามาพิจารณางบประมาณน้อยลง มีเฉพาะกมธ.เท่านั้น ในส่วนของ 9 อนุกมธ.บางชุด เช่น อนุจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ก็ให้ใช้ระบบซูมเช่นกัน ซึ่งอนุกมธ.ทั้ง 9 คณะก็เร่งรัดการประชุม คาดว่าจะเสร็จสิ้นประมาณวันที่ 22 ก.ค. ส่วนการพิจารณาทั้งหมดน่าจะเสร็จสิ้นไม่เกินปลายเดือนนี้

กมธ.เสียงแตกปม‘บัตร 2 ใบ’

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 ว่า ประเด็นที่สำคัญที่สุด คือ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมที่เสนอโดยพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ผ่านการรับหลักการไปแล้วเพียงฉบับเดียว ในหลักการและรายละเอียดเสนอแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 83 และมาตรา 91 เท่านั้น ถือว่าเป็นร่างที่ไม่สมบูรณ์ เพราะการแก้ไขเกี่ยวกับระบบการเลือกตั้งมีหลายมาตรา ปัญหาคือจะเดินหน้าแก้ไขต่อได้หรือไม่ เพราะรัฐสภารับหลักการเพียง 2 มาตรานี้

ในความเห็นของกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฯ มีความเห็นแบ่งเป็น 2 ฝ่าย 1.เห็นว่าการแก้ไขไปต่อไม่ได้ เพราะขั้นรับหลักการเสนอให้แก้ไขเพียง 2 มาตรา และ 2.เห็นว่าสามารถใช้ช่องข้อบังคับการประชุมรัฐสภาในการแปรญัตติให้แก้ไขมาตราอื่นที่ไม่ได้ระบุในหลักการไว้ จึงจำเป็นต้องจับตาดูในการประชุมกมธ.สัปดาห์หน้า เราจึงต้องตั้งคำถามว่าการแปรญัตติในมาตราที่ไม่ได้รับหลักการจะทำได้หรือไม่

แฉยัดไส้ร่างถูกตีตก

แต่ขณะนี้มีการพยายามจะเสนอให้แปรญัตตินอกเหนือจากหลักการ ถึงขั้นนำเนื้อหาของร่างแก้ไขที่ถูกตีตกวาระ 1 เข้ามาแปรญัตติในร่างของ ปชป. เพื่อให้มีเนื้อหาเหมือนกัน โดยข้อบังคับการประชุมรัฐสภาในการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้นระบุว่าการแปรญัตติต้องไม่ขัดกับหลักการ ซึ่งหลักการเขียนไว้ให้แก้ไขเพียง 2 มาตรา อย่างไรก็ตามก็มีข้อยกเว้นอยู่ คือ เว้นแต่ว่าจะแก้ไขเพิ่มเติมมาตราที่เกี่ยวข้องกับหลักการนั้น คำถามคือ มาตราที่เกี่ยวข้องกับหลักการนั้นมีขอบเขตแค่ไหน จะขยายไปไกลถึงขั้นที่ให้นำเนื้อหาของร่างที่ตกไปแล้วมาแทนที่เนื้อหาของร่างปชป.เลยหรือไม่

ถ้าทำได้ถึงขนาดนั้นก็มีคำถามว่าต่อไประบบรัฐสภาจะใช้เสียงข้างมากลากไป และใช้ช่องว่างของข้อบังคับฉวยโอกาสแปรญัตติ หรือมาเล่นกลแบบนี้หรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีอาการ เพราะในการประชุมกมธ.ครั้งแรก มีคนซึ่งคาดว่ามาจากพรรคใหญ่ เอาร่างแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่แปรญัตติให้เหมือนฉบับที่ตกไปแล้วมาแจกให้กมธ. ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มประชุมหรือพิจารณาเนื้อหาอะไรเลยทั้งสิ้น ถือว่าเตรียมพร้อมมากที่จะผลักดันร่างที่ตกไปแล้วเข้ามาแทนที่ร่างของปชป. เพื่อแปลงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านการรับหลักการหรือไม่ ถ้าทำแบบนี้ได้ ต่อไประบบรัฐสภาน่าจะมีปัญหา

รับพรรคเล็กคุยปมปาร์ตี้ลิสต์

นายชัยธวัชกล่าวกรณีพรรคเล็กระบุจะร่วมมือกับพรรคก้าวไกลและสมาชิกพรรคภูมิใจไทยบางส่วน ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความหากการแก้ไขระบบเลือกตั้ง กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำในการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ สูงเกินไปจนทำให้ไม่มีพรรคเล็กเข้าสู่สภา ว่า มีหลายพรรคมาถามความเห็นของพรรคก้าวไกลเกี่ยวกับระบบการเลือกตั้ง เราก็เสนอว่าการแก้ระบบเลือกตั้งเป็นบัตร 2 ใบ แบบระบบสัดส่วนผสม (MMP) จะไปช่วยปรับปรุงและปิดจุดอ่อนของระบบแบบปี 2540 ส่วนเรื่องเกณฑ์ขั้นต่ำเปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องของรายละเอียดที่ต้องหารือกันอีก

นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ว่า พรรคไม่ได้เห็นด้วยและอยากให้คง ส.ส.ไว้ที่ 500 คน แบบ 350 คน บัญชีรายชื่อ 150 คน หากเพิ่มส.ส.เป็นเขต 400 คน บัญชีรายชื่อ 100 คน ย่อมทำให้พรรคเล็กเสียเปรียบอยู่แล้ว ส่วนประเด็นอื่นพรรคไม่ติดขัดอะไร

โฆษกก้าวไกลส่อติดโควิด

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคก้าวไกล เผยว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ค. เวลาประมาณ 21.00-22.00 น. ตนตัวร้อนจึงตรวจด้วยอุปกรณ์แรพิดเทสต์ ซึ่งซื้อมาติดบ้านอยู่แล้ว ตนมักตรวจด้วยตัวเองเป็นปกติ ซึ่งวันที่ 7 ก.ค. ได้ลองตรวจดูขึ้น 1 ขีด แต่คืนวันที่ 9 ก.ค. มีอาการตัวร้อนลองตรวจพบขึ้น 2 ขีด จึงตรวจซ้ำ 3-4 ครั้ง ก็ยังขึ้น 2 ขีดเช่นเดิม วันนี้ตอนเช้าจึงไปตรวจยังแล็บเอกชนแห่งหนึ่งขณะนี้ยังไม่ส่งผลตรวจมาให้ หากได้รับผลตรวจแล้วจะแจ้งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยตอนนี้กักตัวอยู่ที่บ้าน

สั่งส.ส.-จนท.ตรวจยกพรรค

ด้านนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่านายณัฐชาใช้ Rapid Antigen Test ตรวจด้วยตัวเอง ผลออกมาเป็นบวก เมื่อเช้านี้จึงไปตรวจ PCR ที่แล็บโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งต้องรอผลวันที่ 11 ก.ค. หากเป็นบวกก็คงไม่ได้นอนโรงพยาบาล เพราะเตียงไม่มี และที่ได้ตรวจทันทีนี้เป็นการตรวจจากโรงพยาบาลเอกชนแบบเคลื่อนที่ ที่พรรคใช้ตรวจพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว และยังไม่สามารถยืนยันได้ 100% ว่านายณัฐชาติดโควิด-19 หรือไม่

ซึ่งการจากใช้แรพิดเทสต์ตรวจพบว่าหากผลตรวจเป็นบวก ร้อยทั้งร้อยผล PCR ก็จะเป็นบวกด้วย ยังไม่เคยปรากฏว่าผลตรวจผิดพลาด ไม่รู้กรณีของนายณัฐชาจะเกิดผิดพลาดคนแรกหรือไม่ เมื่อเป็นแบบนี้จึงวางแผนว่าในวันที่ 11 ก.ค. ทั้งส.ส.และเจ้าหน้าที่พรรคก้าวไกลที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำ จะเข้าตรวจ PCR กันทั้งหมด เนื่องจากเป็นเรื่องที่เร่งด่วน ทั้งนี้ นายณัฐชาได้แจ้งไปที่นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาและกมธ.งบประมาณ 2565 ให้ทราบเรื่องแล้ว ส่วน ส.ส.บางคนที่ทำงานใกล้ชิดกับนายณัฐชาก็อาจต้องกักตัว 14 วัน

‘อันวาร์’ทิ้งรองเลขาฯปชป.

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำหนังสือถึงหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคและสมาชิกพรรค เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา แจ้งขอลาออกจากตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค เพื่อให้พรรคเร่งจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พร้อมกับจัดการเลือกตั้งตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลภาคใต้ ที่ยังว่างอยู่

อย่างไรก็ตาม ในหนังสือแจ้งการขอลาออกของนายอันวาร์ มีสาระสำคัญที่เน้นย้ำถึงกระแสความนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังตกต่ำ แต่การที่คณะผู้บริหารไม่รับฟังเสียงเรียกร้องของนายอันวาร์ รวมถึงกรณีที่พรรคฯ ยังไม่ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งขณะนี้มีภาพลบจากปัญหาวิกฤติ“โควิด-19”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน