ป่วยใหม่17,345ดับ117 ฮุนเซนปิดชายแดนไทย กาญจน์เข้ม5อ.ติดพม่า แจง‘ไฟเซอร์’ฉีด4กลุ่ม ‘บิ๊กตู่’สั่งเร่งจ่ายเยียวยา

สธ.ชงล็อกยาวถึงพ.ย. หลังติดเชื้อ เสียชีวิตโควิดพุ่งไม่หยุด ชี้จำเป็นต้องทำ ก่อนจะตายวันละ 500 ราย แย้มให้ขายอาหารในห้างได้ แต่ห้ามนั่งทานในร้าน ยอดล่าสุดป่วยอีก 17,345 ตายเพิ่ม 117 ระลอกใหม่โรงงานติดโควิด 518 แห่ง 3.6 หมื่นคน ผู้ว่าฯกาญจน์สั่งปิด 5 อำเภอติดพม่า สกัดโควิดลาม ‘บิ๊กตู่’ยันเดินหน้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ขณะที่ไฟเซอร์ที่สหรัฐบริจาค 1.54 ล้านโดสถึงไทยแล้ว เตรียมกระจายฉีด 4 กลุ่มเป้าหมาย เริ่ม 9 ส.ค. 240 นักกฎหมายระดมช่วยเหยื่อผู้เสียชีวิตโควิด นายกฯยันไม่มีซ่อนวัคซีน นายกฯสั่งเร่งจ่ายเยียวยากลุ่มแรงงานเร็วขึ้น 4 ส.ค.นี้ได้เงินแน่

ป่วยโควิดอีก17,345-ตายเพิ่ม 117

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 30 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า ขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้อของประเทศไทยยังคงไต่ระดับขึ้นมา วันนี้พบติดเชื้อ 17,345 ราย ถือเป็น 1.7 หมื่นราย วันที่สอง สอดคล้องสถานการณ์โลกก็เป็นขาขึ้นเช่นกัน โดยวันนี้ทั่วโลกติดเชื้อเพิ่มขึ้น 661,194 ราย ติดเชื้อสะสม 197 ล้านราย การเสียชีวิตก็เพิ่มขึ้นเป็น 10,373 คน ประเทศที่ผู้ติดเชื้อน้อยลงก็กลับมาเจอเคสใหม่เพิ่มขึ้น เช่น สหรัฐอเมริกา วันนี้พบ 92,485 ราย อินเดีย 44,673 ราย และอินโดนีเซีย 43,479 ราย นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า สำหรับประเทศไทยติดเชื้อ 17,345 ราย สะสม 578,375 ราย หายป่วยเพิ่ม 10,678 ราย หายป่วยสะสม 381,170 ราย และเสียชีวิต 117 ราย เสียชีวิตสะสม 4,679 ราย กำลังรักษา 192,526 ราย อาการหนัก 4,595 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,012 ราย ฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นวันที่ 29 ก.ค. 420,148 โดส สะสม 17,011,477 โดส เป็นเข็มหนึ่ง 13,225,233 ราย และเข็มสอง 3,786,244 ราย ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประชุมให้เขตตรวจราชการทั่วประเทศช่วยกันเพิ่มจำนวนคนรับการฉีดวัคซีนในกลุ่ม 608 คือผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 7 กลุ่มโรคและหญิงตั้งครรภ์ “การเสียชีวิต 117 ราย มาจากกทม.เป็นส่วนใหญ่ 55 ราย สมุทรปราการ 9 ราย สมุทรสาคร 8 ราย นราธิวาส 7 ราย ปทุมธานี 6 ราย นครปฐม ปัตตานี จังหวัดละ 4 ราย กาฬสินธุ์ สุโขทัย นครสวรรค์ ตาก จังหวัดละ 2 ราย สงขลา ตรัง ระนอง ร้อยเอ็ด นครพนม อุดรธานี สกลนคร กำแพงเพชร พิษณุโลก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 1 เป็นชาย 62 ราย หญิง 55 ราย อายุ 33-92 ปี อายุกลาง 67 ปี เสียชีวิตที่บ้าน 9 ราย คือ กทม. 8 ราย และปทุมธานี 1 ราย”

พบ 6 คลัสเตอร์ใหม่ 5 จว.

นพ.ทวีศิลป์กล่าวด้วยว่า ผู้ติดเชื้อมาจากระบบบริการ 12,823 ราย การตรวจเชิงรุก 3,833 ราย เรือนจำ 681 ราย ผู้เดินทางเข้าประเทศ 8 ราย ได้แก่กาตาร์ อังกฤษ และสเปน ประเทศละ 1 ราย เข้าภูเก็ตแซนบ็อกซ์และสมุยพลัส, กัมพูชา 2 ราย เข้ามาอย่างถูกต้อง และมาเลเซีย 3 ราย เข้ามาช่องทางธรรมชาติ ผู้ป่วยจำนวนมากทำให้เตียงไม่พอ สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อต่างจังหวัดลักษณะกราฟใกล้เคียงกับทั้งประเทศ โดยต่างจังหวัดผู้ติดเชื้อไล่แซง กทม.และปริมณฑล เมื่อประมาณกลาง ก.ค. เนื่องจากมีการเคลื่อนย้ายแรงงานกลับที่เดิม โดยเป็นต่างจังหวัด ติดเชื้อ 57% กทม. และปริมณฑล 43% สำหรับ 10 อันดับติดเชื้อสูงสุดรายงานวันนี้ ได้แก่ 1.กทม. 3,231 ราย สะสม 148,454 ราย 2.สมุทรปราการ 1,386 ราย สะสม 37,701 ราย 3.สมุทรสาคร 1,186 ราย สะสม 29,330 ราย 4.ชลบุรี 914 ราย สะสม 24,418 ราย 5.นนทบุรี 587 ราย สะสม 23,381 ราย 6.ฉะเชิงเทรา 479 ราย สะสม 9,960 ราย 7.นครปฐม 378 ราย สะสม 12,048 ราย 8.อุบลราชธานี 350 ราย สะสม 4,434 ราย 9.ปทุมธานี 330 ราย สะสม 19,153 ราย และ 10.สงขลา 324 ราย สะสม 10,582 ราย ทั้งนี้ เขตสุขภาพที่ 1, 2, 3 ภาคเหนือและกลาง เขตสุขภาพ 7, 8, 9, 10 ในภาคอีสาน ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อนำเข้าจากนอกจังหวัด ส่วนภาคใต้เขตสุขภาพที่ 11 และ 12 ส่วนใหญ่ติดเชื้อในพื้นที่ ส่วนคลัสเตอร์ใหม่ทั้งประเทศวันนี้ ได้แก่ 1.สมุทรปราการ บริษัทระบบกำลังไฟ อ.เมือง 10 ราย 2.สมุทรสาคร บริษัทยางรถยนต์ อ.เมือง 14 ราย และโรงงานผลิตภัณฑ์ปลา อ.เมือง 13 ราย 3.ชลบุรี โรงงานเครื่องปรับอากาศ อ.เมือง 15 ราย 4.ปทุมธานี บริษัทยางรถยนต์ อ.คลองหลวง 25 ราย และ 5.สงขลา โรงงานแม่แบบเซรามิก อ.สะเดา 13 ราย

อุตสาหกรรมอาหารติดเชื้อมากสุด

นพ.ทวีศิลป์กล่าวด้วยว่า จากการระบาดของโควิด-19 ทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศมีการหยุดชะงักไป แต่ที่ยังคงอยู่ได้ คือการส่งออกที่ยังเดินเครื่องจักรได้ส่งสินค้าและเกิดรายได้นำเข้ามา จึงต้องพยายามรักษาระบบการผลิตเอาไว้ ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรมรายงานในที่ประชุมว่า ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-29 ก.ค. 2564 มีการระบาดของโรงงาน 518 แห่ง มีผู้ติดเชื้อ 36,861 คน ครอบคลุม 49 จังหวัด โดยติดเชื้อไม่เกิน 500 คน 29 จังหวัด ติดเชื้อ 501-999 คน 5 จังหวัด และมากกว่า 1 พันคน 15 จังหวัด ทั้งนี้ 5 อันดับแรกที่มีการติดเชื้อในโรงงานสูงสุด คือเพชรบุรี 4,464 ราย เพชรบูรณ์ 3,487 ราย ประจวบคีรีขันธ์ 2,538 ราย สมุทรสาคร 2,496 ราย และสงขลา 2,209 ราย โดยอุตสาหกรรมที่กระทบมากสุด คืออุตสาหกรรมอาหาร 99 โรง อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 74 โรง อุตสาหกรรม เครื่องนุ่งห่ม 42 โรง อุตสาหกรรมโลหะ 42 โรง และอุตสาหกรรมพลาสติก 36 โรง

จ่อล็อกดาวน์ไร้กำหนด

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า สำหรับมาตรการล็อกดาวน์ ตามข้อกำหนดฉบับที่ 28 โดยเฉพาะในพื้นที่สีแดงเข้ม 13 จังหวัด ที่จะครบกำหนดเวลา 14 วันในวันที่ 2 ส.ค.นี้ เบื้องต้นยังคงปฏิบัติตามข้อกำหนดต่อไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง เนื่องจากข้อกำหนดฉบับดังกล่าวกำหนดระยะเวลาดำเนินการต่อเนื่องไว้อย่างน้อย 14 วัน โดยไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดข้อกำหนดไว้ชัดเจน ดังนั้นทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์การระบาด และขณะนี้พบผู้ติดเชื้อมีจำนวนสูงขึ้นต่อเนื่อง ทางศบค.จึงไม่ต้องพิจารณาขยายเวลาและให้คงการปฏิบัติตามมาตรการล็อกดาวน์ที่มีอยู่ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด ส่วนการผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มตามที่ผู้ประกอบการมีข้อเสนอ เช่นการให้เปิดร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า อาจมีแนวโน้มเป็นไปได้ แต่ให้ขายผ่านทางออนไลน์เท่านั้น ห้ามรับประทานอาหารในร้าน ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติเบื้องต้นที่กระทรวงสาธารณสุขวางไว้ แต่ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขยังไม่ได้เสนอแนวทางปฏิบัติเรื่องดังกล่าวมาให้ศบค.ชุดเล็กพิจารณาแต่อย่างใด

ไฟเซอร์ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข รับมอบวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1.5 ล้านโดส จากรัฐบาลประเทศสหรัฐอเมริกาส่งมาช่วยเหลือประเทศไทย ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 30 ก.ค.

ไฟเซอร์มะกัน 1.5 ล.โดสถึงไทยแล้ว

ด้านน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อเวลา 04.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขเดินทางไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเป็นผู้แทนรัฐบาลไทยในการรับมอบวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1.54 ล้านโดส ที่สหรัฐอเมริกามอบให้แก่ประเทศไทย

‘บิ๊กตู่’ย้ำห้ามไปฉีดวีไอพี

น.ส.ไตรศุลีกล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหมได้รับรายงานการมาถึงของวัคซีนไฟเซอร์แล้ว โดยนายกฯ ขอบคุณในไมตรีที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกามีต่อไทยเสมอมา โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์โรคระบาดนี้ และนายกฯ เน้นย้ำว่าการกระจายวัคซีนจะต้องเป็นไปตามแผนที่กำหนด เน้นการฉีดแก่บุคลากรการแพทย์ด่านหน้าและกลุ่มเป้าหมายเท่านั้น จะต้องไม่มีกรณีจัดสรรไปยังบุคคลสำคัญ หรือนอกกลุ่มที่กำหนดไว้เป็นอันขาด

‘บิ๊กตู่’พอใจภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.50 น. วันที่ 29 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค.ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ส่งผ่านคณะทำงาน ผ่านคลิปวิดีโอ ซึ่งเป็นการบันทึกเทปไว้ในช่วง 17.00 น. โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการประชุมกับคณะทำงานด้านเศรษฐกิจเมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมาตอนหนึ่งว่า มีการพูดคุยติดตามความคืบหน้าถึงการดำเนินมาตรการ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ที่ปัจจุบันค่อนข้างมีผลดีในเรื่องการท่องเที่ยว ทั้งจ.ภูเก็ตและพื้นที่อื่นๆ นำร่อง ซึ่งได้เปิดไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.และ 15 ก.ค. ขณะนี้สถานการณ์ยังคงดีอยู่ ได้หารือว่าจะทำอย่างไรเพื่อขยายพื้นที่ให้มากขึ้น ประเด็นสำคัญคือต้องมีการฉีดวัคซีนในพื้นที่ที่จะดำเนินโครงการต่อ ต้องหามาตรการรองรับ การตรวจสอบคัดกรอง เรื่องดังกล่าวเราค่อนข้างเข้มงวด นอกจากนี้ยังหารือกันเรื่องการเพิ่มเติมวัคซีนให้กับภาคธุรกิจ เจ้าของโรงงาน รวมทั้งแรงงานต่างๆ เมื่อถามถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด ตั้งแต่มีการล็อกดาวน์ 12 ก.ค. และจะครบ 14 วัน ในวันที่ 2 ส.ค. ที่พบว่าตัวเลขผู้ป่วยยังไม่ลดลง จะมีเพิ่มการล็อกดาวน์หรือยกระดับมาตรการที่สูงขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทั้งหมดต้องปรึกษาทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งแพทย์ สาธารณสุข หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน มีการประชุมร่วมกันของศบค.ชุดเล็กอยู่ทุกวัน กระทรวงสาธารณสุขก็ประชุมทุกวัน ส่วนจะล็อกดาวน์เข้มข้นหรือไม่นั้น ขณะนี้คณะแพทย์ และทีมสาธารณสุขยังคงเห็นชอบในมาตรการเดิมอยู่ “จากความเห็นทางสาธารณสุขและทางการแพทย์ มาตรการเดิมยังใช้ได้อยู่ในช่วงนี้ และต้องพิจารณาต่อไปตามห้วงเวลา เราอาจเห็นตัวเลขมันแดง แต่ตัวเลขผู้ที่รักษาหายก็สูงขึ้น ส่วนนอกระบบ เท่าที่ทราบมีการดูแลกันเองในชุมชนในพื้นที่เขาเอง ก็มีผู้หายป่วยไปอีกเยอะ ดังนั้น ขอให้ความสำคัญกับเรื่องมาตรการขั้นต้นของตัวเอง มาตรการที่รัฐกำหนด” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ยันไม่มีซุกซ่อน‘ไฟเซอร์’

นายกฯ กล่าวถึงเรื่องวัคซีนว่า ทุกประเทศมีปัญหา แต่วันนี้ให้กระทรวงการต่างประเทศ ภาคธุรกิจไปเจรจากับบริษัทผู้ผลิตว่าสามารถเพิ่มเติมได้อีกหรือไม่ ถือว่าเป็นตัวแทน ของรัฐบาลไปอีกทางหนึ่ง นอกเหนือจากกระทรวงสาธารณสุขไปจัดหา หากทำได้ก็นำเข้าสู่มาตรฐานตรวจสอบของกระทรวงสาธารณสุข เราพร้อมยินดีปลดล็อกให้ แต่ต้องเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพ และสามารถนำเข้าได้จริง ส่วนวัคซีนสปุตนิก วี ต้องชี้แจงว่าเราอยากได้มานาน เป็นวัคซีนหลัก แต่บริษัทไม่พร้อมเสียที ส่งเอกสารไม่ครบ วันนี้ได้รับปลดเอกสารไปเยอะ เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าไปกีดกัน เราเปิดรับทุกยี่ห้อ ส่วนเรื่องไฟเซอร์ขอให้เคลียร์เสียที ไม่มีการเก็บซ่อน จะมาอีก ล็อตวันที่ 30 ก.ค.นี้

‘ฮุนเซน’สั่งปิดชายแดนด้านสระแก้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดบันทายมีชัย ประเทศกัมพูชาส่งหนังสือมายังจ.สระแก้ว ของไทย ระบุว่า รัฐบาลประเทศกัมพูชามีความประสงค์จะปิดช่องทางผลักดันแรงงานกัมพูชาในประเทศไทยกลับประเทศกัมพูชาในพื้นที่ 8 จังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศไทยระยะทางกว่า 1,000 ก.ม. เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากประเทศไทยเข้าไปในประเทศกัมพูชา โดยจะเริ่มปิดตั้งแต่เวลา 23.59 น. วันที่ 29 ก.ค. จนถึงวันที่ 12 ส.ค.64 เป็นเวลา 14 วัน แต่จะไม่ปิดการขนส่งสินค้าต่างๆข้ามชายแดน เจ้าหน้าที่สำนักงานประสานงานชายแดนกัมพูชาไทย ระบุว่า หนังสือดังกล่าวเป็น คำสั่งด่วนจากสมเด็จฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชาให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดบันทายมีชัยทำหนังสือขอปิดชายแดนหรือปิดช่องทางผลักดันแรงงานกัมพูชาในประเทศไทยกลับประเทศกัมพูชาเป็นระยะเวลา 13 วัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งไปยังจังหวัดต่างๆ ของประเทศไทยที่มีชายแดนติดกับประเทศกัมพูชาตั้งแต่จ.อุบลราชธานีจนถึงจ.ตราด จ.สระแก้ว พบผู้ป่วยรายใหม่ 120 ราย

สธ.ชงล็อกยาวถึง พ.ย.

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงว่า การคาดการณ์สถานการณ์โรคโควิด 19 เราใช้แบบจำลองคณิตศาสตร์ Mathermatic Model SEIR โดยจะมีเส้นสีน้ำเงินที่เกิดจากการคาดการณ์ และเส้นสีส้มที่เป็นตัวเลขเกิดขึ้นจริง ซึ่งขณะนี้มีความใกล้เคียงกัน โดยจุดหมายการเปรียบเทียบ คือเมื่อมีการใช้มาตรการล็อกดาวน์จะเป็นอย่างไร ทั้งการติดเชื้อและการเสียชีวิต โดยเปรียบเทียบการคาดการณ์ไปข้างหน้า 3-4 เดือน ส่วนการติดเชื้อ เส้นสีน้ำเงินคือการคาดการณ์หากไม่มีการล็อกดาวน์อย่างเข้มข้น จำนวนติดเชื้อรายใหม่รายวันอาจเกิน 4 หมื่นราย โดยสูงสุดวันที่ 14 ก.ย. แต่หากมีมาตรการล็อกดาวน์ได้รับความร่วมมือผู้เกี่ยวข้อง ทั้งอยู่บ้านให้มากที่สุด ทำงานที่บ้าน หยุดกิจกรรมชุมนุมของกลุ่มคน หากทำได้มีประสิทธิภาพลดการติดเชื้อ 20% เป็นเวลานาน 1 เดือน ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวันจะลดจาก 4 หมื่นราย เหลือ 3 หมื่นกว่าราย จุดสูงสุดอยู่ ต้นต.ค. หากลดติดเชื้อลงได้ 25% เป็นเวลา 1 เดือน ผลจะใกล้เคียงกับสีส้ม ส่วนประสิทธิภาพล็อกดาวน์ 20% นาน 2 เดือน ผู้ติดเชื้อรายใหม่จะลดลงเหลือ 2 หมื่นกว่าราย และถ้าทำได้มีประสิทธิภาพ 25% เป็นเวลา 2 เดือนตัวเลข ก็จะต่ำลงอีก

ชี้ต้องทำก่อนตายวันละ 500

“ส่วนกรณีผู้เสียชีวิตต่อวัน หากไม่มีมาตรการใดๆ พบว่า จะเสียชีวิตมากกว่า 500 คนต่อวัน สูงสุดวันที่ 28 ก.ย. ถ้ามีมาตการล็อกดาวน์ทำได้มีประสิทธิภาพลดการติดเชื้อ 20% เป็นเวลานาน 1 เดือน หรือประสิทธิภาพ 25% เป็นเวลานาน 1 เดือน ตัวเลขผู้เสียชีวิตรายใหม่รายวันจะลดลงใกล้เคียงกัน คือไม่เกิน 400 รายต่อวัน โดยสูงสุดช่วงวันที่ 26 ต.ค. หากมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเวลานานขึ้นก็จะลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงและยืดเวลาผู้เสียชีวิตสูงสุดออกไปนานขึ้นเป็นประมาณกลางพ.ย. หากล็อกดาวน์มีประสิทธิภาพ มีการหาผู้ป่วย เร่งฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ 7 กลุ่มโรค และหญิงตั้งครรภ์ รวมกัน 3 มาตรการ จะเป็นเส้นสีเขียว คือ เสียชีวิตวันละ 100 กว่าราย ถือว่าลดผู้ติดเชื้อรายใหม่และเสียชีวิตลงได้ ไม่ให้มากอย่างที่จะเป็น” เมื่อถามว่าประเมินมาตรการล็อกดาวน์ถึงวันนี้ได้ผลอย่างไร นพ.โอภาสกล่าวว่า หากไม่ทำมาตรการล็อกดาวน์เลย วันนี้จะติดเชื้อและเสียชีวิตสูงกว่านี้ มาตรการล็อกดาวน์จึงสำคัญในการลดการติดเชื้อและเสียชีวิต

แจงกลุ่มได้ฉีดไฟเซอร์มะกัน

นพ.โอภาสกล่าวว่า วันนี้มีการไปรับวัคซีนไฟเซอร์บริจาคจากประเทศสหรัฐอเมริกา 1.5 ล้านโดส กลุ่มเป้าหมายในการฉีดวัคซีนไฟเซอร์บริจาค มี 4 ส่วน คือ 1.บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขดูแผู้ป่วยโควิด 19 ทั่วประเทศเป็นบูสเตอร์โดส จำนวน 7 แสนโดส โดยมีการสำรวจรายชื่อให้ ร.พ.ต่างๆ ส่งมา สธ. ซึ่งคณะทำงานที่มีรองปลัด สธ.เป็นประธานจะกระจายวัคซีนไปยัง ร.พ.เป้าหมาย เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันมากขึ้น เพราะเรามีข้อมูลว่า บุคลากรไม่น้อยติดเชื้อ แม้จะติดจากบ้านและครอบครัว แต่เมื่อไปที่ทำงานก็ทำให้มีบุคลากรเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและต้องกักตัว กระทบต่อการดูแลโรคอื่นและโควิดลดประสิทธิภาพลง 2.ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง ซึ่งจะฉีดครอบคลุมในเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปที่ป่วย 7 โรคเรื้อรังด้วย กลุ่มนี้ประมาณ 645,000 โดส โดยกระจายในพื้นที่ 13 จังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและ เข้มงวด คือ กทม. ปริมณฑล ชลบุรี ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา และ 4 จังหวัดใต้ คือ สงขลา ปัตตานี ยะลา และ นราธิวาส 3.คนต่างชาติในแผ่นดินไทย ทำงานในไทย หรือมีญาติพี่น้องคนไทย โดยเป็นผู้สูงอายุ 7 โรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์เหมือนคนไทย เนื่องจากวัคซีนนี้เป็นการบริจาคจากต่างชาติ รวมถึงคนไทยจำนวนหนึ่งที่ไปต่างประเทศ เช่น นักเรียน นักศึกษา ที่ประเทศปลายทางกำหนดให้ฉีดไฟเซอร์ โดยจัดให้กลุ่มนี้ 1.5 แสนโดส และ 4.การศึกษาวิจัย 5 พันโดส “ขณะนี้วัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดสเข้าไทยแล้ว เก็บเข้าคลังบริษัทซิลลิค -70 องศาเซลเซียส นำตัวอย่างวัคซีนส่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยแล้ว คาดว่าวันที่ 2 ส.ค.จะได้รับผลการตรวจคุณภาพและความปลอดภัย เมื่อเรียบร้อยให้บริษัทจัดทำระบบการตรวจสอบย้อนกลับว่า วัคซีนที่ส่งไปมีคุณภาพมาตรฐานตามกำหนดหรือไม่ ซึ่งต้องมีกระบวนการพอสมควรในการแพ็กจัดส่ง จากนั้นวันที่ 5-6 ส.ค. จะส่งวัคซีนล็อตแรกไปฉีดกระตุ้นบุคลากรทางการแพทย์ และเข็มแรกในกลุ่มเสี่ยงเป้าหมายถึงหน่วยบริการ ซึ่งที่กำหนดไว้ คือ ร.พ.ในจังหวัดนั้น เป็นต้น โดยวันที่ 7-8 ส.ค. ร.พ.ต้องเตรียมพร้อม มีการซักซ้อมนัดหมายคนมาฉีด เนื่องจาก 1 ขวด ฉีด 6 โดส ต้องควบคุมเวลาอย่างดี เพราะเอาออกมาจากตู้เย็นแล้วอยู่ได้ไม่นาน ความแม่นยำการนัดหมายต้องเป็นอย่างดี มิเช่นนั้นวัคซีนจะเสียหาย และเริ่มฉีดวันที่ 9 ส.ค. หลังฉีดแล้วจะฉีดเข็มสองห่าง 3 สัปดาห์คาดว่า ปลาย ส.ค.ก็ฉีดได้ครบถ้วน”

ชลบุรีป่วยพุ่ง 914-ตาย 6

สาธารณสุขจังหวัดชลบุรีรายงานว่า พบ ผู้ติดเชื้อเพิ่ม 914 ราย ยอดป่วยสะสม 24,420 ราย กำลังรักษาตัว 11,441 ราย หายป่วย 12,859 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 6 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 120 ราย


ปิดตลาด – เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจผู้ค้าและลูกจ้างจำนวน 350 คน ในตลาด บ่อบัว ตลาดสดใหญ่ที่สุดใน อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนสั่งปิด 14 วัน เพราะพบผู้ติดเชื้อโควิดมากกว่า 100 ราย เมื่อวันที่ 30 ก.ค.

แปดริ้วปิดตลาดบ่อบัว 14 วัน

นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผวจ.ฉะเชิงเทรา เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ประชุมมีมติดังนี้ จากกรณีที่ตลาดบ่อบัว ตลาดใหญ่ที่สุดใจกลางเมืองฉะเชิงเทรา พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งแรงงานต่างด้าว และคนไทย ขณะนี้อ.เมือง สาธารณสุขอำเภอเมือง และเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา เข้าตรวจคัดกรองเชิงรุก 350 คน พบผู้ติดเชื้อกว่า 100 คน จึงสั่งปิดตลาดบ่อบัว 14 วัน และให้พ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับความเดือดร้อน แจ้งได้ที่เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา โดยขอให้เจ้าของตลาดงดเว้นการเก็บค่าเช่าแผง และจะประเมินทุก 3 วัน เมื่อเวลา 07.30 น. นายสมเจตน์ สถิตสมิทธิ์ สาธารณสุขอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา พร้อมนายเสรี เพ็งสาท ผู้อำนวยการกองสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงพื้นที่ตลาดบ่อบัวเพื่อตรวจคัดกรองหาเชื้อเชิงรุก

หนุ่มเครียดโควิดผูกคอดับ

เมื่อเวลา 12.30 น. ตำรวจสายตรวจสน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งเหตุผู้ป่วยโควิด ผูกคอตัวเองเสียชีวิต บนดาดฟ้าอพาร์ตเมนต์ ภายในซอยพุทธบูชา37/1 แขวงบางมด เขตท่งครุ กรุงเทพฯ ที่เกิดเหตุ เป็นอาคารหอพัก สูง 4 ชั้น บนชั้นดาดฟ้าพบศพนายไพสน สงวนนามสกุล อายุ 52 ปี พนักงานโรงงานทอผ้าแห่งหนึ่ง ผูกคอตัวเองเสียชีวิต สภาพศพเสียชีวิตมาแล้วมากว่า 6 ชั่วโมง ตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย สอบถามญาติทราบว่าผู้ตายป่วยติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 23 ก.ค. จึงเกิดความเครียด จนมาพบศพผูกคอเสียชีวิตในที่เกิดเหตุดังกล่าว เจ้าของอพาร์ตเมนต์ ระบุว่า ผู้ตายเช่าห้องอยู่กับภรรยาและลูก ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 สัปดาห์ ผู้ตายมีอาการไม่สบาย จึงไปตรวจหาเชื้อโควิด และรู้ผลว่าตนเองและภรรยาติดเชื้อ ส่วนลูกไม่ติด จึงพยายามติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบขอไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล เพราะเริ่มมีอาการไออย่างหนัก นอนไม่ได้ แต่โรงพยาบาลในกทม.เตียงเต็มหมด จึงต้องกักตัวพักรักษาที่ห้องพัก ระหว่างนี้สามารถติดต่อโรงพยาบาลที่จ.ตาก ซึ่งมีภูมิลำเนาเพื่อไปรักษาตัวได้ และมีเจ้าหน้าที่นัดหมายมารับตัวไปส่ง แต่สุดท้ายถูกเบี้ยวไม่มาตามนัดถึง 2 ครั้ง วันนี้ เวลา 04.00 น. ภรรยาผู้เสียชีวิตตื่นมาไม่พบตัว ผู้ตาย จนเวลา 11.00 น. สงสัยว่าทำไมสามีถึงยังไม่กลับมา จึงขึ้นไปดูบนชั้นดาดฟ้า พบว่าสามีผูกคอตายเสียชีวิตแล้ว

สาวใหญ่ป่วยโควิดผูกคอตาย

วันเดียวกัน ร.ต.อ.ภาคภูมิ วัฒนศิริ รองสว.สอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนคร ศรีอยุธยา ได้รับแจ้งมีหญิงวัย 59 ปีเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 19 ผูกคอเสียชีวิตกับราวบันไดทางขึ้นบ้านหลังหนึ่ง ม.4 ต.วัดตูม อ.พระนครศรี อยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา พี่ชายของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า น้องสาวติดโควิด มีโรคประจำตัวลำไส้อักเสบ เข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา 14 วัน อาการดีขึ้น ทางโรงพยาบาลจึงให้กลับมารักษาตัวที่บ้าน โดยกักตัวแยกกันอยู่ภายในบ้าน 5 วัน ทุกวันจะบ่นเจ็บปวดทรมานในอาการป่วยโรคลำไส้ ช่วงเช้ามืดตอนตื่นขึ้นมา พบว่าผูกคอเสียชีวิตแล้ว ส่วนสาเหตุคิดน่าจะเกิดความเครียดที่ติดโควิด ไม่อยากเป็นภาระของครอบครัว

สัปเหร่อติดโควิด-งดเผาศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดอินทร์ ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี งดรับฌาปนกิจผู้เสียชีวิต เนื่องจากสัปเหร่อของวัดติดเชื้อโควิด พระครูธรรมธรสุรเจตน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอินทร์ เปิดเผยว่า สัปเหร่อของวัดแห่งนี้มีเพียงคนเดียว คือนายคิด อายุ 52 ปี ล้มป่วยจากการติดเชื้อโควิดมานานเกือบ 5 วัน ต้องพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านเพื่อรอคอยทางโรงพยาบาลติดต่อกลับมานำตัวไปรักษา อาการล่าสุดเริ่มหายใจไม่ออก นอนแบบปกติไม่ได้ ต้องนอนคว่ำ ทำให้ทางวัดอินทร์ต้องงดรับเผาศพทุกกรณีเป็นการชั่วคราว ต่อมาเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่มารับตัวสัปเหร่อรายนี้เข้ารักษาแล้ว

ป่วยโควิดหาเตียงไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หญิงสาววัย 48 ปี อยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พร้อมครอบครัวรวม 6 คน มีทั้งเด็กและผู้สูงอายุติดโควิด หาเตียงไม่ได้ หญิงสาวรายนี้ระบุว่า เมื่ออาทิตย์ก่อนลูกชายของตนตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด จึงเข้ารักษาและถูกนำไปกักตัวไว้ที่โรมแรมแห่งหนึ่งยังไม่กลับมา จากนั้นเมื่อวันที่ 26 ก.ค. ตนไปซื้อชุดตรวจหาเชื้อโควิดมาตรวจคนในบ้านทั้งหมด 5 คน ผลตรวจพบว่า ตนกับลูกสาวและลูกชายคนเล็กติดเชื้อโควิดแล้ว ส่วนแม่และน้าชายซึ่งแยกกันอยู่ชั้นล่างยังตรวจหาเชื้อไม่พบ ตนติดต่อไปยังหลายหน่วยงานเพื่อหาเตียงเข้ารับการรักษากับลูกสาว แต่ไม่มีที่ไหนให้คำตอบได้เลย บอกแต่เพียงให้รอติดต่อกลับไป วันนี้ตนกับลูกสาวไปตรวจหาเชื้อโควิด 19 อีกรอบที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์เพื่อเอาเอกสารผลการตรวจเชื้อไว้ยืนยันในการเข้ารับการรักษาต่อไป ตอนนี้ลูกสาวอาการเริ่มไม่ค่อยดี หายใจไม่ค่อยสะดวก หนำซ้ำถังออกซิเจนที่เตรียมไว้หัวปรับแรงดันออกซิเจนก็เสีย ทำให้ลูกสาวและลูกชายคนเล็กได้รับความลำบากหายใจเองไม่สะดวก ตอนนี้ทุกคนอาการแย่กันหมดแล้ว ไม่รู้ว่าเชื้อโควิดได้กระจายไปติดแม่กับน้าชายซึ่งพักอยู่ข้างล่างแล้วหรือยัง ขอให้หน่วยงานไหนก็ได้เข้ามารับตนและลูกไปเข้ารับการรักษาที เพราะตอนนี้สภาพตนกับลูกอีกสองคนกำลังแย่กันหมดแล้ว

‘บิ๊กตู่’สั่งเร่งจ่ายเยียวยา ม.33

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการจ่ายเงินเยียวยากลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการตามมาตรการบรรเทาผลกระทบโควิด-19 ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด ใน 9 ประเภทกิจการนั้นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม สั่งการให้เร่งรัดขยับเวลาการจ่ายเงินเยียวยาให้กับ ผู้ประกันตนไม่ให้เกินวันที่ 6 ส.ค. โดยจะเริ่มทยอยจ่ายตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค.นี้ ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะระบบการโอนผ่านพร้อมเพย์สามารถดำเนินการได้วันละ 1 ล้านบัญชีเท่านั้น โดย ผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยามี 2.87 ล้านคน จะต้องใช้เวลาถึง 3 วันจึงสามารถโอนได้ครบภายในกำหนดเวลาวันที่ 6 ส.ค. ตามเจตนารมณ์ของนายกฯ และจะทยอยโอนครั้งต่อไปให้กับนายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 ทุกๆ วันศุกร์ จนถึงวันที่ 29 ต.ค.2564

กาญจน์ปิด 5 อำเภอติดพม่า

ด้านนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าฯกาญจนบุรี ในฐานะผอ.ศูนย์สั่งการชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโควิด 19 ในประเทศเมียนมาเป็นไปอย่างรุนแรงมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวนมาก คาดว่ามีผู้ติดเชื้อครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากร และมีผู้เสียชีวิตวันละหลายพันคน ระบบสาธารณสุขล้มเหลว ทำให้ชาวเมียนมาจำนวนมากพยายามหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะประเทศไทย จ.กาญจนบุรีมีพื้นที่ชายแดนติดกับเมียนมาจำนวน 5 อำเภอ 11 ตำบล 31 หมู่บ้าน ดังนั้นเพื่อป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค จึงมีคำสั่งดังนี้ ปิดพื้นที่อ.สังขละบุรีทั้งอำเภอ อ.ทองผาภูมิทั้งอำเภอ อ.ไทรโยคทั้งอำเภอ ต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี ให้อำเภอพื้นที่บูรณาการร่วมกับกองพลทหารราบที่ 9 มณฑลทหารบกที่ 17 สถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปิดพื้นที่และกำหนดให้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดอ.สังขละบุรี อ.ทองผาภูมิ อ.ไทรโยค ต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี และต.จรเข้เผือก อ.ด่านมะขามเตี้ย ยกเว้นการส่งสินค้าอุปโภคบริโภค การขนส่งทางการแพทย์การขนส่งพัสดุภายในประเทศให้ขนย้ายจุดควบคุมการเข้าออกตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค. 2564 เวลา 08.00 น จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ระงับการเดินรถโดยสารเข้าออก พื้นที่เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค. 2564 เริ่มเวลา 08.00 น. จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ห้ามผู้ใดเข้าออกในพื้นที่ ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.2564 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ระหว่างเวลา 22.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

แท็กซี่วอน‘บิ๊กตู่’ช่วยเยียวยา

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวทุกข์ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มสมาคมแท็กซี่สาธารณะไทย นำโดยนายพัลลภ ฉาอินธุ นายกสมาคมฯ เข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เพื่อให้ช่วยเหลือผู้ประกอบการแท็กซี่รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 นับตั้งแต่การระบาดในรอบแรก โดยขอให้รัฐบาลช่วยเหลือ ดังนี้ 1.ขอให้ช่วยเหลือผู้ประกอบการแท็กซี่รายย่อย เข้าถึงมาตรการพักชำระหนี้ระยะเวลา 1 ปี ทุกสถาบันการเงิน รวมถึงไฟแนนซ์ลิสซึ่งเอกชนและสหกรณ์ฯตามที่มาตรการธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาบังคับใช้ ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถใช้ได้จริง 2.ขอให้ผู้ประกอบการแท็กซี่รายย่อยได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท เมื่อลงทะเบียนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 รวมทั้งผู้ประกอบการแท็กซี่รายย่อยที่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่มีที่อยู่นอกเขต 13 จังหวัด โดยอ้างอิงฐานข้อมูลเพิ่มจากการรับเงินเยียวยาครั้งที่ผ่านมา ทั้งนี้รวมถึงผู้เช่าขับรถ แต่ขณะนี้ได้คืนรถให้อู่หรือสหกรณ์เพราะไม่มีผู้โดยสาร จึงจำเป็นต้องนำรถมาจอดไว้ก่อนแล้วกลับไปอยู่ต่างจังหวัดขณะที่มีการล็อกดาวน์เพราะไม่สามารถหารายได้มาชำระค่างวดรถและค่าเช่าได้ แต่ยังคงเป็นผู้ประกอบการแท็กซี่รายย่อยอยู่เช่นเดิม โดยพิจารณาจากฐานข้อมูลในการรับเงินเยียวยาในรอบที่ผ่านมา และ 3.ขอให้ตั้งคณะทำงานเพื่อมาแก้ไขปัญหาของผู้ประกอบการแท็กซี่รายย่อยให้ครบวงจร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการระบาดของโควิด-19

วแล้ว – เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือโชเฟอร์แท็กซี่วัย 52 ปี ติดเชื้อโควิดแยกตัวจากครอบครัวอาศัยกินอยู่ในรถ จนอาการกำเริบหนักพยายามขับรถไปโรงพยาบาลเอง แต่ไม่ไหวต้องจอดขอความช่วยเหลือใต้ทางด่วน ถนนแจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี

สกัดโควิด – เจ้าหน้าที่ฝายปกครอง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ตรวจแคมป์แรงงานต่างด้าว หลังยังมีการแพร่ระบาดในวงกว้าง กระทั่งผวจ.ภูเก็ตต้องประกาศปิดเกาะห้ามบุคคลเข้า-ออกอีกครั้งเป็นเวลา 14 วัน เมื่อวันที่ 30 ก.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน