ฝนถล่มเมืองตรังหนักยาว นาน 2 วัน น้ำป่าเทือกเขาบรรทัดไหลทะลักเข้าท่วม 3 หมู่บ้าน ชาวบ้านกว่า 160 หลังคาเรือนเดือดร้อน ระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร กลุ่มเสี่ยงโควิด-19 กว่า 40 คนสุดช้ำ เพราะต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้านตามมาตรการป้องกัน ไม่สามารถจะหลบออกไปไหนได้ ต่างเดือดร้อนที่มาถูกน้ำท่วมบ้านซ้ำอีก ล่าสุดจังหวัดออกประกาศเตือน ขอให้ชาวบ้านชาวเรือและนักท่องเที่ยวติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นด้วย

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถาน การณ์น้ำท่วมในพื้นที่หมู่ 1 หมู่ 8 และหมู่ 9 บ้านลำปลอก ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง หลังจากเกิดมีฝนตกในพื้นที่มานานกว่า 2 วัน ส่งผลให้มีน้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลทะลักลงสู่น้ำตกลำปลอก น้ำตกโตนเต๊ะ และน้ำตกโตนตก ผ่านเข้าลำคลองกะช่อง และลำคลองปะเหลียน ก่อนจะไหลเข้าโครงการประตูระบายน้ำคลองปะเหลียนอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่สามารถรับมวลน้ำเอาไว้ได้ เจ้าหน้าที่ต้องเปิดประตูน้ำเพื่อระบายน้ำ ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าสู่บ้านเรือนประชาชนทั้ง 3 หมู่บ้านกว่า 160 หลังคาเรือน ระดับน้ำสูงตั้งแต่ 1-1.50 เมตร พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย สัตว์เลี้ยง เช่น เป็ด ไก่ ของเกษตรกรล้มตาย และไหลไปตามกระแสน้ำเป็นจำนวนมากอีกด้วย

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับในพื้นที่ 3 หมู่บ้านที่เกิดน้ำท่วม ยังเป็นพื้นที่กักตัวกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 มีชาวบ้านประมาณ 40 คน ที่อยู่ระหว่างต้องกักตัวอยู่ในบ้านตามมาตรการป้องกันโรคติดต่อ จึงไม่สามารถจะออกจากบ้านเรือนได้ ทำให้ต่างได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมเข้าซ้ำเติม อย่างไรก็ตามหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มอีก มวลน้ำทั้งหมดก็จะไหลเข้าลำคลองผ่านพื้นที่ อ.ย่านตาขาว และ อ.ปะเหลียน ก่อนจะระบายลงสู่ทะเล คาดว่าอีก 1 วันสถานการณ์จะคลี่คลายลงได้

ส่วนเรือประมงพื้นบ้านขนาดเล็กที่อยู่ตามเกาะต่างๆ โดยเฉพาะชาวประมงที่เกาะสุกร อ.ปะเหลียน ต้องรีบนำเรือประมงกลับเข้าฝั่ง เนื่องจากขณะนี้ท้องทะเลเริ่มมีคลื่นสูง ทำให้ยากลำบากต่อการออกหาปลามาขายด้วย ทั้งนี้ทางจังหวัดได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชน ชาวประมง และนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาจังหวัดตรัง ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นด้วย

ขณะที่บ้านตาน้อย ม.5 ต.ภูคา อ.ปัว จ.น่าน ก็เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้เส้นทางคมนาคมของหมู่บ้านขาดจากกัน 2 จุด ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถใช้ยานพาหนะสัญจรได้ โดย พ.อ.รฐนนท รัตนโสภณ ผบ.หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ที่ 31 สำนักงานพัฒนาภาค 3 (สนภ.3) นำกำลังพล 12 นาย ร่วมกับนายอำเภอปัว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำยานพาหนะและเครื่องมือหนักเข้าซ่อมแซมเส้นทางคมนาคม เพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติและปลอดภัย รวมทั้งยังมอบน้ำดื่ม 1,000 ขวดแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำป่าไหลหลากในครั้งนี้ด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน