เรื่องวัสสการพราหมณ์เข้าเฝ้า (ตอน 1) – วัสสการพราหมณ์เป็นปุโรหิตของพระเจ้าอชาตศัตรูกษัตริย์ผู้ครองเมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ในช่วงปลายพุทธกาล เจ้าชายอชาตศัตรูถูกพระเทวทัตยุยงจับ พระราชบิดาคือพระเจ้าพิมพิสารขังคุกให้อดอาหารจนสิ้นพระชนม์ พระเทวทัตเองก็แพ้ภัยตัวเอง ถูกแผ่นดินสูบ พระเจ้าอชาตศัตรูได้สำนึกในความผิดมหันต์ของตน จึงเข้าเฝ้าฟังธรรมจากพระพุทธองค์ ถวายตนเป็นสาวกนับถือพระรัตนตรัยถวายความอุปถัมภ์แด่พระพุทธศาสนาอย่างแข็งขัน (หลังพุทธปรินิพพานก็ได้ทรงอุปถัมภ์การสังคายนาครั้งที่หนึ่งจนเสร็จสิ้น)

ในเวลานั้นมีแคว้นที่ยิ่งใหญ่อยู่แคว้นหนึ่ง มีระบอบการปกครองแบบ “สามัคคีธรรม” คือปกครองเป็นหมู่คณะเรียกว่าเหล่ากษัตริย์ “ลิจฉวี” โดยหัวหน้าหรือประมุขที่รับเลือกขึ้นมาบริหารประเทศผ่านรัฐสภาคณะผู้บริหารอยู่เป็นวาระ ครบวาระแล้วก็เลือกตั้งกันใหม่ แคว้นดังกล่าวนี้ชื่อแคว้น วัชชี มีเมืองหลวงชื่อไพศาลี แปลว่าเมืองที่กว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งก็ไพศาลสมชื่อ หนังสืออรรถกถาได้อธิบายความยิ่งใหญ่มั่งคั่งของเมืองนี้ไว้มากมาย

มหาราชแห่งมคธรัฐคือพระเจ้าอชาตศัตรู มีพระประสงค์จะครอบครองเมืองไพศาลี ยกทัพเข้าตีหลายครั้งไม่สำเร็จสักที จึงรับสั่งให้วัสสการพราหมณ์ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ให้ไปเล่าถึงความแข็งแกร่งของแคว้นวัชชีของกษัตริย์ลิจฉวีให้พระพุทธองค์ทรงทราบ แล้วคอยกำหนดจดจำว่าพระพุทธองค์จะรับสั่งอย่างไร พูดง่ายๆ ว่า อยากให้ไปขอคำปรึกษาว่าทำอย่างไรจึงจะดีแคว้นวัชชีได้ แต่ไม่กล้าบอกให้วัสสการพราหมณ์กราบทูตตรงๆ เพราะถ้าทำอย่างนั้น พระพุทธองค์คงไม่ตรัสบอกแน่นอน การแนะนำให้เมืองหนึ่งไปโจมตีอีกเมืองหนึ่งมิชัยวิสัยของพระบรมครูแห่งชาวโลกอยู่แล้ว

วัสสการพราหมณ์คนนี้คงมิได้นับถือพระพุทธศาสนา สังเกตจากคำพูดที่กราบทูลพระพุทธองค์ว่า “โภ โคตม” (ข้าแด่พระโคดมผู้เจริญ) คนต่างลัทธิเท่านั้นที่ใช้คำพูดว่า “โคตม” กับพระพุทธองค์สาวกพระพุทธองค์จะใช้คำว่า “ภนฺเต”

เสฐียรพงษ์ วรรณปก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน