ประจวบฯ – นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาศึกษาดูงานและตรวจสภาพพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งของ จ.ประจวบฯ โครงการเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลหาดปราณบุรี ความยาว 888 เมตร ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี งบประมาณก่อสร้างปี 2564 จำนวน 144 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมงานก่อสร้าง มีรูปแบบการก่อสร้างแบบเขื่อนคอนกรีตขั้นบันได

นายพิษณุพงศ์ เหล่าลาภยศ ประธานกลุ่มคนรักทะเลและชายหาดปราณบุรี เห็นควรยกเลิกการสร้างเขื่อนในโซนที่ 3 บริเวณชายหาดหน้าศาล เสด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หากมีการสร้างเขื่อนอาจจะทำให้ชายหาดหายไป ส่งผลกระทบต่อเนื่องทำให้ชายหาดบริเวณถัดไปถูกกัดเซาะรุนแรงมากขึ้น ขอให้มีการปรับแบบให้เหลือเพียงแค่การปรับภูมิทัศน์ เนื่องจากโครงการนี้มีการปรับภูมิทัศน์บริเวณศาลเสด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์บรรจุเข้ามาด้วย ทางกลุ่มไม่ได้คัดค้าน โครงการก่อสร้างเขื่อนโซนที่ 1 และ 2 ด้านทิศใต้ ก็ไม่ได้คัดค้านเนื่องจากเป็นพื้นที่กัดเซาะจริง

นายพีรศักดิ์ จิวรรจนะโรดม นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำปราณ กล่าวว่า โครงการเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลหาดปราณบุรี เกิดจากความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ร้องขอให้มีการสร้างเขื่อน เสนอเรื่องไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ทำประชาพิจารณ์ 3 ครั้ง ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ก็เห็นด้วยที่จะให้ดำเนินการ

โครงการในโซนที่ 1 และ 2 ด้านทิศใต้ ไม่มีปัญหาเริ่มดำเนินการได้ตามแผน แต่โซนที่ 3 ต้องประชุมระดับจังหวัด นำข้อมูลทางวิชาการมาพูดคุยกันเพื่อให้ได้แนวทางที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

ด้านนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ประธานกรรมาธิการวิสามัญฯ กล่าวว่า ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเป็นปัญหาสำคัญของจังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล บางพื้นที่ประสบปัญหาเสียหายต่อบ้านเรือนที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่ง รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหา การก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะตลิ่งในพื้นที่ใดที่ยังมีความเห็นไม่ตรงกันของคนในพื้นที่ก็จะต้องมีการพูดคุยทำความเข้าใจกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน