เมื่อวันที่ 20 ก.ค. บีบีซีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์คลื่นความร้อนหรือฮีตเวฟรุนแรงในทวีปยุโรปว่าส่งผลอุณหภูมิเฉลี่ยในหลายประเทศพุ่งสูงทำสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง แม้บางพื้นที่ทางตอนเหนือของยุโรปเริ่มมีอากาศร้อนลดลง โดยเฉพาะที่ประเทศอังกฤษเผชิญกับอุณหภูมิเฉลี่ยถึง 40.2 องศาเซลเซียสเป็นครั้งแรก สถิติใหม่วันร้อนที่สุดในเยอรมนี และยอดผู้เสียชีวิตจากอากาศร้อนจัดทะลุ 1 พันรายในโปรตุเกส ท่ามกลางการเกิดไฟป่าในหลายพื้นที่

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกหรือดับเบิลยูเอ็มโอระบุว่า สถานการณ์อากาศร้อนจัดจากฮีตเวฟที่กำลังเกิดขึ้นในทวีปยุโรปยังไม่จบและอาจทวีความรุนแรงขึ้นอีก โดยฮีตเวฟรุนแรงเช่นนี้ จะเกิดขึ้นทุกปีและจะมีระดับอุณหภูมิมากขึ้น รวมถึงกินระยะเวลานานมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องมาจากปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงหรือโลกร้อน โดยนายปีเตอร์รี ทาลาส ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอ็มโอ กล่าวว่า คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นแบบนี้จะกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามปกติในอนาคตและมนุษย์จะมีโอกาสได้พบกับฮีตเวฟที่รุนแรงยิ่งกว่านี้ด้วย

ร้อนโลกแตก – พนักงานดับเพลิงเร่งควบคุมไฟป่าที่เมืองปัลลินี ใกล้กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ท่ามกลางคลื่นความร้อนรุนแรงปกคลุมทวีปยุโรปทำให้เกิดไฟป่าและสร้างสถิติอุณหภูมิสูงสุดใหม่ในหลายพื้นที่ มีสาเหตุมาจากโลกร้อน เมื่อ 20 พ.ค. (รอยเตอร์)

หน่วยดับเพลิงของอังกฤษต้องประกาศสถานการณ์ไฟไหม้รุนแรงหลายพื้นที่ เช่น ที่เมืองเวนนิงตัน ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน นอกเหนือไปจากอากาศร้อนจัดที่สร้างสถิติใหม่ เช่นเดียวกันกับที่ฝรั่งเศสที่พบอุณหภูมิร้อนจัดถึง 64 แห่งทั่วประเทศ แม้จะไม่ถึงกับทำลายสถิติเดิมแต่เกิดไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 30 ปี ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ

 

ส่วนที่เบลเยียมนั้นเกิดไฟไหม้รุนแรงจากอากาศร้อนจัดที่เมืองเดอฮาน แคว้นเวสต์ แฟลนเดอร์ส ตามมาด้วยฝนฟ้าคะนองรุนแรงที่คาดว่าจะมีฝนตกลงราว 20-30 มิลลิเมตร ส่วนที่เยอรมนีเตือนว่าคลื่นความร้อนกำลังเคลื่อนตัวขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปยุโรป โดยวัดอุณหภูมิได้ 39.5 องศา ที่เมืองดืสบวร์ก รัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลิน ถือเป็นสถิติใหม่ของประเทศ เช่นเดียวกันกับที่เนเธอร์แลนด์ กรีซ และอิตาลี คาดว่าอุณหภูมิจะสูงถึง 42 องศา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน