หากมองผ่านร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ก็จะสัมผัสได้ในความอ่อนไหวทางการเมือง
เหตุปัจจัยอะไรทำให้พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ จับมือร่วมกับพรรคเพื่อไทย เพื่อเตะสกัดขาร่างอันพรรคภูมิใจไทยมีบทบาทนำ
แน่นอน เหตุผลที่อ้างคือ หวั่นเกรง “อันตราย” ที่จะตามมา
เนื่องจากความโน้มเอียงที่เห็นผ่านพรรคภูมิใจไทย ที่เห็นผ่านบทบาทของกระทรวงสาธารณสุขคือเน้น “สันทนาการ” มากกว่าเน้น “การแพทย์”
กระนั้น เหตุผลแท้จริงคือเหตุผลทาง “การเมือง”
ความซับซ้อนทางการเมืองสังคมอาจเน้นไปยังบทบาทของพรรคเพื่อไทยเป็นหลัก
แต่เมื่อความเป็นจริงปรากฏว่าพรรคประชาธิปัตย์ต่างหากที่ออก “แอ๊กชั่น” แข็งขันมากที่สุดแล้วก็แตะมือไปยังพรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย
ปมเงื่อนอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ เป็นฝ่ายรัฐบาล
การที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ เดินหน้า “ขวาง” พรรคภูมิใจไทยจึงละเอียดอ่อนยิ่งถึงกับดึงพรรคเพื่อไทยมาเป็นพวก
สร้างแนว ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ เพื่อไทย ขึ้น
ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง จึงเป็นบทเรียนอันแหลมคมยิ่งในการเมืองเฉพาะหน้า
หากมองจากพรรคภูมิใจไทยก็ต้องยอมรับว่าเล่นบท “เด่น” เกินไป และเมื่อประสานกับการรุกคืบไปยังหลายพื้นที่ทางการเมือง
ไม่ว่าจะเป็นทาง “ภาคใต้” ไม่ว่าจะเป็นทาง “ภาคอีสาน”
การรุกของพรรคภูมิใจไทยจึงก่อให้เกิดแนวร่วมระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย เพื่อต้านพรรคภูมิใจไทยขึ้นโดยอัตโนมัติ
ส่งผลสะเทือนถึงร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ในที่สุด
หากแนวร่วมทางการเมืองสามารถเกิดขึ้นจาก “กัญชา” ก็สามารถเกิดขึ้นอีกหลายปม
ความเชื่อที่ว่าหลังการเลือกตั้งโอกาสที่พรรค เพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐ หรือพรรคภูมิใจไทยอาจจะจับมือกันเพื่อจัดตั้งรัฐบาลก็มีความเป็นไปได้