เมื่อวันที่ 15 ก.พ. รอยเตอร์รายงานความคืบหน้าภารกิจค้นหาผู้ประสบภัยมหาธรณีพิบัติแม็กนิจูด 7.8 ในประเทศตุรกีและซีเรีย มียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 41,000 รายแล้ว โดยประธานาธิบดีเรเจป เตยิปเอร์โดอัน ผู้นำตุรกี ยังยืนยันว่าจะให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้รอดชีวิตต่อไปแม้เวลาจะล่วงเลยมานานกว่า 1 สัปดาห์แล้วก็ตาม ล่าสุดเจ้าหน้าที่พบหญิง อายุ 42 ปี ที่จังหวัดคาฮ์รามันมารัช รอดชีวิตหลังติดอยู่ใต้ซากอาคารนานกว่า 222 ชั่วโมง

ประธานาธิบดีเอร์โดอันกล่าวว่า จะให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยทั้งหมดทำงานค้นหาผู้ประสบภัย ต่อไปจนกว่าร่างของประชาชนคนสุดท้ายจะถูกนำออกมาจากซากปรักหักพังไม่ว่าเป็นหรือตาย ขณะที่การสำรวจความเสียหายซึ่งคาดว่ามีอาคารพังถล่มหลายหมื่นแห่งจะแล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์และการฟื้นฟูซ่อมแซมเมืองจะเริ่มภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า

“เราจะสร้างอาคารบ้านเรือนที่ถูกแผ่นดินไหวทำลายไปกลับขึ้นมาใหม่ทั้งหมดแล้วนำส่งคืน ให้กับเจ้าของที่แท้จริง” ผู้นำตุรกีระบุ ส่วนตัวเลขจากทางการตุรกีบ่งชี้ว่ามีผู้บาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหวกว่า 105,000 คน ในจำนวนนี้ รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลกว่า 13,000 คน

อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีเอร์โดอัน ยอมรับถึงความล่าช้าในช่วงแรกหลังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อ 6 ก.พ. แต่ยืนยันว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว พร้อมระบุว่าตุรกีกำลังเผชิญกับภัยพิบัติครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศแต่ยังเป็นหนึ่งในครั้งรุนแรงที่สุดของมนุษยชาติด้วย ซึ่งส่งผลให้มีผู้อพยพย้ายถิ่นฐานแล้วกว่า 2.2 ล้านคน

ด้านสถานการณ์ในประเทศซีเรีย ซึ่งความช่วยเหลือส่วนใหญ่ยังเข้าไปไม่ถึงนั้น ล่าสุดสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ประกาศขอบริจาคเงินช่วยเหลือชาวซีเรียจากประชาคมโลกเป็นงบประมาณ 397 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.3 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปใช้จัดหาสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้ผู้ประสบภัยเกือบ 5 ล้านคน เป็นระยะเวลา 3 เดือน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน