กำแพงเพชร – น.ส.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า วช.ได้ให้การสนับสนุนทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)กำแพงเพชร ในโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในการผลิตปุ๋ยหมักจากฉี่และมูลไส้เดือนดินช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และยังเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชาวชุมชนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ผศ.ดร.วิษณุ บัวเทศ อาจารย์จากภาควิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้า คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มรภ.กำแพงเพชร ในฐานะหัวหน้าโครงการ เผยว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเพิ่มมูลค่าฉี่และมูลไส้เดือนดิน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง ซึ่งจากเดิมกลุ่มเกษตรกรที่เลี้ยงไส้เดือนดินขายมูลไส้เดือนดินอยู่ที่ก.ก.ละ 100 บาท และฉี่ไส้เดือนดินลิตรละ 100 บาท แต่ถ้านำภูมิปัญญาท้องถิ่นในการนำเอาเชื้อราไตรโคเดอร์มาผสมลงในมูลและฉี่ไส้เดือนดิน จะเพิ่มมูลค่าของมูลไส้เดือนดินเป็นก.ก.ละ 150 บาท และ ฉี่ไส้เดือนดินเป็นลิตรละ 150 บาท

ส่งผลให้กลุ่มเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และเป็นการสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน เกิดการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยใช้ทรัพยากรหรือวัตถุดิบทางเกษตรในพื้นที่ จำพวกเศษผัก ผลไม้ และเศษอาหารในครัวเรือนหรือตลาดสด นำไปใช้เป็นอาหารเลี้ยงไส้เดือนดิน ผลวิจัยโครงการนี้ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจอย่างเป็นรูปธรรม เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากจะลดค่าใช้จ่ายในการซื้อสารเคมีแล้ว ยังได้กำไรจากการจำหน่ายปุ๋ยมูลไส้เดือนคิดเป็นร้อยละ 50 ของต้นทุนเดิม และยังเป็นการเพิ่มคุณภาพให้สิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่

ปัจจุบันจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ 5 แห่งใน จ.กำแพงเพชร ประกอบด้วย เทศบาลตำบลคลองลานพัฒนา อ.คลองลาน ชุมชนบ้านคลองน้ำเย็นใต้ ต.โค้งไผ่ อ.ขาณุวรลักษบุรี ชุมชนบ้านไทรงาม ต.หนองแม่แตง อ.ไทรงาม วิสาหกิจชุมชนเกษตรอัตลักษณ์กำแพงเพชร อ.บึงสามัคคี และชุมชนท่าพุทรา อ.คลองขลุง สามารถผลิตปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนจากขยะอินทรีย์ได้ 1 ลิตรต่อสัปดาห์ โดยการเลี้ยงไส้เดือนดิน 1 ก.ก. ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร สามารถลดรายจ่ายในการซื้อจุลินทรีย์จากท้องตลาดที่ขาย 250-300 บาทต่อลิตร ทั้งนี้ได้นำองค์ความรู้นี้ไปขยายผลสู่การปฏิบัติทำการอบรมให้แก่เกษตรกรของเทศบาลตำบลปากดง

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน