ไฟป่าลามดอย จันทบุรีก็หนัก สวนทุเรียนยับ

อีสานอ่วมพายุฤดูร้อนถล่มหลายจว. ทั้งโคราช-ขอนแก่น-อุดรธานี-หนองคาย บ้านเรือน วัด โรงเรียนพังยับ ไฟฟ้าดับ ที่จันทบุรีก็หนัก พายุถล่มสวนทุเรียนที่เขาคิชฌกูฏเสียหาย 600 ตัน ส่วนเหนือยังวิกฤตฝุ่นพิษ เชียงใหม่ติดอันดับ 1 ของโลกเมืองที่มีอากาศแย่สุด ยอดจอดห้องพักช่วงสงกรานต์ลดวูบ ด้านเชียงรายไฟไหม้ป่าดอยปุย ขณะที่จนท.ส่งเครื่องบินขนน้ำดับไฟป่า‘ดอยหลวง’ที่เผาไหม้ 4 วันติด

★ ‘เหนือ-อีสาน’สำลักฝุ่น24พื้นที่

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 มี.ค. ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ทั่วประเทศ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง พบค่าฝุ่นระหว่าง 6-313 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.

ภาคเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 30-313 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 24 พื้นที่ โดยพบเป็นพื้นที่สีแดง หรือกระทบต่อสุขภาพ 17 พื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 25-53 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 1 พื้นที่ ต.บึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬ สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีมากถึงคุณภาพปานกลาง

คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมีแนวโน้มที่ควรเฝ้าระวังในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านในวันที่ 30 มี.ค.-5 เม.ย.66 อย่างไรก็ตาม ระหว่างวันที่ 31 มี.ค.-2 เม.ย.66 สถานการณ์อาจบรรเทาลงได้บ้าง เนื่องจากสภาพอากาศที่เปิดมากขึ้น

★ ไทยพบความร้อนกว่า4พันจุด

ด้านสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือจิสด้า (GISTDA) เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี ในวันที่ 28 มี.ค. ไทยพบจุดความร้อน 4,433 จุด โดย เมียนมามากสุด 4,894 จุด สปป.ลาว 4,548 จุด กัมพูชา 701 จุด เวียดนาม 190 จุด และมาเลเซีย 36 จุด โดยจุดความร้อนในประเทศไทย ส่วนใหญ่พบในพื้นป่าอนุรักษ์ 2,361 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 1,544 จุด พื้นที่เกษตร 222 จุด พื้นที่ชุมชนอื่นๆ 180 จุด พื้นที่เขต ส.ป.ก. 121 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 5 จุด จังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด 3 อันดับคือ จ.แม่ฮ่องสอน 588 จุด น่าน 569 จุด และเชียงใหม่ 488 จุด

★ เชียงใหม่อันดับ1อากาศแย่สุดโลก

ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จ.เชียงใหม่ รายงานเรื่องจุดความร้อนใน จ.เชียงใหม่ พบจุดความร้อน 334 จุด จากทั้งหมด 25 อำเภอของ จ.เชียงใหม่ พบจุดความร้อน 20 อำเภอ โดย 5 อำเภอที่มีจุดความร้อนมากสุดคือ อ.เชียงดาว 61 จุด, อ.ไชยปราการ 35 จุด, อ.แม่อาย 32 จุด, อ.สะเมิง 30 จุด และ อ.ฝาง 27 จุด ซึ่งเป็นอำเภอทางตอนเหนือของ จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1-28 มี.ค.2566 พบจุดความร้อน รวม 2,322 จุด

เวลา 08.00 น.วันเดียวกัน เว็บไซต์ iqair.com รายงานผลตรวจวัดคุณภาพอากาศ US AQI ทุกช่วงเวลา พบ จ.เชียงใหม่ ติดอันดับ 1 เมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดของโลก มีค่า 223 มคก./ลบ.ม. นับเป็นวันที่ห้าแล้ว แซงเมืองละฮอร์ของปากีสถาน มีค่า 220 มคก./ลบ.ม.

ฟุ้งทั้งเมือง – สภาพอากาศในอ.แม่สาย จ.เชียงราย มีหมอกควันและฝุ่นปกคลุมฟุ้งไปทั่วพื้นที่ โดยค่าฝุ่นพิษพีเอ็ม 2.5 วัดได้สูงถึง 339 มคก./ลบ.ม. เกินค่ามาตรฐาน 50 มคก./ลบ.ม.ถึง 6 เท่า เมื่อวันที่ 29 มี.ค.

★ ฝุ่นพิษ-เที่ยวสงกรานต์เชียงใหม่วูบ

ด้านนายพัลลภ แซ่จิว ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า จากการสำรวจผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ในห้วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ หรือปี๋ใหม่เมือง 2566 นี้ เบื้องต้นผลกระทบ ณ วันนี้เริ่มส่งผลต่อนักท่องเที่ยวชาวไทยที่จะตัดสินใจเดินทางเข้ามายังในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จากปัญหาฝุ่นควันพิษ PM 2.5 เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น

จากการสอบถามสำรวจตามที่พักโรงแรมต่างๆ พบว่าบางแห่งมียอดจอง 20-30% แต่ย่านท่าแพจะมียอดจองเพิ่มถึง 50% บอกว่าเป็นบางแห่งจะไม่เท่ากัน จากปัจจัยของฝุ่นควันพิษ PM 2.5 ขณะนี้ภาพจำของนักท่องเที่ยวชาวไทยจะไม่ได้เดินทางเข้ามาเพราะมาแล้วต้องเจอฝุ่นควัน แต่ผิดจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังคงเดินทางเข้ามา เพราะการตัดสินจองการท่องเที่ยวเข้ามาแล้วหลายหมื่นบาทจะไม่ตัดสินใจทิ้งลงไป อย่างกรุ๊ปทัวร์ ในตอนนี้ทั้งจีน เวียดนาม หรือชาวยุโรป และอเมริกา ยังเดินทางเข้ามา ไม่ยกเลิกการเดินทาง ตลาดต่างประเทศที่จะเข้ามาท่องเที่ยวชมวิถีประเพณีเล่นน้ำของไทย โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ ยังคงไม่ปรับลด

★ ไฟป่าไหม้ดอยปุย5วันติด

ส่วนที่อ.แม่สาย จ.เชียงราย สถานการณ์หมอกควันฝุ่นพิษที่แม่สายกลับมารุนแรงอีกครั้ง ช่วงเวลา 07.00 น. วัดค่าฝุ่น PM 2.5 ได้ 339 มคก./ลบ.ม. ต่ำสุดในรอบ 5 วัน แต่ยังอยู่ในระดับที่อันตราย เพราะสูงกว่ามาตรฐานถึง 6 เท่า ประชาชนควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา สาเหตุที่ปริมาณฝุ่นลดลง น่าจะมาจากมีกระแสและทิศทางลมเข้ามาช่วย

ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์สาธารณภัยไฟป่า (ศบก.ไฟป่า) จังหวัดเชียงราย รายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาจนถึงเช้าวันนี้ ตรวจพบจุดความร้อนในพื้นที่ จ.เชียงราย 366 จุด สูงกว่าช่วงเดียวกันของเมื่อวานนี้ที่พบเพียง 196 จุด โดยที่ดอยปุย อุทยานแห่งชาติแม่ปืม พื้นที่ติดต่อระหว่าง ต.ห้วยสัก ต.ท่าสาย และต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย ไฟป่ายังคงโหมลุกไหม้อย่างหนักเป็นวันที่ห้า แล้ว เนื่องจากสภาพอากาศแห้งและภูมิประเทศสูงชัน เชื้อเพลิงวัชพืชมีจำนวนมากส่งผลทำให้การเข้าไปดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่ต้องวางกำลังทั้งกลางวันและกลางคืน ผลัดเปลี่ยนกันเข้าดับไฟตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านพื้นที่อุทยานแห่งชาติลำน้ำกกพื้นที่ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ไฟป่ายังคงไหม้อย่างต่อเนื่องพื้นที่หมู่บ้านห้วยชม หมู่ 1 และหมู่บ้านห้วยขมนอก หมู่ 10 ต.แม่ยาว และหมู่บ้านบริเวณใกล้เคียง บางพื้นที่ไหม้ลามเข้าไปในไร่สวนของชาวบ้าน

เช่นเดียวกับป่าห้วยต้นผึ้งซึ่งอยู่เหนืออ่างเก็บน้ำไม้ยา ต.ไม้ยา อ.พญาเม็งราย ตลอดวันที่ 28 มี.ค. เจ้าหน้าที่เข้าไปดับไฟได้แล้ว แต่ช่วงคืนที่ผ่านมาเกิดการลุกไหม้ขึ้นมาอีก

สำหรับพื้นที่อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ที่ดอยสะโง้ ซึ่งเป็นจุดชมวิว 3 แผ่นดิน ไทย เมียนมา ลาว เกิดไฟป่าลุกลามไหม้หลายจุดทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อ.เชียงแสน ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่เข้าทำการควบคุมไฟป่า เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามเป็นวงกว้าง

ด้านพล.ท.สุริยะ เอี่ยมสุโร แม่ทัพภาคที่ 3 อนุมัติด่วนส่งเฮลิคอปเตอร์ ka32 ช่วยสนับสนุนดับไฟป่าเชียงรายเป็นการเร่งด่วน

ใกล้หมู่บ้าน – ไฟป่ายังคงไหม้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดลามเข้าไปในไร่สวนของชาวบ้านในพื้นที่หมู่บ้านห้วยชม หมู่ 1 และหมู่บ้านห้วยขมนอก หมู่ 10 ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 29 มี.ค.

★ บินดับไฟป่า‘ดอยหลวง’

หลังเกิดไฟป่าเผาไหม้ในพื้นที่หลายอำเภอของจ.เชียงราย ส่งผลให้เกิดหมอกควันปกคลุมบริเวณกว้าง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมส่งเฮลิคอปเตอร์ช่วยดับไฟป่า โดยวันนี้ปฏิบัติภารกิจช่วยดับไฟป่าอุทยานแห่งชาติดอยหลวงอำเภอพานซึ่งเกิดไฟป่าติดต่อกัน 4 วันแล้ว บินโปรยน้ำกว่า 15 เที่ยว สามารถสกัดไฟป่าไม่ให้ลุกลามได้ และในวันที่ 30 มี.ค.จะบินสนับสนุนเพื่อดับไฟป่าในเขตพื้นที่ตำบลห้วยชมพู และตำบลแม่ยาว

ดับไฟป่า – เฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บินลำเลียงน้ำ ร่วมปฏิบัติภารกิจช่วยดับไฟป่าในพื้นที่ภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน ในอุทยานแห่งชาติดอยหลวง อ.พาน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 29 มี.ค.

★ เชียงใหม่ทุบสถิติจุดร้อน600จุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จ.เชียงใหม่ รายงานข้อมูลจาก GISTDA พบจุดความร้อนในจ.เชียงใหม่ 600 จุด เป็นสถิติสูงสุด พบในเขตป่าสงวนแห่งชาติ 4 อำเภอ สูงสุดที่อ.แม่แจ่ม 29 จุด, อ.แม่อาย 28 จุด อ.แม่วาง 15 จุด และ อ.ฮอด 14 จุด ส่วนในเขตป่าอนุรักษ์พบ 4 อำเภอ มากที่สุด อ.สะเมิง 37 จุด, อ.เชียงดาว 18 จุด, อ.หางดง 18 จุด และ อ.เวียงแหง 11 จุด และพบในเขตชุมชนและอื่นๆ และพื้นที่เกษตร

ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าต้องฝ่ากลุ่มควันไฟป่าไอร้อนจากไฟป่าและไอร้อนจากสภาพอากาศที่สูงถึง 37 องศาเซลเซียส พร้อมนำโดรนบินสำรวจจุดความร้อนในพื้นที่ อ.แม่วาง และเข้าดำเนินการควบคุมไฟป่าให้อยู่ในวงจำกัด

★ เลยอ่วม-ไฟไหม้ป่าภูกระดึง-ภูเรือ

ส่วนที่จ.เลย สถานการณ์ไฟป่ายังคงลุกลามต่อเนื่อง ยากที่จะเข้าดับไฟ โดยภูมิประเทศส่วนใหญ่ของจ.เลย ล้อมรอบด้วยป่าไม้ มีภูเขาสูงชัน ไฟป่ายังคงไหม้ระอุอยู่ในหลายพื้นที่ ทั้งอ.ภูเรือ นาแห้ว และภูกระดึง โดยเฉพาะอ.นาแห้ว ท้องฟ้ายังขมุกขมัวไปด้วยกลุ่มควันไฟที่ลอยพวยพุ่งไปทั่วทั้งอำเภอ ถนนสายด่านซ้าย-นาแห้ว ทั้งสองฝั่ง มองเห็นกลุ่มควันไฟลอยเต็มท้องฟ้า

สำหรับอ.นาแห้ว ชาวบ้านต้องเจอวิกฤตปัญหาควันไฟ ฝุ่นจิ๋ว เนื่องจากไฟไหม้ป่าลุกลามรอบทั้งอำเภอมากว่า 1 อาทิตย์ ชาวบ้านเจ็บป่วยกับโรคทางเดินหายใจจำนวนมาก บางครอบครัวต้องอพยพออกไปอยู่กับญาติพี่น้องในอำเภออื่น ชาวบ้านวิงวอนขอให้ ทางจังหวัดออกมาตรการป้องกันและช่วย เหลือด่วน

★ พายุร้อนถล่มอุดรฯพัง 100 หลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลายพื้นที่ในภาคอีสานเกิดพายุฤดูร้อนถล่ม ได้รับความเสียหายอย่างมาก โดยที่จ.อุดรธานี เวลา 20.00 น. วันที่ 28 มี.ค. เกิดฝนตกและพายุลมแรงพัดบ้านเรือนประชาชนพังเสียหายหลายพื้นที่ของต.หายโศก อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ทั้ง 17 หมู่บ้าน ต้นไม้หักโค่นและบ้านเรือนประชาชนพังเสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะบ้านหนองนกเขียน บ้านเรือนประชาชนถูกพายุพัดพังเสียหายเล็กน้อยและเสียหายทั้งหลังกว่า 100 หลัง ส่วนหมู่ที่ 1,3,5,10,16 และ17 ส่วนใหญ่จะถูกพายุพัดหลังคาออกทั้งหมดได้รับความเสียหายหนัก

นอกจากนี้ยังพบว่า มีวัดป่าบ้านหนองเขียน ต้นไม้ล้มทับศาลาการเปรียญได้รับความเสียหาย และมีเสาไฟฟ้าเอียง สายไฟฟ้าหย่อนตามเส้นทาง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหาย

★ พิมายอ่วมพายุซัดบ้าน-วัดพัง

ส่วนที่จ.นครราชสีมา เกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดถล่มในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ต.โบสถ์ อ.พิมาย พายุฤดูร้อนพัดกระโชกเมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 มี.ค. ต้นไม้ขนาดใหญ่โค่นล้มกีดขวางเส้นทางจราจร มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายจำนวนมาก รวมถึงโรงเรียนบ้านหนองจิก ม.10 ต.โบสถ์ พายุหอบเอาหลังคาของอาคารเรียน 2 ชั้นปลิวสูญหาย ฝนตกหนัก ทำให้อุปกรณ์การเรียนการสอน เครื่องคอมพิวเตอร์ 20 เครื่องเสียหาย

ที่อ.บัวใหญ่ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 มี.ค. พายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนที่บ้านโสกงูเหลือม ต.ขุนทอง อ.บัวใหญ่ อย่างรุนแรง 10 นาที ทำให้ไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง และหลังคาบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างปลิวสูญหาย ส่วนที่ตำบลห้วยยาง ซึ่งอยู่ใกล้เคียงต.ขุนทอง พายุพัดบ้านเรือนกว่า 20 หลัง และวัดเสียหาย

ส่วนพื้นที่อื่นๆ ในต.โบสถ์ พบที่ม.10 มีบ้านเรือนเสียหาย 30 หลัง, ม.9 เสียหาย 60 หลัง, ม.22 เสียหาย 3 หลัง และ ม.6 เสียหาย 10 หลัง รวมบ้านเรือนเสียหาย 103 หลัง

★ ครบุรี-บัวใหญ่บ้านเรือนเสียหายอื้อ

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 มี.ค. นายเสถียร เชิงกระโทก กำนันตำบลครบุรี อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา นำเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลครบุรี ออกสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่บ้านใหม่ริมมูล หมู่ที่ 6 ต.ครบุรี หลังเกิดพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 3 หลัง โดยเฉพาะที่บ้านเลขที่ 13 ซึ่งเป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ที่เพิ่งเปลี่ยนหลังคาใหม่มาได้ไม่นาน ล่าสุดถูกลมพายุพัดเอาหลังคาที่เพิ่งเปลี่ยนออกไปทั้งหมด

ส่วนที่อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 28 มี.ค. เกิดลมพายุฤดูร้อนพัดกระโชกอย่างรุนแรง และเกิดฝนตกหนักในบริเวณพื้นที่ต.ห้วยยาง และต.ขุนทอง อ.บัวใหญ่ มีบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างในหลายหมู่บ้านได้รับความเสียหาย ต้นไม้ล้มทับเสาไฟฟ้าหักโค่น ทำให้กระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง

เบื้องต้นพบที่บ้านโสกงูเหลือม ต.ขุนทอง มีบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างถูกลมพายุพัดเสียหาย 62 หลัง ส่วนวัดหนองหญ้าปล้อง ต.ห้วยยาง อ.บัวใหญ่ ถูกแรงลมพัดหอบเอาหลังคาอาคารธรรมสังเวชหลุดปลิวหายทั้งหลัง โดยทั้ง 2 ตำบล สิ่งปลูกสร้างเสียหายไปแล้วกว่า 100 หลัง

★ พายุร้อนพัดโรงเรียนขอนแก่นพัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชี่ยลมีเดียและเพจต่างๆ ทั่วทั้งจ.ขอนแก่น เผยแพร่ภาพเหตุการณ์ขณะที่ครูในโรงเรียนสีชมพูศึกษา อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น บันทึกภาพเอาไว้เมื่อช่วงกลางคืนที่ผ่านมา ภายหลังมีพายุฤดูร้อน ลมกระโชกแรง มีฝนตกลงมาอย่างหนักในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นคลิปเหตุการณ์ช่วงกลางคืน มีพายุฝน ลมกระโชกแรงเข้ามาอย่างรุนแรงในพื้นที่ ทำให้ผนังอาคารซึ่งเป็นผนังกระจก โครงเป็นอะลูมิเนียม ต้านทานแรงลมพายุไม่ไหว พังถล่มลงมาแตกเสียหาย

นายบุญจันทร์ มูลกัน ผอ.ร.ร.สีชมพู กล่าวว่า ความเสียหายเกิดจากถูกพายุฤดูร้อนพัดแรงจนทำให้ประตูหน้าต่างของห้องเรียนพังเสียหาย ขณะเกิดเหตุมีครู 6 รายนั่งทำงาน และเข้าเวร โชคดีทุกคนปลอดภัย ความเสียหายประมาณ 4 แสนบาท

ส่วนที่อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น พายุฝนตกลงมาอย่างหนัก ต้นไม้หักโค่น หลังคาสังกะสีถูกแรงลมพัดปลิวไปถูกสายไฟฟ้าจนขาด เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเร่งซ่อมแซมให้ไฟกลับมาใช้ได้ตามปกติ

นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างหนักในหลายพื้นที่ ขณะนี้จังหวัดเร่งให้การช่วยเหลือแล้ว

★ หนองคายบ้านพังเสียหายยับ

ส่วนที่บ้านเดื่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย เกิดพายุฤดูร้อนถล่ม บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายหลัง ต้นไม้ใหญ่หักโค่น ไฟฟ้าดับทั้งหมู่บ้านนานกว่า 10 ชั่วโมง ชาวบ้านเร่งเก็บข้าวของ ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งปภ.และท้องถิ่น อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป

พบเบื้องต้นมีบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 400 หลังคาเรือน ส่วนที่โรงเรียนบ้านเดื่อ ต้นจามจุรียักษ์อายุกว่าร้อยปีหักโค่นทับสนามตะกร้อ สังกะสีอาคารเรียนหลุดออกเป็นแถบ ขณะที่ประตูทางเข้าวัดโนนสว่าง บ้านน้อย หมู่ 1 ต.บ้านเดื่อถูกแรงลมพัดพังเสียหายเช่นกัน ไฟฟ้าดับหลายชั่วโมง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้าซ่อมแซมและสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ชาวบ้านได้ใช้ตามปกติในช่วงเที่ยงวันที่ผ่านมา

★ สวนทุเรียนจันท์เสียหายหนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สวนผลไม้พื้นที่บ้านคลองไพบูลย์ของ อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี ได้รับความเสียหายอย่างมาก หลังเมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 มี.ค. เกิดพายุฤดูร้อนลมกระโชกแรงพัดกระหน่ำสวนผลไม้ของเกษตร ในพื้นที่ 5 ตำบลของอ.เขาคิชฌกูฏ ส่งผลทำให้ผลผลิตทุเรียนที่มีอายุใกล้ครบกำหนดตัดขายได้ในต้นเดือนเม.ย. 2566 ร่วงหล่นเสียหาย เบื้องต้นประมาณ 600 ตัน

นางพรรณพรร ผดุงสิน เจ้าของสวนทุเรียน หมู่ 1 ต.ตะเคียนทอง อ.เขาคิชฌกูฏ เปิดเผยว่าหลังจากช่วงเย็นวานที่ผ่านมา เกิดพายุลมพัดกระโชกในสวนอย่างรุนแรง ตรวจสอบพบมีต้นทุเรียนพันธุ์หมอนทองอายุกว่า 10 ปีถูกแรงลมพัดหักโค่น 2 ต้น ผลผลิตทุเรียนร่วงหล่นกว่า 1,000 ก.ก. หากคิดมูลค่าการซื้อขายตอนนี้เฉลี่ยก.ก.ละ 150 บาท ค่าความเสียหายครั้งนี้จะประมาณ 150,000 บาท

เบื้องต้นพบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัยได้รับความเสียหายครั้งนี้ เป็นไม้ผลยืนต้นและผลผลิตทุเรียน เฉพาะในพื้นที่ของอ.เขาคิชฌกูฏ 5 ตำบล ประกอบด้วย ต.ชากไทย ต้นโค่นล้ม 20 ไร่ ผลผลิตร่วงหล่นเสียหาย 200 ตัน, ต.พลวง โค่นล้ม 10 ไร่ ผลผลิตร่วงหล่น 300 ตัน, ต.ตะเคียนทอง ต้นโค่นล้ม 5 ไร่ ผลผลิตร่วงหล่น 50 ตัน, ต.จันทเขลม โค่นล้ม 3 ไร่ ผลผลิตร่วงหล่น 30 ตัน และ ต.คลองพลู โค่นล้ม 2 ไร่ ผลผลิตร่วงหล่น 20 ตัน รวมผลผลิตที่เสียหายประมาณ 600 ตัน

ทั้งนี้ จะได้นำข้อมูลรายงานให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับทราบเพื่อเตรียมหาทางช่วยเหลือเยียวยา เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบตามขั้นตอนต่อไป

★ ‘บิ๊กตู่’วอนทุกคนร่วมมือแก้ฝุ่นพิษ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขปัญหาค่าฝุ่น PM 2.5 ว่า วันนี้ประเทศไทยพบค่าฝุ่นที่อยู่ในระดับสีแดงจำนวนมากในพื้นที่ภาคเหนือ ส่วนพื้นที่ภาคใต้พบจำนวนไม่มาก ซึ่งมาตรการต่างๆ เช่นการเผาวัชพืชก็ได้มีการจัดเวลาในการเผา ต้องขอร้องว่าอย่าเผาพร้อมกัน รวมถึงการปรับเปลี่ยนยานพาหนะไปสู่รถยนต์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และรถยนต์ไฟฟ้า

“สำหรับการดับไฟป่าและทำฝนเทียม ไม่ใช่ว่าทำแล้วฝนจะตกได้เลย ถ้าไม่มีความชื้นในอากาศเพียงพอ โปรยสารไปอย่างไรก็ไม่ตกลงมา สิ่งสำคัญที่สุดคือขอความร่วมมือประชาชนอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดไฟป่า”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน