จับได้ 1-คนร่วมก่อเหตุ รับดาบตำรวจสติแตก ยิงภรรยาหมกรีสอร์ต แล้วไปถล่มพ่อตาดับ6

ตร.ปฏิบัติการตามล่า ด.ต.โหด ล่าสุดเจอศพลูกชายถูกมัดตราสัง ในรถเก๋งคันที่ก่อเหตุ ก่อนนำไป จอดทิ้งในวัด โทร.บอกพระพี่ชายฝากศพหลานด้วย ขณะที่ลูกสาวผู้ใหญ่รงค์ เมียด.ต.โหด พบเป็นศพถูกยิงในรีสอร์ต ตร.เช็กไทม์ไลน์คาดฆ่าเมียก่อนบุกไปล้างครัวพ่อตา บิ๊กเด่นเผยจับได้แล้วคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุ ส่วนลูกชายที่ตายคาดโดนปืนของพ่อ ด้านบิ๊กโจ๊กบินด่วน ร่วมคลี่คดี

จากกรณี ด.ต.อรรถพร วิเชียร ผู้บังคับหมู่ (ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม) สภ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี ร่วมกับพวกใช้อาวุธปืนเอ็ม16-ลูกซอง ยิงถล่มบ้านนายธรรมรงค์ นิลนิยม หรือผู้ใหญ่รงค์ อายุ 60 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 ต.บางงอน อ.พุนพิน ซึ่งเป็นพ่อตา เสียชีวิตคาบ้าน พร้อม นางนิลทิพย์ ปาลคะเชนทร์ ภรรยา และนายพรศักดิ์ เพชรชู หรือผู้ใหญ่กรอก อายุ 56 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 13 ต.ท่าขนอน อ.คีรีรัฐนิคม ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านเสียชีวิต นอกจากนี้ยังมี นายวัฒน์ วิเชียร พี่ชายด.ต.อรรถพร ถูกอาวุธปืนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 91 หมู่ที่ 8 ต.กะเปา อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 8 เม.ย. เวลาประมาณ 13.30 น. หลังเกิดเหตุ ด.ต.อรรถพรได้หลบหนีไปพร้อมนายมานพ ว่างงาน อายุ 57 ปี ผู้ร่วมก่อเหตุ น.ส.พนิดา นิลนิยม ลูกสาวผู้ใหญ่รงค์ และเป็นภรรยา ของ ด.ต.อรรถพร ต่อมาเย็นวันที่ 9 เม.ย. ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีอนุมัติหมายจับ 2 คนร้ายมีนายมานพ ว่างงาน อายุ 57 ปี ชาวอ.คีรีรัฐนิคม และด.ต.อรรถพร ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืนซึ่งทางราชการไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง และข้อหาพกพาอาวุธและเครื่องกระสุน ไปในเมือง หมู่บ้าน โดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.ศรัญญู ชํานาญราช ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี มีคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้ด.ต.อรรถพร ออกจากราชการไว้ก่อน ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น

เหยื่อด.ต. – เจ้าหน้าที่ขนศพน.ส.พนิดา นิลนิยม เมียของด.ต.อรรถพร วิเชียร ที่ถูกฆ่าออกมาจากห้องพักรีสอร์ต ในอ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี นอกจากนี้ ยังพบศพลูกชายที่ถูกฆ่าซุกในรถจอดทิ้งในวัด อ.บ้านตาขุนด้วย โดยมีผู้ตายในเหตุการณ์นี้รวม 6 ศพ เมื่อวันที่ 10 เม.ย.

ความคืบหน้าคดีนี้ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนรับแจ้งเหตุพบศพผู้เสียชีวิตภายในรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีบรอนซ์ ทะเบียน กร 3948 สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นรถที่กลุ่มคนร้ายใช้ก่อเหตุ จอดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในลานวัดไกรสรเขตราราม ม.4 ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 เก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ส่วนผู้เสียชีวิตภายในรถเป็นชายหนึ่งรายนอนเสียชีวิตอยู่ที่เบาะซ้ายข้างคนขับ ทราบชื่อต่อมาคือนายอรรถพล หรือบาส วิเชียร อายุประมาณ 25 ปี เป็นลูกชายของด.ต.อรรถพร ตรวจสอบพบศพนายบาสนั่งที่เบาะซ้ายข้างที่นั่งคนขับในสภาพเบาะถูกปรับนอนเอนถูกคลุมห่มด้วยผ้าขาวม้าลายขาวดำ ที่ข้อมือทั้งสองข้างถูกมัดติดกันด้วยสายสิญจน์ คล้ายกันการมัดตราสัง มีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณขมับขวา ส่วนที่มือมีพวงมาลัยดอกไม้ เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง จึงนำศพส่งชันสูตรที่นิติเวชโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ตรวจสอบภายในรถพบปลอกกระสุนขนาด 9 ม.ม. 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนตามตัวถังรถไม่พบร่องรอยกระสุน นอกจากนี้ภายในรถ ยังพบกระสุนปืนไม่ทราบขนาดยังไม่ได้ยิง ตกอยู่ 1 นัด

สอบสวนทราบว่าก่อนพบศพ ภายในวัดไกรสรเขตรารามมีพิธีตั้งบำเพ็ญกุศลนายธรรมรัตน์ วิเชียร พี่ชายด.ต.อรรถพร ที่เสียชีวิต จากเหตุดังกล่าว และหลังเสร็จพิธีสวดพระอภิธรรมเมื่อเวลา 20.50 น. พระสงฆ์ลงจากศาลาเพื่อกลับกุฏิที่พักสงฆ์พบรถเก๋งคัน ดังกล่าวจอดอยู่ที่บริเวณลานวัดด้านหน้า เมื่อเดินเข้าไปดูพบมีผู้เสียชีวิตดังกล่าวจึงรีบแจ้งตำรวจทราบ นอกจากนี้ยังทราบว่าด.ต.อรรถพรโทร.มาหาพี่ชายที่บวชเป็นพระว่าลูกชายถูกยิงตาย ก่อนนำรถมาจอดที่วัดดังกล่าว ก่อนจะหลบหนีไป

สอบเอง – พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. สอบสวนนายมานพ ว่างงาน หนึ่งในผู้ต้องหาร่วมกับด.ต.อรรถพร วิเชียร ก่อเหตุฆ่า 6 ศพที่อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี ที่สภ.บ้านตาขุน อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 10 เม.ย.

นอกจากนี้พยานที่อยู่ภายในวัด ให้ข้อมูลว่า ช่วงเวลาประมาณเกือบ 3 ทุ่ม มีชายปริศนาเดินลงมายังศาลาที่จัดงานศพ แล้วบอกญาติในงานว่าฝากจัดงานศพให้หลานด้วย พร้อมทั้งบอกว่าหลานอยู่ในรถ ชาวบ้านจึงขึ้นไปดู ก่อนชายคนดังกล่าวจะอาศัยช่วงคนแตกตื่นหนีหายไป ซึ่งคาดว่าชายคนดังกล่าวน่าจะเป็นด.ต.อรรถพร ผู้ก่อเหตุนั่นเอง

จากการสันนิษฐาน ผู้เสียชีวิตน่าจะเป็นคนขับรถที่กลุ่มผู้ก่อเหตุใช้ก่อเหตุเข้าไปถล่มยิงบ้านผู้ใหญ่บ้าน โดยระหว่างปะทะ ผู้เสียชีวิตไม่ได้ลงจากรถ คาดว่าน่าจะถูกคมกระสุนของผู้ใหญ่บ้านยิงทะลุรถเข้ามา ทำให้เสียชีวิตซึ่ง เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบบาดแผลและ วิถีกระสุนอีกครั้ง

ต่อมาเวลา 09.00 น. (วันที่10 เม.ย.) ร.ต.อ.อำไพ มีมัสสุ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.คีรีรัฐนิคม รับแจ้งเหตุพบศพหญิงสาวเสียชีวิตภายในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.ท่าขนอน อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี จึงไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.ท.วิโรจน์ ยิ่งดำนุ่น รองผกก. (สอบสวน) สภ.คีรีรัฐนิคม เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน8 และเจ้าหน้าที่กู้ภัย

ที่หน้าห้องพักหมายเลข 1 รถเก๋งยี่ห้อ ซูซูกิ รุ่นเซียส สีดำ ทะเบียน ฆฒ 8693 กทม. จอดอยู่ ตรวจสอบภายในห้องพักพบศพ น.ส.พนิดา นิลนิยม อายุ 34 ปี ภรรยาของด.ต.อรรถพรและนอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอน จากการชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุพบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณใต้ตาซ้ายทะลุขมับขวา 1 นัด หัวกระสุน 9 ม.ม.ฝังในบริเวณใต้คาง ศพเริ่มส่งกลิ่นเหม็น คาดว่าตายมาแล้วประมาณ 2 วัน และยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม.ตกอยู่ในที่เกิดเหตุจำนวน 1 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บพยานหลักฐานไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามน.ส.เตย (นามสมมติ) ผู้ดูแลห้องพักทราบว่า ด.ต.อรรถพรมาเปิดห้องพัก ห้องเบอร์ 1 ไว้สามคืน ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา และ วันที่ 8 เม.ย. มาเปิดห้องเบอร์ 7 เพิ่ม อีกหนึ่งห้อง จนมาเห็นในข่าวก็รู้ว่าเป็นด.ต.อรรถพรที่ตนเองรู้จักเป็นผู้ก่อเหตุ จนมีเจ้าหน้าที่แกะรอยจนมาเจอรถ และไม่ทราบว่าในห้องมีผู้หญิงอยู่ด้วย จึงเปิดห้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าตรวจสอบ พบกลายเป็นศพดังกล่าว

เบื้องต้นเชื่อว่าน.ส.พนิดาจะถูกด.ต.อรรถพรใช่อาวุธปืน 9 ม.ม.ยิง โดยใช้หมอนปิดเสียงตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. หลังจากก่อเหตุแล้วได้ตามให้นายธรรมรัตน์พี่ชายมาที่เกิดเหตุ จากนั้นจึงพากันออกไปที่บ้านของผู้ใหญ่ธรรมรงค์จนเป็นที่มาของเหตุต่างๆ

ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บ้านตมขุน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 8 เข้าตรวจสอบรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีเงิน ทะเบียน กว. 5199 สุราษฎร์ธานี ถูกจอดทิ้งไว้ในที่จอดของห้องพักเบอร์ 5 ของรีสอร์ตแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ที่ 2 ต.เขาวง อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นรถที่ด.ต.อรรถพร เป็นผู้เช่ามา

เบื้องต้นเจ้าทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืนสงคราม M16 ในรถคันดังกล่าวได้จำนวน 1 กระบอก แต่ตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีทั้งสองราย คือด.ต.อรรภพร วิเชียร และนายมานพ ว่างงาน คาดว่ายังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ ทาง เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเข้าปิดล้อมในพื้นที่ที่คาดว่าจะใช้เป็นที่หลบหนี เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี

ต่อมาเวลา 13.00 น. ญาติของ น.ส.พนิดา ได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 2 รูป มาทำพิธีเชิญวิญญาณน.ส.พนิดา กลับไปยังบ้าน น.ส.วิไลวรรณ หรือแมว ลูกพี่ลูกน้องที่มาเชิญวิญญาณกล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุ 4 ศพ และน.ส.พนิดาได้หายตัวไปด้วย ก็ได้แต่ภาวนาให้รอดชีวิตกลับมาบ้าน ทุกคนต่างเฝ้ารออยากให้ปลอดภัย ไม่คิดว่าจะมาเกิดเรื่องแบบนี้ ส่วนปมปัญหาตนเองไม่ทราบ ที่ผ่านมาก็ทราบเพียงว่าคบหากัน และทางผู้ใหญ่ธรรมรงค์ไม่ให้คบหา

ทั้งนี้ในช่วงบ่าย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศรัญญู ชำนาญราช ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ได้เดินทางมาดูที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี ต่อไป

วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เปิดเผยว่าได้รับรายงานว่า สามารถจับกุมตัวพลเรือนที่ก่อเหตุร่วมกันกับด.ต.ได้แล้วช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. โดยจับกุมได้ในพื้นที่จ.พังงา และได้พบอาวุธปืน M16 จำนวน 1 กระบอกที่รีสอร์ต โดยพบว่าทางภรรยาได้เสียชีวิต และลูกชายที่ขับรถไปให้ด.ต. ก็ได้เสียชีวิตแล้วเช่นกัน จากการตรวจสอบกระสุนพบว่าลูกชายถูกยิงจากด.ต. ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ตัวเร็วๆ นี้ ทั้งนี้พยายามติดต่อในทุก ช่องทางอยู่แล้วคาดว่าจะทราบข่าวในเร็วๆ นี้

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบสภาพศพ และพยานหลักฐานต่างๆ น่าเชื่อว่าจะฆ่าภรรยาก่อน เพราะดูจากระยะเวลาการเสียชีวิตภรรยาน่าจะเสียชีวิตก่อน จากนั้นไปฆ่าพ่อตา แม่ยาย ส่วนศพลูกชายที่พบในวัดเบื้องต้นจากการดูร่องรอยกระสุนและพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุน่าจะเกิดจากพ่อ ส่วนมูลเหตุการฆ่าเกิดจากเรื่องพ่อตาลูกเขย ซึ่งรายละเอียดต้องรอความชัดเจนหลังจากที่มีการได้ตัวมา

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวต่อว่า ได้พูดคุยกับทางผบช.ภ. 8 แล้ว และได้มีการประชุมกันในวันนี้ด้วยถึงเรื่องการให้มีสิทธิในการถือครองอาวุธต่างๆ ถึงแม้จะมีหน้างานที่ต้องใช้ก็ต้องระมัดระวัง ต้องดูการเบิกจ่ายเพื่อให้ดีกว่านี้ จะต้องมาปรับบทเรียนในเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามถึงในวันก่อเหตุผู้ก่อเหตุตั้งใจไปยิงหรือไปพูดคุยกันที่บ้าน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน แต่คาดว่าน่าจะมีปากเสียงกันพอสมควร และน่าจะเข้าไปเพื่อจะก่อเหตุยิงเพราะมีการเตรียมอาวุธไปพร้อม

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า เวลา 14.00 น. ชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ติดตามจับกุมตัว นายมานพ ว่างงาน อายุ 57 ปี ชาว อ.คีรีรัฐนิคม 1 ในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับได้ที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.ทับปุด จ.พังงา และรีบควบคุมตัวกลับมาที่ สภ. คีรีรัฐนิคม ซึ่ง พล.ต.ต.ศรัญญู ชำนาญราช ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี และพล.ต.ต.นภัณวุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภาค 8 ร่วมกันซักถามปากคำนายมานพ

เบื้องต้น นายมานพให้การว่า หลังก่อเหตุบุกยิงถล่มบ้านนายธรรมรงค์ แล้ว ด.ต.อรรถพร พร้อมนายอรรถพล บุตรชาย ได้ขับรถเก๋งโตโยต้า รุ่นวีออส ไปส่งตนที่บ้านพัก ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน และตนรีบหลบหนีออกจากพื้นที่ทันที เพราะสังเกตเห็นว่า ด.ต.อรรถพรมีพฤติกรรมแปลกๆ คล้ายคนคุมสติไม่ได้ ตนยอมรับว่าหวาดกลัวเป็นอย่างมากจึงต้องรีบหนี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน