ร่มเงาต้นไม้ของเมือง
เลาะรั้ว
ดังที่ได้บอกกล่าวไปแล้วว่า การพัฒนาเมืองหรือพัฒนากรุงเทพมหานครภายใต้เงื่อนไขที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน คงทำได้แค่การพัฒนาสาธารณะบางส่วนคือ ถนน หนทาง คูคลอง ไฟฟ้า ประปา เป็นบางส่วนเท่านั้น เพราะการบริหารงานของกรุงเทพฯ มิได้อยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่โดยตรงของผู้ว่าราชการกรุงเทพ มหานครอย่างที่ควรจะเป็น
งานสาธารณะที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการกทม.อย่างชัดเจนอยู่อย่างสำคัญก็คือ การสร้างร่มเงาต้นไม้ให้กับกรุงเทพฯ เท่านั้น
ภายใต้อุณหภูมิในฤดูร้อนของกรุงเทพฯ เรื่องของการสร้าง ร่มเงาให้กับกรุงเทพฯ ยิ่งจำเป็นมากขึ้น
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แมดิสัน สหรัฐอเมริกา สำรวจและวิจัยในการสร้างร่มเงาให้กับพื้นที่ในเมืองว่า ในพื้นที่ของเมืองหรือชุมชนในแต่ละบล็อกของเมือง พื้นที่ที่มีร่มเงาของต้นไม้ปกคลุมถนนลาดยาว (หรือคอนกรีตก็ตาม) อย่างน้อย 40% ของพื้นที่จะลดอุณหภูมิของพื้นที่นั้นมากกว่า 2.5 องศาเซลเซียส หรืออย่างน้อยในพื้นที่ 3 ใน 4 ของพื้นที่ถนนต้องมีร่มเงาของต้นไม้คลุม

กรุงเทพมหานครมีพื้นที่ที่ทำเป็นพื้นถนนตามรายงานการศึกษากายภาพของถนนในกรุงเทพฯ ปี 2561 ซึ่งถนนในกรุงเทพฯ นั้นอยู่ในความรับผิดชอบของ 3 หน่วยงาน คือ สำนักการโยธากรุงเทพมหานคร กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
ถนนในกรุงเทพฯ แบ่งเป็นถนนสายประธาน 40 เส้นทาง ยาว 372,659 เมตร พื้นที่ถนน 18,213.846 ตารางเมตร ขณะที่กรุงเทพฯ มีพื้นที่ของกรุงเทพฯ มีประมาณ 1,600 ตารางกิโลเมตร
ถนนในกรุงเทพฯ ที่เป็นถนนในเขตการวางผังที่เป็นพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจและพาณิชยกรรม ซึ่งเป็นพื้นที่ศูนย์กลางเมืองนั้น มีปัญหาคือจะปลูกต้นไม้ในพื้นที่ทางเท้าได้ตามรูปแบบการพัฒนาถนนหนทางตามรายงานการศึกษาทางกายภาพถนนของ กทม. ได้หรือไม่
เพราะพื้นที่ทางเท้าดังกล่าว ยังมีส่วนของสาธารณูปโภคของหน่วยงานอื่นที่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างความร่มรื่น เช่น สายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ สายเครื่องมือสื่อสาร แนวท่อประปา น้ำเสียน้ำทิ้ง
นี่คือปัญหาที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติต้องแก้ไข แม้เป็นความยากลำบากที่จะแก้ไขผังพัฒนาเมืองกรุงเทพฯ หรือผังเมืองรวมกรุงเทพฯ
ตัวอย่างของถนนพระราม 5 ที่มีต้นไม้ร่มรื่นในเขตดุสิตที่ยกมานี้จะเกิดขึ้นในถนนหลักอื่นๆ ของกรุงเทพฯ ได้หรือไม่
นายช่าง