พท.เป็นเจ้าสาว ไม่เรียกสินสอด สว.บางคนพูดชัด โหวตนายกใหม่ ยึดเสียงข้างมาก
ก้าวไกลนัดแถลง 10 โมงเช้าวันนี้ เบื้องหลังถก 6 พรรคร่วมตั้งรัฐบาล นัดแรก ‘พิธา’ เผยทุกอย่างเป็นไปด้วยดี มั่นใจตั้งรัฐบาล 310 เสียงฉลุย ‘ธนาธร- ปิยบุตร’ โผล่ร่วมโต๊ะด้วย ‘ชลน่าน’ ระบุ พท.เป็นเจ้าสาวไม่เรียกสินสอด ปัดจับขั้วอื่นตั้งรัฐบาลแข่ง ‘เสี่ยเฮ้ง’ ซัด ‘พิธา’ เด็กงอแงกินขนม ไล่ไปหาวิธีรวมเสียงตั้งรัฐบาลเอง ไม่ใช่มากดดันพรรคอื่น ‘อลงกรณ์’ ชงที่ประชุมกก.บห.ปชป. 24 พ.ค.ลงมติโหวตหัวหน้าก้าวไกลนั่งนายกฯ ยันปชป.พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ส.ว.บางส่วนเริ่มชัดเจน ‘ส.ว.วุฒิพันธุ์’ โชว์จุดยืนหนุน ‘พิธา’ ด้าน ‘มณเฑียร’ กลับใจยกมือให้เสียงข้างมาก ‘บิ๊กตู่’ ชี้ไม่ใช่เวลาฝากอะไรกับรัฐบาลใหม่
‘บิ๊กตู่’ชี้ไม่ใช่เวลาฝากงานรบ.ใหม่
เมื่อวันที่ 17 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทย สร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ที่เผยแพร่คลิป ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ว่า เรื่องที่ต้องขอบคุณประชาชนใช่ไหมละ ผู้สื่อข่าวถามว่าจะฝากอะไรถึงรัฐบาลชุดใหม่ ที่กำลังฟอร์มทีมอยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่ใช่เวลา และเรื่องนี้ยังมีกระบวนการอยู่
ต่อข้อถามถึงกรณีเกิดกระแสสังคมกดดัน ส.ว.ให้เลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เป็นนายกฯ ได้พูดคุยกับสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) บ้างหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นไปตามกฎหมายและเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
‘เสี่ยเฮ้ง’ซัด‘พิธา’เด็กงอแง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน แกนนำ รทสช. ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนของรทสช.กรณีนายพิธา เรียกร้องให้ทุกพรรคโหวตให้เป็นนายกฯ เพื่อปิดสวิตช์ ส.ว.ว่า ตนไม่ได้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เป็นเรื่องของพวกเขาเองที่ต้องไปคุยกันเอง ขอใจเย็นๆ ยังไม่รู้ว่าเมื่อ รับรองส.ส.แล้วจะได้เท่าใด และส่วนตัวไม่ได้มีนโยบายหรือความคิดตรงกับก.ก. จะไปอยู่กับเขาได้อย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามถึงการกดดันให้ ส.ว.เคารพเสียงประชาชน นายสุชาติกล่าวว่า ต้องเป็น กระจกเงาสะท้อนกลับไปบ้าง เหมือนเด็กงอแงกินขนม เรียกกินอมยิ้มอย่างเดียว ต้องดูเหตุและผล แต่ละพรรคมีนโยบายและจุดยืนที่ไปหาเสียง จะไปแหก ข้อบังคับพรรคเขาอย่างไร แม้ประชาชน เลือกมา 1-2 ล้านเสียงมาเพราะนโยบายนี้ ถ้าไปช่วยคนที่นโยบายไม่เหมือนกัน แล้วจะอยู่กันอย่างไร
ต่อข้อถามว่าอย่างไรก็รวมกันไม่ได้กับ ก.ก.ใช่หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า การเมืองจะมองเป็นของเล่นไม่ได้ การเมืองคือประเทศชาติบ้านเมือง การเมืองคือพี่น้องประชาชน การเมืองคือความยั่งยืนของ ลูกหลานเราในอนาคต เราจะมองการเมืองเป็นของเล่นแค่อารมณ์ชั่ววูบ เหมือนไฟไหม้ฟางหรือ มันไม่ใช่ เราต้องมีอุดมการณ์ที่ เข้มแข็งและชัดเจน ไม่ใช่อุดมการณ์ที่จะไปช่วยเขา แล้วมันเกี่ยวอะไร มันไม่เกี่ยวกัน ส่วนตัวมีเอกสิทธิ์ ส.ส.มีเอกสิทธิ์ทุกคน
ไล่ไปรวมเสียงส.ส.เอง
ต่อข้อถามว่า ส.ส.ไม่โหวตให้ ไม่ใช่การไม่เคารพเสียงประชาชนใช่หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า เขาได้คะแนน 30% ของผู้มาใช้สิทธิ์ทั้งหมด 14 ล้านเสียง ได้ไม่ถึงครึ่ง จาก 40 ล้านเสียง แล้วถ้าคนที่เลือกตนมา 4 ล้านเสียง ไม่เอานโยบายพรรคนายพิธา ตนโหวตให้แล้วตนจะกลับบ้านได้อย่างไร เป็นหน้าที่ของพรรคแกนนำต้องไปจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ มี 14 ล้านเสียง ไม่ได้มี 30 ล้านเสียง ถ้าจำเป็นต้องใช้เสียงคนอื่น แต่คนอื่นไม่มีนโยบายตรงกับเขาแล้วจะไปกันอย่างไร เช่น นโยบายเขา ไม่เอาลุง แต่ตนมีลุงแล้วจะไปอย่างไร คนที่เขาเลือกตนก็เพราะไม่เอา ก.ก.ที่เสนอแก้อะไรที่คนไทยรับไม่ได้
เมื่อถามว่าหากพรรคลำดับ 2 จัดตั้งรัฐบาลแล้วมาชวน จะโหวตนายกฯ ให้หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ต้องถามจุดยืนของตนก่อนว่าคืออะไร ตนไม่เอาก.ก. แต่ถ้าไม่มีนโยบาย ที่ไปแตะต้องสิ่งที่คนไทยหวงแหนก็พอแล้ว เมื่อถามว่าแสดงว่าพร้อมเปิดช่องให้พรรคอื่นยกเว้นก.ก. นายสุชาติกล่าวว่า ต้องยอมรับ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการแช่แข็งทางการเมือง แต่ถ้าก.ก. เรียกออกมาช่วยเพื่อให้จัดตั้งรัฐบาลได้ ด่าเขาทุกวันแล้วเขาจะไปอยู่กับคุณได้อย่างไร รวมเสียงอย่างไรต้องไปหากันเอง ถ้าจะมาเรียกร้องส.ส.พรรคต่างๆ โหวตให้เขาผ่านมันไม่ใช่แล้ว แบบนี้ไม่ใช่การเมือง
‘ธนกร’แนะมีวุฒิภาวะ-อย่าด่าส.ว.
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ รองหัวหน้ารทสช. กล่าวว่า วันนี้ก.ก.มีความชอบธรรมในการที่เป็นพรรคอันดับ 1 มีสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาล แต่สิ่งหนึ่งที่คิดว่าก.ก.ต้องตระหนักคือ ส.ส.ก.ก. ไม่ว่าจะเป็นแกนนำหรือหัวหน้าพรรค ควรมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ ไม่ควรไปกดดันส.ว. หรือใช้ถ้อยคำหยาบคาย ด่าทอส.ว. หรือใช้ถ้อยคำที่รุนแรง ควรไปทำความเข้าใจกับทางส.ว.มากกว่า เพราะวันนี้อยากจะขอเสียงสนับสนุนจากส.ว. ก็ไม่ควรไปดูแคลนส.ว. บรรดาส.ว.เป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง มีวุฒิภาวะ ควรไปพูดจาด้วยเหตุผล แม้ที่ผ่านมาตลอด 4 ปี ก.ก.โจมตีส.ว.มาโดยตลอดว่ามีไว้ทำไม แต่สิ่งเหล่านั้นผ่านไปแล้ว
เมื่อถามถึงท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลเดิม มีการพูดคุยถึงความเคลื่อนไหวในช่วงนี้หรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า ไม่มี เพราะต้องปล่อยให้เป็นไปตามระบอบประชา ธิปไตย ให้ผู้ที่มีคะแนนเสียงมากเป็นอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งวันนี้ก.ก.ได้ประกาศจัดตั้งรัฐบาลแล้ว พวกตนที่เป็นฝ่ายรัฐมนตรีและรัฐบาลรักษาการยังคงปฏิบัติหน้าที่ไปอีก 2 เดือน จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ฉะนั้นเราต้องทำงานให้เต็มที่ตามหน้าที่ที่ที่เราได้รับผิดชอบ
‘หนู’โพสต์คนแพ้ต้องดูแลตัวเอง
เวลา 13.35 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ เฟซบุ๊ก ว่า “คนที่แพ้ก็ต้องดูแลตัวเอง” พร้อมภาพ สวมหมวกกระทรวงสาธารณสุข สวมเสื้อยืด กางเกงสีน้ำตาลอ่อน ขณะนั่งอยู่บนเครื่องบินส่วนตัว และกำลังส่องพระ
ทั้งนี้ตั้งแต่หลังวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. ที่ผ่านมา เมื่อทราบผลการเลือกตั้งอย่าง ไม่เป็นทางการแล้วนายอนุทินได้งดภารกิจในฐานะรมว.สาธารณสุข และเมื่อวันที่ 16 พ.ค. ได้ลาการประชุมครม.ด้วย
ขณะที่ภท.ได้ออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ว่า พร้อมสนับสนุนพรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาล แต่ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล พร้อมระบุว่า รอให้มีการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน แล้วจึงจะเรียกประชุมกก.บห. เพื่อพิจารณากำหนดแนวทางดำเนินการของภท.ต่อไป
ภท.ชัด-ไม่หนุนนายกฯ แก้ม.112
เวลา 19.50 น. พรรคภูมิใจไทย เผยแพร่แถลงการณ์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “พรรคภูมิใจไทย” ว่า จุดยืนของภท.คือ ไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 จุดยืนนี้เป็นหลักการสำคัญของภท. ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง หรือต่อรองได้ การเรียกร้อง ข่มขู่ กดดัน ต่อภท.ให้สนับสนุนแคนดิเดตของพรรค การเมืองที่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 จะไม่มีผลให้ภท. และสมาชิก ภท.เปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ และจุดยืนได้
ดังนั้น หากการจัดตั้งรัฐบาลที่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 ประสบผลสำเร็จ ภท.พร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้านตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เพื่อประโยชน์ของประชาชน และปกป้องสถาบันสำคัญของชาติอย่างสุดความสามารถ
ขอเรียกร้องให้ฝ่ายเสียงข้างมาก เคารพ และรับฟังเสียงข้างน้อย ตามหลักการประชาธิปไตย มิใช่ข่มขู่ และกดดันให้ต้องทำตามที่เสียงข้างมาก ต้องการ หรือกำหนด และขอเรียกร้องให้พรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมืองที่กดดันให้ภท. สนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ จากพรรค การเมืองที่มีนโยบายนี้ได้แสดงจุดยืนต่อกรณีการเสนอแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 ของท่านให้ประชาชนทราบด้วย
ภท.ได้สอบถามความเห็นว่าที่ส.ส.ของพรรค ทั้ง 68 คน รวมถึงผู้สมัครรับเลือกตั้ง อีกประมาณ 300 คน ซึ่งกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ได้รับข้อมูลตรงกันว่าประชาชนผู้ลงคะแนนให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งของภท.มากกว่า 5 ล้านคน มีความเชื่อมั่นว่า ภท.จะเป็นพรรคการเมืองหลักทำหน้าที่ปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ ซึ่งภท.พร้อมจะทำหน้าที่นี้ตอบแทนประชาชนทุกคน ไม่ว่าภท.จะอยู่ในสถานะใดก็ตาม
ปชป.นัดประชุม 24 พ.ค.
รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า พรรคนัดหมายประชุม กก.บห.ชุดรักษาการ วันที่ 24 พ.ค. เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร 100 ปี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ภายในที่ทำการพรรค การนัดประชุมเป็นไปตามขั้นตอนหลังจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ลาออกจากหัวหน้าพรรค มีวาระประชุมหลักๆ คือการพิจารณารูปแบบการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค และกก.บห.ชุดใหม่ กำหนดวันจัดการประชุมใหญ่สมัยวิสามัญ เพื่อเลือกตั้งหัวหน้าพรรค และกก.บห.
มีความเป็นไปได้มากที่การประชุมใหญ่สมัยวิสามัญจะมีขึ้นหลังจากกกต. ให้การรับรองส.ส.ใหม่แล้ว ซึ่งตามกฎหมายต้องรับรองภายใน 60 วันนับจากวันเลือกตั้ง โดยผู้ดำรงตำแหน่ง ส.ส.ถือเป็นองค์ประชุมสำคัญ และคะแนนเสียงของ ส.ส. ในการเลือกตั้งกก.บห.ชุดใหม่นั้น มีน้ำหนักคิดเป็น 70% ตามข้อบังคับพรรคกำหนดไว้ จึงเป็นส่วนชี้ขาดสำคัญ ขณะที่ผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นส.ส.ของพรรค ครั้งล่าสุดมี 25 คน ซึ่งจะง่ายต่อการที่ผู้ชิงหัวหน้าหรือกก.บห.จะขอคะแนนเสียงจากองค์ประชุมส่วนนี้ รวมถึงคาดว่าเพื่อให้ ผู้ชิงตำแหน่งต่างๆ มีเวลาจัดทีมลงแข่งขัน พร้อมเดินหน้าขอคะแนนเสียงสนับสนุนจากสมาชิกพรรคที่มีสิทธิ์ออกเสียง

31ปีพ.ค.35 – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย น.ต.ศิธา ทิวารี น.ส.ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ พร้อมคณะร่วมพิธีรำลึก 31 ปี พฤษภาคม 35 จัดโดย มูลนิธิพฤษภาคมประชาธรรม เพื่อสดุดีวีรชนพฤษภา 35 ที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ที่อนุสาวรีย์วีรชนพฤษภา 35 ถนนราชดำเนิน เมื่อวันที่ 17 พ.ค.
‘จ้อน’เอาแน่ชงโหวตให้‘พิธา’
นายอลงกรณ์ พลบุตร รักษาการรอง หัวหน้าปชป. ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของปชป.ในการเลือกนายกฯ ว่า ปชป.ประกาศชัดเจนในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง ครั้งนี้ว่าจะฟังเสียงของประชาชนเพื่อกำหนดจุดยืนของพรรคหลังทราบผล การเลือกตั้ง ดังนั้น เมื่อประชาชนกว่า 14 ล้านคนเลือกก.ก.เป็นอันดับ 1 ของ ประเทศทั้งส.ส.แบบเขตเลือกตั้งและส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ดังนั้นปชป.จะเคารพเสียงของประชาชนด้วยการลงมติสนับสนุนนายพิธา เป็นนายกฯ โดยไม่มีเงื่อนไขร่วมรัฐบาล หากก.ก.สามารถรวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้สำเร็จ โดยตนจะเสนอแนวทางนี้ต่อที่ประชุมกก.บห.ชุดรักษาการ ซึ่งจะประชุมวันที่ 24 พ.ค. รวมทั้งแกนนำและสมาชิกพรรคทั่วทั้งประเทศ
“ถึงเวลาที่ปชป.จะต้องช่วยผ่าทางตันที่อาจเกิดขึ้นในการเลือกนายกฯ ที่ต้องใช้เสียงสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภาอย่างน้อย 376 เสียง เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วตามเจตนารมณ์ของประชาชนในการเลือกตั้งที่ผ่านมา แม้ปชป.จะโหวตสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ ของก.ก. แต่ปชป.พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านเพื่อตรวจสอบถ่วงดุลการทำงานของรัฐบาลก.ก.โดยยึดหลักการ 3 ข้อเป็นแนวทางการทำงานของพรรคได้แก่ 1.ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.ประชาธิปไตยสุจริต และ 3.ประชาธิปไตยอิ่มท้อง แก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน”
‘ชนินทร์’ตั้งเงื่อนไขไม่เลิกม.112
นายชนินทร์ รุ่งแสง รักษาการกก.บห. และรักษาการผู้ช่วยเลขาธิการปชป. โพสต์ เฟซบุ๊กระบุ พรรคที่เป็นสถาบันทางการเมืองยืนยงได้ 77 ปี เพราะมีอุดมการณ์ยึดหลักประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตั้งมั่นทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เชื่อว่าจะไม่มีที่ยืนหรือล่มสลาย จึงขอยืนยันความพร้อมเดินหน้าทำงานต่อและจะทำทันทีที่เงื่อนไขกฎหมายให้ทำได้ จะไม่ทิ้งประชาชน และยินดีกับพรรค และผู้ที่ประชาชนเลือก ทุกคน ขอให้ทำงานเต็มที่ ที่สำคัญอย่าแตะต้องหรือทำสิ่งใดที่ทำให้สถาบันที่คนไทยเทิดทูนต้องถูกด้อยค่าเด็ดขาด
“เพื่อให้เป็นไปตามครรลองและเพื่อ ยุติอำนาจที่ไม่ชอบธรรมของวุฒิสมาชิก ที่มาจากการแต่งตั้ง ผมจึงไม่ติด หากมือ ปชป.จะยกสนับสนุนให้คนที่มาจากพรรคที่ประชาชนส่วนใหญ่เลือกเข้ามาได้เป็น นายกฯ แต่รับปากและยืนยันได้มั้ยว่าจะ ไม่ยกเลิกมาตรา 112 และไม่แก้ไขในส่วนที่จะทำให้ใครๆ สามารถมากล่าวร้าย ถึงสถาบันได้ตามใจชอบ”
‘ชลน่าน’ ให้เกียรติก้าวไกล
ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ก.ก.นัดประชุมหารือในการจัดตั้งรัฐบาล ช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ว่า พท.มอบให้นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ได้พบปะพูดคุยกับเลขาธิการก.ก.กัน เบื้องต้นแล้ว เราให้สิทธิ์ และให้เกียรติกับก.ก.ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเป็น ผู้กำหนดประเด็นที่จะพูดคุยกัน หรือลงลึกขนาดไหน เพราะถือว่าเป็นการประชุมอย่างเป็นทางการในระดับพรรคเป็น ครั้งแรก
ผู้สื่อข่าวถามว่าเบื้องต้น พท.ตั้งเงื่อนไขอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า การตั้งเงื่อนไขตนประกาศไปอย่างชัดเจนในการกำหนดแนวทาง แต่ประเด็นข้อหารือหรือเงื่อนไขต่างๆ เราถือว่าเป็นหน้าที่หลักของพรรคแกนนำจัดตั้ง ฉะนั้น จะเป็นหน้าที่หลักของเขาเป็นผู้เสนอ เราไม่มีเงื่อนไขเก็บไว้เพื่อที่จะไปต่อรอง เราจะรู้ข้อเสนอในสิ่งที่พรรคแกนนำจัดทำมาว่าเขาทำมาอย่างไร เอาตรงนั้นเป็นตัวตั้ง ส่วนรายละเอียดที่เราจะรับได้หรือไม่นั้นเป็นรายละเอียดเชิงลึกที่ต้องพูดคุยกัน
ต่อข้อถามว่าหาก ก.ก.รวบรวมเสียง ไม่ได้ พท.จะช่วยเดินขอคะแนนเสียง หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ถือเป็น ตัวเลือกในอีกแนวทางหากได้เสียงส.ว. ไม่พอ แต่ข้อเท็จจริงจะเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือไม่ คงต้องรอดู หากเราตัดสินใจ เข้าร่วมแล้วก็ต้องช่วยกัน ทำให้งานแต่งในครั้งนี้ สัมฤทธิผล ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยเจรจากับ ส.ว. หรือ ส.ส.ที่มาโหวต โดยฟากฝั่งของส.ส.นั้น หลักการโดยทั่วไปคือไม่มีของฟรีในโลก โดยเฉพาะระบบการเมือง ถ้าเขาจะโหวตให้ เขาต้องมีเงื่อนไขที่จะได้ประโยชน์จากตรงนี้ คือ การร่วมรัฐบาลไปผลักดันนโยบาย
ไม่เรียกสินสอด-ปัดตั้งรัฐบาลแข่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า 310 เสียงพอต่อการตั้งรัฐบาลแล้วใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นรัฐบาลที่เข้มแข็ง และเหมาะสมที่สุด หากมากไปกว่านี้จะซ้ำรอยรัฐบาล 377 เสียงในสมัยพรรคไทยรักไทย (ทรท.) จนทำให้อีกฝั่งใช้วาทกรรมเผด็จการรัฐสภานำมาเป็นข้อต่อรองเชิงอำนาจ
ต่อข้อถามว่ามีการวิเคราะห์ทฤษฎีในการจัดตั้งรัฐบาลขั้วต่างๆ ว่า หากพท. ไม่ได้จับมือกับก.ก.มีแนวโน้มอาจไปจับกับขั้วอื่นๆ ในฝ่ายรัฐบาลปัจจุบันหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่มีโอกาสที่จะเป็นไปได้ หาก พท.ไม่จับกับก.ก. ทางก.ก.จะขยับไม่ได้เลย แต่เรายอมรับฉันทามติของพี่น้องประชาชน เราไม่มีเงื่อนไขใดๆ แม้เราจะเป็นเจ้าสาวสวยๆ แต่เราไม่เคยกำหนดว่าจะต้องเอาสินสอดทองหมั้นจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เราไม่เคยเสนอก่อน เราเพียงแค่บอกว่าคุณก็เสนอมา เราจะดูว่าเหมาะสมกับเราหรือไม่เท่านั้นเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองว่างานแต่งในครั้งนี้จะสำเร็จภายใน 3 เดือนนี้หรือไม่ นพ. ชลน่านกล่าวว่า ดูจากความจำเป็นแล้วควรสำเร็จเพื่อประเทศชาติและประชาชน หากช้าไปอีกจะมีแต่ความเสียหาย ทุกฝ่ายต้องการความสงบ ซึ่งความสงบต้องช่วยกันสร้าง ยกเว้นแต่อีกฝ่ายหนึ่งต้องการ ที่จะให้เกิดความไม่สงบเพื่อใช้เป็นร่องรอยของการใช้อำนาจ ซึ่งเราต้องระมัดระวัง ไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของเขา
เมื่อถามว่าจะเกิดสุญญากาศในการ จัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า คงไม่ถึงขั้นนั้น เพราะทุกอย่างมีทางออก หากอ้างจากคำให้สัมภาษณ์ของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่ระบุว่าทุกอย่าง มีทางออก ขอเพียงทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน อย่างเราก็ชัดเจนและพร้อมจะช่วยกันประคับประคองอุ้มชู พร้อมจะเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้ ส่วนคนที่ใส่ร้ายเราว่าถือมีดซ่อนข้างหลัง ขอเถอะ นั่นเป็นการทำลายมากกว่า เพราะเราโดนกระหน่ำมาทุกด้านทั้งกระแสและกระสุน
‘ส.ว.มณเฑียร’เปลี่ยนใจหนุน
สำหรับส.ว.ที่ออกมาแสดงจุดยืนพร้อมโหวตเลือกนายพิธา เป็นนายกฯ ที่ออกมาให้สัมภาษณ์และยืนยันต่อสาธารณะว่าหากรวมเสียงได้เกิน 250 เสียงก็พร้อมโหวตหนุน อาทิ นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน, พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์, นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์, นายทรงเดช เสมอคำ และนายวุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์
นายมณเฑียร บุญตัน หนึ่งในส.ว.ที่ เคยโหวตปิดสวิตช์ส.ว. กล่าวว่า ส่วนตัวเคยพูดก่อนวันเลือกตั้งจะไม่ขอใช้สิทธิโหวตนายกฯ แต่หลังเลือกตั้งพูดตรงๆ ตนได้เลือกพรรคที่มีคะแนนมากแล้วในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ส่วนการทำหน้าที่ ส.ว.จะเลือกใครนั้นเดิมทีว่าจะไม่ขอ ใช้สิทธิโหวต แต่ถ้าตอนนี้ตนไม่ใช้สิทธิเท่ากับไม่เห็นด้วยกับเสียงข้างมากในสภา ดังนั้นเมื่อกติกาไม่เปลี่ยนตนคงต้องทบทวนใหม่ เพราะครั้งนี้การไม่ใช้สิทธิเท่ากับเราไม่เห็นด้วยกับเสียงข้างมาก ในสภา
แม้ตนเปลี่ยนใจใช้สิทธิเลือกเสียงข้างมากในสภา แต่ไม่อยากให้เสียงข้างมากมาคาดหวังกับส.ว. ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ไม่มีตัวตน อยากให้ชัวร์ด้วยการไปทำให้ส.ส.สามัคคีกันเหมือนเมื่อครั้งเสนอร่างกฎหมายปิดสวิตช์ ที่ตอนนั้นมีเสียงส.ส. ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล แม้ตนจะโหวตให้เสียงข้างมาก แต่เป็นเสียงของตนที่เป็นส.ว.เพียงคนเดียว ถ้าเสียงข้างมากอยาก ให้ชัวร์ก็มีทางออกที่ดีคือทำให้คณะส.ส. สามัคคีกันไว้จะดีกว่า ไม่อยากให้มาคาดหวังอะไรมากับ ส.ว.
‘วุฒิพันธุ์’โชว์จุดยืนปชต.
นายวุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์ ส.ว. ให้สัมภาษณ์ว่า การทำงานของตนคิดถึง บ้านเมือง ความสมานฉันท์ และหลักการประชาธิปไตย ซึ่งได้แสดงจุดยืนมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง อีกทั้งตลอดช่วงการทำงานตนรับราชการเป็น ผอ.สำนักงบประมาณ คำนึงถึงหลักการที่ถูกต้อง และคำนึงถึงบ้านเมือง ซึ่งเป็นตามหน้าที่ของ ส.ว. ตนไม่เลือกข้าง ไม่เลือกขั้ว หากใครได้เสียงเกินครึ่งถือเป็นความชอบธรรมตามหลักการประชาธิปไตย ตนไม่ได้เลือกว่าต้องเป็นคุณพิธา เท่านั้น หากใครได้เสียงข้างมาก เสนอนาย ก นาย ข นาย ค ตนต้องสนับสนุน
ก่อนหน้านี้ นายวุฒิพันธุ์ ออกจดหมาย เปิดผนึกแสดงจุดยืนการโหวตเลือกนายกฯ ว่า “ผมในฐานะส.ว. เคยมีประสบการณ์ปฏิบัติงานสำคัญ เคยต้องขมขื่นกับ ความแตกแยก ขัดแย้งในบ้านเมือง ขอ ถือโอกาสนี้แสดงเจตนารมณ์ภายใต้สิทธิ ส.ว. ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 สนับสนุนให้แคนติเดตนายกฯในบัญชีพรรคที่มีส.ส.มากที่สุด ได้ทำหน้าที่นายกฯ เพื่อจรรโลงไว้ซึ่งความสมานฉันท์ในบ้านเมือง และธำรงไว้ซึ่งหลักการตามระบอบประชาธิปไตย และสอดคล้องฉันทามติของมหาชน”
‘วันชัย’ปัดไล่ก.ก.เป็นฝ่ายค้าน
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.โพสต์ข้อความว่าด้วย “จุดยืนไม่เปลี่ยน” ในเพจเฟซบุ๊กทนายวันชัย สอนศิริ ว่า ขอทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่าสิ่งที่โซเชี่ยลเอาไปปะติด ปะต่อ จับแพะชนแกะ เหมือนกับผมพูดให้ก.ก.ไปเป็นฝ่ายค้านนั้น แล้วก็เอาคำพูดบางตอนมาตัดต่อขยายความกันไปสารพัด พูดมันส์ปากกันไปเรื่อยเปื่อย
ขอยืนยันว่าไม่ใช่ความจริง เพราะกว่าจะมาถึงข้อความนั้นมันเป็นคำอธิบายว่า ถ้าโหวตแล้วก.ก.ได้เป็นรัฐบาล ก็เป็นไปตามที่เสียงส่วนใหญ่โหวตให้ แต่ถ้าโหวตแล้วไม่ผ่าน ไม่ได้เป็น ก็ต้องให้คนอื่น จัดตั้งรัฐบาลต่อไป ก.ก.ก็ไปเป็นฝ่ายค้าน เป็นไปตามครรลองของรัฐธรรมนูญตามหลักการปกติ เป็นคำอธิบายในหลักการทั่วๆ ไป ไม่ได้ไล่ให้ก.ก.ไปเป็นฝ่ายค้าน ใส่สี ตีไข่ไปกันใหญ่ แล้วการตัดต่อเสียง ก็ไม่ได้ตัดมาให้ครบถ้วนมาตั้งแต่ต้น คนก็ไปฟังบางส่วนบางตอนเลยเข้าใจผิดกันไปใหญ่
ส่วนตัวยืนยันว่า 1.ใครรวมเสียงส.ส. ได้ข้างมากก็โหวตให้คนนั้น 2.เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยและตามความต้องการของเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน 3.เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง จุดยืนนี้ไม่เปลี่ยนแปลง…จบแล้ว…ต่อแต่นี้ขอ นั่งสมาธิ สวดมนต์ภาวนาเพื่อความสงบร่มเย็น ณ วัดไก่เตี้ย เขตตลิ่งชัน
‘ปริญญา’คาดเปิดโหวตทะลุ 3ล้าน
นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า หลังเปิดโครงการเสียงโหวตของประชาชน โดยโทรศัพท์ 1 เครื่องโหวตได้ 1 ครั้ง ในประเด็น ส.ว.ต้องเคารพเสียงประชาชน โดยโหวตเลือก นายกฯ ตามเสียงข้างมากของส.ส. ซึ่ง ผ่านไป 2 วัน มีคนร่วมโหวตแล้ว 2.5 ล้านคน เชื่อว่าน่าจะทะลุถึง 3 ล้านคน ถือว่ามากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะครั้งที่แล้วสูงสุด คือ 540,000 คน สามารถสแกน QR Code ทางหน้าจอทีวี หรือกดลิงก์ https://peoplevoiceth.survey.fm/เสียงประชาชน-3 และแถลงผลโหวตวันที่ 18 พ.ค. เวลา 14.00 น. ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ตนไม่เห็นด้วยกับการให้ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ แต่เมื่อกติกาเป็นเช่นนี้ การที่ ส.ว.จะงดออกเสียง จะเท่ากับส.ว. ไม่รับรอง เสียงข้างมากที่มาจากเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ เพราะตามกติกาเขียนไว้ให้ ส.ว.มีส่วนร่วมเลือกนายกฯ กับส.ส. แต่การงดออกเสียงจะทำให้ ส.ส.เสียงข้างมากยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ โดยจะต้องรวบรวมเสียงถึง 376 เสียง ปกติรัฐบาลที่มีเสียง เกินกึ่งหนึ่งไป 20-30 เสียง ก็ตั้งได้แล้ว และเข้มแข็งพอสมควร สามารถผ่านกฎหมายเพื่อผลักดันนโยบายที่หาเสียงไว้ได้ และเห็นว่าจำนวนเสียง 310 ถือว่ามากเกินไปด้วยซ้ำ การที่ฝ่ายค้านมีเสียงไม่ถึง 200 เสียง ถือว่าฝ่ายค้าน เริ่มอ่อนแอแล้ว
ส่วนที่เรียกร้องให้รัฐบาลมีเสียงถึง 376 เพื่อปิดสวิตช์ ส.ว.นั้น ตนเกรงว่าจะได้รัฐบาลที่เข้มแข็งเกินไปและฝ่ายค้านอ่อนแอเกินไป ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการถ่วงดุลในระบอบรัฐสภา เพราะการเลือกตั้งรัฐบาลไม่ใช่การแบ่งกระทรวง แต่เอานโยบายที่หาเสียงไว้มาทำงาน ขณะนี้ ยังขาดอยู่อีก 66 เสียง จึงต้องติดตามกัน ต่อไป และหวังว่าเสียงของประชาชนจะเป็นส่วนหนึ่งช่วยทำให้ส.ว.ช่วยกันฟังเสียง ของประชาชน
เด็กก.ก.กระทุ้งปิดสวิตช์
นายรังสิมันต์ โรม ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกก.ก. ให้สัมภาษณ์ถึงยุทธศาสตร์การรวมเสียง ส.ว.ในการจัดตั้งรัฐบาลว่า เอาเข้าจริงสิ่งที่ก.ก.ทำอยู่ เป็นการปิดสวิตช์มาตรา 272 ในรัฐธรรมนูญ ตอนนี้ก.ก. สามารถรวมเสียงได้กว่า 310 เสียง เรากำลังมีรัฐบาลที่แข็งแรงมาก ที่สามารถผลักดันนโยบายได้ ดังนั้นสิ่งที่กำลังทำคือการคืนกลไกปกติให้กับสังคม ทุกคนต้องช่วยกัน รวมถึงส.ว.และพรรคที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลด้วย เพื่อยืนยันหลักการโหวตนายกฯ เสียงข้างมาก หากเราเคารพกติกา และเจตจำนงของประชาชน ก็สามารถไปต่อได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าก.ก.แต่งตั้งใครไป พูดคุย กับส.ว.หรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า เรามีคีย์แมน และกก.บห. ที่ต้องประชุมร่วมกัน แต่ขอยังไม่บอกว่าเป็นใคร กก.บห.มีการพูดคุยกันตลอดเวลาแต่การเจรจากับ ส.ว.ไม่สามารถยกกก.บห.ไปได้ทั้งชุด คงมีการยกหูโทรศัพท์พูดคุย ส่วนตัวเข้าใจว่า ส.ว.มีการประชุมกันเองด้วย ก.ก.ก็มีการ เปิดรับ ซึ่งนายพิธาย้ำมาตลอดว่า ไม่ต้องการเป็นรัฐบาลเฉพาะของคนที่เลือกเรา แต่ต้องการเป็นรัฐบาลของคนทุกคน
เมื่อถามว่า นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา ตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบนายพิธา และก.ก.หลายประเด็น เช่น การถือหุ้นสื่อ และนโยบายแก้ไขมาตรา 112 นายรังสิมันต์กล่าวว่า ก.ก.ยินดีที่จะถูกตรวจสอบ แต่ไม่ต้องการให้มีจุดมุ่งหมายในการทำลายกันทาง การเมือง เพราะการประชุม กมธ.เป็นกลไกของรัฐ มีการเบิกจ่ายเบี้ยประชุม จึงมองว่าไม่เหมาะสมที่ใช้ทรัพยากรของรัฐโดยมีธงทางการเมืองของตนเอง
พร้อมแจงให้ช่วยเทคะแนน
ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก.ก.กล่าวถึงอำนาจส.ว.เลือก นายกฯ ว่า เราไม่ได้ขอให้มาชื่นชอบหรือนิยม ก.ก. แต่ต้องยึดหลักการประชาธิปไตย และเคารพเสียงประชาชน คำอภิปรายของส.ว.หลายคน 3-4 ปีที่ผ่านมา รวมถึงเหตุการณ์ลงมติ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มี ส.ว.กว่า 60 คนที่ลงมติเห็นชอบให้ ปิดสวิตช์ ส.ว. การที่ ส.ว. 60 กว่าคนเห็นถึงปัญหา เห็นด้วยกับการยกเลิกมาตรานี้ ส.ว.ไม่ควรใช้อำนาจนี้แทรกแซงการจัดตั้งรัฐบาลที่ได้เสียงข้างมากจากส.ส.
ผู้สื่อข่าวถามว่า การโน้มน้าว ส.ว.อาจ จะง่ายกว่าการหาเสียงส.ส.มาเติมหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า เราทำทั้งสองส่วน และหากพูดถึงตัวเลขปัจจุบัน ในบรรดาพรรคที่กำลังพูดคุยกันอยู่เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ตัวเลขจะอยู่ที่ 310 เสียง การบริหารประเทศจะยังถือว่ามีเสถียรภาพ แต่หาก จะมองว่า ต้องมาจากตัวเลข 376 เสียง ซึ่งเป็นกึ่งหนึ่งของสภา ตัวเลขจะมาจาก 2 ส่วนคือ จากส.ว. และส.ส. หากลงลึกไปแล้วเสียงของ ส.ว.60 กว่าคนที่เคย ปิดสวิตช์ส.ว. ก็เพียงพอที่จะโหวตได้
ต่อข้อถามว่าพรรคจะส่งตัวแทนไป พูดคุยกับ ส.ว.หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า เรายินดีที่จะพูดคุยอยู่แล้ว วันที่ 23 พ.ค.นี้ จะมีการประชุม ส.ว..พรรคยินดีเข้าไป ตอบคำถาม และยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องให้ส.ว.เชื่อว่า ก.ก.ตอบโจทย์ประเทศ มากที่สุด แต่สิ่งที่ต้องไม่ทำคือการขัดขวางเจตนารมณ์ประชาชน
ยันตัวตึงมีแค่ 1-2%
นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ว่าที่ ส.ส.กทม. ก.ก. โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตนเคยร่วมงานกับ ส.ว.หลายๆ ท่านใน กมธ.ร่วมต่างๆ เเละงานต่างประเทศของสภาหลายครั้ง หลายๆ ท่านมีความตั้งใจที่จะทำงาน มีความรู้ความสามารถประสบการณ์ที่ช่วยกันทำงานในมุมที่ตนไม่มี และหวังดีกับประเทศนี้ไม่ต่างจากพวกเราทุกคน เเต่ ภาพสุดท้ายเเละวิธีการอาจเเตกต่างไปบ้างเลยเข้าใจกันคลาดเคลื่อน เเต่มองว่าพูดคุยกันได้ไม่ยาก เชื่อว่าท้ายที่สุดส.ว.ส่วนใหญ่จะโหวตให้เเคนดิเดตที่ได้เสียงอันดับ 1 ตามความต้องการของประชาชน
“ขอประชาชนอย่าเหมารวม ส.ว. ทุกท่านว่าเป็นตัวตึงเลย ในสภาจริงๆ มีน้อย 1-2% เท่านั้น และขอส.ว.อย่าโกรธประชาชนที่ด่าเหมารวมเลยมันเป็นปกติของอาชีพนักการเมือง อาชีพที่ประชาชนเป็นเจ้านายเรา เเละเราเป็นลูกน้องประชาชน ทุกท่านอย่ากังวลนายพิธาเป็นนายกฯ เเน่ๆ พรรคก้าวไกลจะเป็นแกนนำรัฐบาลเเน่ๆ อยากให้ทุกคนช่วยตั้งหน้าตั้งตาเตรียมตรวจสอบการทำงาน เเละเร่งรัดนโยบายที่เราหาเสียงไว้ให้สำเร็จก็พอ”

พรรคร่วม – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ถ่ายภาพร่วมกับแกนนำ 6 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ภายหลังพบปะหารือร่วมกันเป็นครั้งแรก ที่ร้าน Chez Miline ถนนสุโขทัย เขตดุสิต กทม. เมื่อวันที่ 17 พ.ค.
6พรรคดีลนัดแรก-‘ทิม’มั่นใจฉลุย
เวลา 12.00 น. ที่ทำการก.ก. ซอยรามคำแหง 42 เขตบางกะปิ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียง ก.ก.มายังที่ทำการพรรค หารือกันนาน 2 ชั่วโมง เพื่อกำหนดแนวทางการพูดคุยจับมือจัดตั้งรัฐบาล 310 เสียงประกอบด้วย พท. พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) พรรคประชาชาติ (ปช.) พรรค เสรีรวมไทย (สร.) และพรรคเป็นธรรม (ปธ.) เป็นนัดแรกในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้
นายชัยธวัชกล่าวว่า การนัดแกนนำพรรคที่จะร่วมจัดตั้งรัฐบาล จะพูดคุยถึงแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน ยังไม่ได้ลงรายละเอียด MOU เนื่องจากต้องใช้เวลา เป็นกระบวนการหลังจากนี้ และหากมีโอกาสจะประสานงานพูดคุยกับ ส.ว.ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เพื่อทำความเข้าใจ และคลายความกังวลในส่วนที่มีมายาคติต่อก.ก. ซึ่งการพูดคุยเปิดใจคุยกันน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เชื่อว่าส.ว.หลายท่านมีวุฒิภาวะคงไม่อยากเห็นทางตันทางการเมือง
เวลา 14.50 น. นายพิธา นายชัยธวัช นายพิจารณ์ น.ส.ศิริกัญญา ออกจากที่ทำการพรรคไปยังร้านอาหาร Chez Miline (เช มิลิน) ถนนสุโขทัย เขตดุสิต กทม. เพื่อพูดคุยนัดแรกกับอีก 5 พรรค
นายพิธากล่าวว่า สบายดี ไม่มีอะไร อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีว่าจะมีการประชุมภายในกับหัวหน้าพรรคที่ได้ประกาศไปแล้วว่าความชัดเจนและความเป็นเอกภาพในการทำงานของพวกเราต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศมาก จะมีการพูดคุยกัน รวมถึงพูดคุยเรื่องความคืบหน้าของสถานการณ์ทางการเมือง การเฉลิมฉลองผลการ เลือกตั้ง และจะมีแถลงข่าววันที่ 18 พ.ค. ย้ำว่ามั่นใจสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้
ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี
เวลา 15.50 น. ที่ร้านอาหาร Chez Miline พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าสร. ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ มาถึงร้านพร้อมช่อดอกไม้แสดงความยินดี กับนายพิธา และกล่าวสั้นๆ ว่า ไม่กังวลเสียงส.ว. เพราะได้คุยกันแล้วกับพรรคพวกที่เป็นส.ว.บ้าง วันที่ 18 พ.ค. เชื่อว่าเรียบร้อยดี
ตามมาด้วย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุ ราพันธุ์ หัวหน้า ทสท. นายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าทสท. นายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ ทสท. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพท. ว่าที่ส.ส.น่าน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพท. ว่าที่ส.ส.บัญชี รายชื่อ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพท. ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพท. นาย วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าปช. พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการปช. นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าปธ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำทั้ง 6 พรรคใช้เวลาหารือร่วมกันประมาณ 2 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 18.00 น. การหารือได้เสร็จสิ้น แต่ไม่มีการแถลงข่าวข้อสรุปการพูดคุย มีเพียงการลงมาให้สื่อมวลชนเก็บภาพหมู่ร่วมกันเท่านั้น
ขณะที่นายพิธาพูดเพียงสั้นๆ ว่า “ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี และนัดแถลงข่าวอย่างเป็นการอีกครั้งในวันที่ 18 พ.ค. เวลา 10.00 น. ที่โรงแรมโอกุระ เพรสทีจ กทม.
‘ธนาธร-ปิยบุตร’โผล่ร่วมฉลอง
เวลา 18.10 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะคณะก้าวหน้า และนาย ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เดินทางมาถึงสถานที่พูดคุย ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าการมาวันนี้ มีประเด็นอะไรมาพูดคุยเพิ่มเติมหรือไม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับตน ตนเป็นเพียงผู้ช่วยหาเสียง วันนี้พวกเขามาฉลองชัย จึงชวนพวกตนมาทานข้าวด้วยเท่านั้น
สำหรับเมนูบนโต๊ะอาหารของแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในวันนี้ มีทั้งหมด 9 เมนู เป็นอาหารฟิวชันฝรั่งเศส-ญี่ปุ่น ประกอบด้วย Cheese & Cold Cut Platter, Dry-aged Hamachi Carpaccio, Fish without Chip, White Miso Green Salad, Grilled Freshwater Prawn, Lamb Rack (Medium), Ribeye, Australian Wagyu (Medium Rare) + Topping Seared Goose Foie Gra, Tenderloin, Japanese Wagyu + Topping Seared Hotate และ Wagyu Fried Rice ปิดท้ายด้วยไวน์มะม่วง และไวน์ข้าวเหนียวดำจากข้าวหอมมะลิสุรินทร์ จากวิสาหกิจชุมชนสุรินทร์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากกลุ่มสุราก้าวหน้า ของคณะก้าวหน้า
เผยอีก2พรรคขอร่วมรัฐบาล
เวลา 20.00 น. นายพิธาเดินทางออกจากร้าน Chez miline กล่าวว่า การพูดคุยวันนี้เป็นที่พอใจและชื่นมื่นพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ อย่างที่บอกว่าอยากให้มีส่วนร่วมทั้งความชัดเจนและมีเสถียรภาพในการจัดตั้งรัฐบาล ผู้สื่อข่าวถามว่าประชาชนค่อนข้างเป็นห่วงเรื่องการโหวตนายกฯ นายพิธากล่าวว่า ขอให้มั่นใจในเอกภาพ และความชัดเจนของพรรคที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ยืนยันว่าสบายใจได้ ไม่มีความไม่แน่นอนอะไร พยายามให้มีเสถียรภาพในการบริหารประเทศให้มากที่สุดและเร็วที่สุด ย้ำว่าไม่มีอุบัติเหตุทางการเมืองแน่นอน
นพ.ชลน่านกล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่ามีอีกสองพรรคคือพรรคพลังสังคมใหม่ (พ.ส.ม.) 1 ที่นั่ง และเพื่อไทรวมพลัง (พทล.) 2 ที่นั่ง โดยประสานตรงไปยัง นายพิธา เพื่อขอเข้าพรรคร่วมรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทำให้ขณะนี้มี พรรคร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลเป็น 8 พรรค รวม 313 ที่นั่ง