ปรากฏการณ์อันเนื่องแต่ “น้องหยก” สะท้อน “ท่าที” ของพรรคก้าวไกลเด่นชัด
หากมองจากการเคลื่อนไหวเหมือนกับจะเป็นการ “ถอย” อันเท่ากับ “ลด” ลักษณะ “กัมมันตะ” อันเคยมีตั้งแต่ก่อน “การเลือกตั้ง”
คล้ายกับจะละเลยและเพิกเฉยที่เคยเป็น “นโยบาย”
กระทั่ง มีฝ่ายตรงกันข้ามนำไป “ขยาย” ในเชิงเปิดโปงและโจมตีว่า พรรคก้าวไกลไม่ยึดกุมคำประกาศผ่าน “นโยบาย” อย่างจริงจัง
สร้างความผิดหวังให้กับ “น้องหยก” เป็นอย่างมาก
หากไม่ศึกษาท่าทีและการเคลื่อนไหวของ “พี่เต้” ก็จะไม่มีภาพเปรียบเทียบให้เห็น
“พี่เต้” ออกเทกแอ๊กชั่นอย่างรวดเร็ว และยืนต้นอยู่ในแนวเดียวกับ “ลุงปลื้ม” และ “ป้าโบว์” อย่างแทบจะเดินบนทางของ “ผู้อำนวยการ”
เล่นบทรวดเร็ว กระฉับกระเฉงมากกว่า “พี่ทิม”
ความน่าสนใจมิได้อยู่ที่ “พี่เต้” คุยโวโอ้อวดเพื่อเรียก “แสง” อย่างไร หากอยู่ที่บรรดาน้องๆ ไม่ว่าจะเป็น “บุ้ง” ไม่ว่าจะเป็น “หยก” อ่านออก
ทำให้จังหวะก้าวของ “ก้าวไกล” น่าติดตาม
ที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ พรรคก้าวไกลวางน้ำหนักอยู่ที่ คน 2 คนเป็นหลัก
คนหนึ่งย่อมเป็น “พี่วิโรจน์” อีกคนหนึ่งย่อมเป็น “เจ๊จวง” โดยมี “มือกฎหมาย” ที่ทำงานเรื่อง “สิทธิเด็ก” เข้าไปยืนเรียงอยู่เคียงข้าง
เป้าหมายหลัก คือ พยายามประสานกับ “ผู้อำนวยการ”
ต้องการเจรจา ต้องการทำความเข้าใจโดยยึดแนวทางที่รักษา “สิทธิ” ไม่เพียงแต่ของ “น้องหยก” เท่านั้น หากครอบคลุมไปถึง “เด็ก” นักเรียนรายอื่นด้วย
ไม่หิวแสง แต่หวังผลทาง “การปฏิบัติ” อย่าง เป็นจริง
หลายคนให้จับตาจังหวะก้าวของ “พี่วิโรจน์” อย่างเกาะติดเป็นพิเศษอย่างมีนัยยะ
“พี่วิโรจน์” อาจดูดุดัน เกรี้ยวกราดเป็นอย่างมากเมื่ออยู่เบื้องหน้า “ส่วย” แต่กับสถานการณ์ของ “น้องหยก” กลับเปี่ยมด้วยความสุขุม เยือกเย็น
ฉายชี้ท่วงทำนองของ “รัฐมนตรี” ออกมาเรืองรอง