ถามว่าข่าวปล่อยเรื่อง 6,000 ล้านบาทสัมพันธ์กับ “อะไร” ในทางการเมือง
หากติดตามอย่างใกล้ชิดย่อมสัมพันธ์กับจังหวะก้าว 2 จังหวะก้าวอันแหลมคมและมากด้วยความร้อนแรงในการชิงตำแหน่งสำคัญ
1 ประธานสภา 1 นายกรัฐมนตรี
จากเป้าหมายเช่นนี้จึงทำให้ความร้อนแรงในกรณี “พระเณรบวชใหม่” กับความต้องการที่จะทะยานไปสู่ตำแหน่ง “เจ้าอาวาส” ได้รับความสนใจ
กลายเป็น “คนละเรื่องเดียวกัน” กับ กรณี 6,000 ล้านบาท
กลายเป็นคำถามตามมาว่ากรณี “พระเณรบวชใหม่” มาจากความหงุดหงิดอะไร
คำตอบพื้นฐานก็คือ ความหงุดหงิดที่บางส่วนของพรรคเพื่อไทยมาดหมายและต้องการตำแหน่ง “ประธานสภา” มาเป็นของพรรคเพื่อไทย
เพราะเหมาะสมกว่า ชอบธรรมกว่า
ขณะเดียวกัน หากพรรคก้าวไกลเกิดการสะดุดในตำแหน่ง “ประธานสภา” ย่อมทรงความหมายและมีผลสะเทือนต่อตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี”
นำไปสู่สภาพชวด ฉลู ขาล เถาะ ในทางการเมือง
ตรงนี้เองทำให้กรณีของพรรคเพื่อไทยถูกโยงไปยังเบื้องหลังแห่ง 6,000 ล้านบาท
เนื่องจากตามเป้าหมายอันเป็นพื้นฐานของเงิน 6,000 ล้านบาทคือการสร้างสถานการณ์อันนำไปสู่ปรากฏการณ์ “งูเห่า”
ก่อให้เกิดการพลิก “ขั้ว” ในทางการเมือง
จากขั้วที่มีพรรคก้าวไกลเป็นคนเดินนำ กลายเป็นขั้วที่ให้ความสำคัญกับพรรคพลังประชารัฐโดยมีพรรคเพื่อไทยไปเป็น “องค์ประกอบ” อยู่ด้วย
สายตาที่มองพรรคเพื่อไทยจึงเปี่ยมด้วยคำถาม
ความละเอียดอ่อนอยู่ตรงที่นักการเมืองคนใดเป็นคน “จุดประเด็น” ขึ้นมา
แสงแห่งสปอตไลต์ย่อมฉายจับไปยัง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประสานเข้ากับบทบาทและลีลาจาก นายอดิศร เพียงเกษ ซึ่งมากด้วย “อาวุโส”
น่าเห็นใจอย่างยิ่ง น่าสงสัยอย่างมาก