‘ผัว-ทนาย’ก็โดนคดีประวัติศาสตร์
‘บิ๊กโจ๊ก’แถลงปิดคดีประวัติศาสตร์ ‘แอม ไซยาไนด์’ วางยาฆ่าเจ้าหนี้ 15 คดี 75 ข้อหา ในพื้นที่ 8 จังหวัด เหยื่อตาย 14 ราย รอดชีวิต 1 ราย หลังสอบพยาน 900 ปาก เอกสารกว่า 2.6 หมื่นแผ่น ระบุโทษสูงสุดประหารชีวิต ด้าน ‘โกศลวัฒน์’ รองโฆษกอัยการสูงสุดเผยคนใกล้ชิดแอม ทั้งอดีตผัวที่เป็นตำรวจและทนายก็โดนด้วย อธิบดีอัยการคดีอาญาตั้งคณะทำงานพิจารณาให้ทันก่อนครบฝากขัง 18 ก.ค.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร.เป็นประธาน พร้อมพล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบช.สพฐ.ตร., พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พล.ต.ต.กำธร อุ่ยเจริญ ผบก.สพฐ.ภ.7, พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ พิศมัย รอง ผบก.สส.ภ.4 และรศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมแถลงคดีนางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม ไซยาไนด์ ผู้ต้องหาวางยาฆ่าเจ้าหนี้ 15 คดี ในพื้นที่ 8 จังหวัด โดยคดีแรกเกิดในปี 2558 ต่อเนื่องปี 2566 มีผู้เสียชีวิต 14 ราย รอดชีวิต 1 ราย
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมดมีความเกี่ยวพันกับแอม ไซยาไนด์ ในฐานะเจ้าหนี้เงินกู้ นายหน้าขายรถมือสอง และลูกวงแชร์ ซึ่งพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีประกอบด้วยตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม ตำรวจภูธรภาค 7 ตำรวจพิสูจน์หลักฐานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รวบรวมพยานหลักฐานจากพื้นที่เกิดเหตุเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด สอบปากคำแพทย์ผู้ชันสูตรซึ่งสถาบันนิติเวชวิทยาได้ตรวจสอบเลือดและสารคัดหลั่งในกระเพาะจากศพเหยื่อรายสุดท้ายที่ จ.ราชบุรี พบสารไซยาไนด์ในเนื้อตับของผู้ตาย รวมพยานอื่นๆ ทั้งหมดกว่า 900 ปาก มีเอกสารเกี่ยวกับคดีถึง 26,500 แผ่น ใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานมากกว่า 3 เดือน ถือเป็นคดีที่ระดมชุดสืบสวนสอบสวนมากที่สุดในประเทศ ไทยจนสามารถสรุปสำนวนดำเนินคดีนาง สรารัตน์ รวม 15 คดี ประกอบด้วยความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น, ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ, ชิงทรัพย์โดยเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และปลอมปนอาหาร ยา หรือเครื่องอุปโภค บริโภคอื่นใด เพื่อบุคคลอื่นเสพ หรือใช้ การปลอมปนนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และปลอมและใช้เอกสารปลอมฯ รวมกว่า 75 ข้อหา
นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังสรุปสำนวนดำเนินคดีกับบุคคลใกล้ชิดนางสรารัตน์ อีก 2 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำลายพยานหลักฐาน ได้แก่ พ.ต.ท.วิฑูรย์ อดีต สามีแอมคนล่าสุด และน.ส.ธันย์นิชา ทนายความส่วนตัวของนางสรารัตน์ ดำเนินคดีฐานเพื่อจะช่วยผู้อื่นมิต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการ กระทำผิด
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า คดีนี้เป็นคดีประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่ผู้ต้องหาวางแผนฆาตกรรมต่อเนื่องยาวนานกว่า 8 ปี โดยวางยาพิษให้เหยื่อกินจนเสียชีวิตในลักษณะเหมือนการเจ็บป่วย ด้วยภาวะการทำงานของหัวใจล้มเหลว เพื่อให้ญาติไม่มีข้อสงสัย ก่อนหวังเอาทรัพย์สินจากเหยื่อ หรือล้างหนี้ที่เคยยืมกันมา ซึ่งมีผลการวิจัยพบว่าหากฆาตกรเป็นผู้หญิงจะเกี่ยวกับการแสวงหาผลประโยชน์จากคนใกล้ชิด หากเป็นผู้ชายจะเกี่ยวกับการฆ่า เรื่องทางเพศ และล่าเหยื่อเป็นหลัก ส่วนฆาตกรรมต่อเนื่องคือการฆ่าคนมากกว่า 2 คนขึ้นไปโดยทิ้งระยะเวลาห่างกัน ต่างจากการสังหารหมู่ ทั้งนี้ ขอให้มั่นใจว่าสามารถดำเนินคดีผู้ต้องหาได้แน่นอน และจะไม่เกิดเหตุซ้ำเช่น คดีนายสมคิด พุ่มพวง หรือคิด เดอะริปเปอร์ ฆาตกรต่อเนื่องที่ออกจากเรือนจำมาก่อเหตุซ้ำแน่ พร้อมยืนยันว่านาง สรารัตน์มีสภาพจิตปกติทุกอย่าง
พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า หลังมีผู้เสียชีวิตที่ จ.ราชบุรี พบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่มีบุคคลต้องสงสัยมาด้วยกันกับผู้ตาย เดินลงไปที่ท่าน้ำก่อนขึ้นมาและหลบหนีออกไป เมื่อตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาได้ลักทรัพย์ของ ผู้ตายไป จึงเปิดคดีและมารดาผู้ตาย สงสัยว่าเป็นการตายผิดธรรมชาติจึงมาร้องเรียนที่กองปราบปราม ก่อนที่ กก.5 บก.ป.ลงพื้นที่สืบสวนข้อเท็จจริง และได้รับสารคัดหลั่งจากผู้ตายมาตรวจที่สถาบันนิติเวช พบสารพิษไซยาไนด์ในเลือดและกระเพาะอาหารในปริมาณเข้มข้นสูง ทั้งยังได้ข้อมูลจากพยานบุคคลที่ได้รับถุงดำบรรจุสารโพแทสเซียมไซยาไนด์มาจากนางสรารัตน์ ดังนั้น จึงเชื่อได้ว่านางสรารัตน์ลงมือก่อเหตุจริง จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับมาดำเนินคดี จากนั้นมีญาติผู้ตาย 13 ราย และผู้รอดชีวิต 1 ราย สงสัยว่าญาติตนเองประสบเหตุในลักษณะเดียวกัน จึงร้องทุกข์ในหลายพื้นที่ ทั้งตำรวจนครบาล ภ.4 และ ภ.7 เมื่อผบ.ตร.เห็นว่าคดีเกิดขึ้นทั่วประเทศ จึงมีคำสั่งโอนคดีมายังบก.ป.เมื่อสืบสวนสอบสวน พบมูลเหตุจูงใจหลัก 2 เรื่องคือ 1.ฆ่าเพื่อเอาทรัพย์สินเหยื่อไป และ 2.ผู้ตายและผู้ต้องหามีความเกี่ยวข้องกัน โดยผู้ต้องหาหลอกยืมเงิน ผู้ตาย ให้เงินไปปล่อยกู้และรับดอกเบี้ย อัตราสูง และเล่นแชร์ ซึ่งไม่มีเหยื่อรู้ตัวว่าจะถูกสังหาร
พ.ต.อ.เอนกกล่าวต่อว่า แนวทางการสืบสวนยังพบว่าผู้ต้องหาติดพนันออนไลน์มีหนี้ในระบบและนอกระบบจำนวนมาก จึงต้องหาเงินมาชดใช้คืนด้วยวิธีการดังกล่าว โดยพบพฤติกรรมก่อเหตุมี 3 ประการ คือ 1.ขับรถไปรับผู้ตายออกมารับประทานอาหารจากที่บ้าน ก่อนลอบวางไซยาไนด์และนำไปส่งบ้านกระทั่งผู้ตายเสียชีวิต 2.รับผู้ตายจากบ้านและลอบวางไซยาไนด์จนเสียชีวิต และ 3.ส่งแคปซูลยาอ้างเป็นยาลดความอ้วนไปให้ผู้ตายถึงที่บ้าน ซึ่งมีคดีเดียวในจ.มุกดาหาร หลังผู้ต้องหาเห็นผู้ตายต้องการจะลดน้ำหนักหลังคลอด หลังก่อเหตุผู้ต้องหาจะโทรศัพท์หาเหยื่อหรือคนใกล้ตัวเหยื่อว่ามีอาการ หรือไม่ หากมีอาการแล้วจะตัดขาดการติดต่อไป จากนั้นผู้ต้องหาพยายามทำลายพยานหลักฐานโดยไปเอาโทรศัพท์มือถือผู้ตายออกมา ก่อนนำโทรศัพท์อีกเครื่องไปวางไว้แทน หรือหาทางเอาโทรศัพท์จากญาติผู้ตายมาให้ตนเองทำลายข้อมูลในโทรศัพท์ที่จะเชื่อมโยงมา ถึงตัว รวมถึงยังเอาทรัพย์สินต่างๆ ของผู้ตาย และทำหลักฐานเท็จเพื่อไปเอาทรัพย์สินจากญาติผู้ตายด้วย
สำหรับความเกี่ยวข้องของผู้ต้องหาที่มีความใกล้ชิดกับนางสรารัตน์นั้น หลังผู้ต้องหาลงมือสังหารเหยื่อที่จ.ราชบุรี ก็ได้นำทรัพย์สินใส่กระเป๋ากลับไปหาสามีที่จ.กาญจนบุรี ก่อนสามีจะไปฝากไว้ที่บ้านเกิดแม่ในจ.สุโขทัย จากนั้นนางสรารัตน์ จึงแจ้งแม่สามีให้ส่งกระเป๋ากลับมา โดยสามีได้วางแผนร่วมกันกับทนาย เพื่อนำกระเป๋าไปซุกซ่อนที่อยู่ของพยานใน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
“ส่วนเงื่อนไขตามข้อกฎหมายที่พิจารณางดเว้นโทษประหาร หากผู้ต้องหาเป็นหญิงตั้งครรภ์นั้น ตามที่นางสรารัตน์ได้แท้งลูกไปแล้ว จึงถือว่าไม่เข้าเงื่อนไขข้างต้น และข้อหาที่สั่งฟ้องมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต ขณะที่สำนวนทั้ง 15 คดีจะเริ่มทยอยส่งให้อัยการตั้งแต่ต้นสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป โดยแบ่งเป็นกลุ่มคดี เช่น วงแชร์ คดีลอบวางยา และอื่นๆ” พ.ต.อ.เอนกกล่าว
ขณะที่พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิเผยว่า จากการตรวจสอบไซยาไนด์ที่ใช้ก่อเหตุมียี่ห้อชื่อแพรีแอค ผลิตที่ประเทศสเปน นำเข้าโดย 1 ใน 5 บริษัทในไทย ซึ่งเป็นไซยาไนด์ที่มีความเข้มข้นถึง 75% และสั่งนำเข้ามา 2,000 ขวด ตั้งแต่ปี 2564 พบเป็นล็อตเดียวกันกับขวดของกลางที่ใช้ สำหรับสินค้าพบว่าคงเหลือ 543 ขวด และอีก 1,600 กว่าขวด ถูกจำหน่ายไปหลายแห่ง ทั้งสถานศึกษา และเทรดเดอร์ต่างๆ 6 แห่งที่ประชาชนสามารถสั่งซื้อได้ โดยพบว่ามีแห่งหนึ่งจำหน่ายให้ประชาชนแล้วนำไปใช้ฆ่าตัวตาย ฆ่าสัตว์ หรือใช้ผิดวัตถุประสงค์ สำหรับนางสรารัตน์สั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ของบริษัทแห่งหนึ่งข้างต้น และผู้ต้องหาให้จัดส่งผ่านเมสเซ็นเจอร์แทนไปรษณีย์
ด้าน รศ.ดร.วีรชัยกล่าวว่า ปกติแล้วไซยาไนด์พบได้ในธรรมชาติเช่นในรูปแบบแก๊ส ซึ่งเป็นวิธีที่ทนายความของผู้ต้องหานำมาใช้ต่อสู้ทางคดี แต่ของกลางที่ใช้คือโพแทสเซียมไซยาไนด์ซึ่งเป็นวัตถุสังเคราะห์ โดยแนวทางที่ใช้ในการตรวจสอบของคดีนี้ เป็นวิธีเดียวกันกับของกรมศุลกากรและตำรวจในการสแกนสิ่งของ โดยได้รับตัวอย่างกว่า 800 ชนิด พบตรงกับวัตถุกว่า 23 ชนิด
วันเดียวกัน นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนนำสำนวน 7 เเฟ้ม พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องนางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือเเอม ไซยาไนด์ ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการกระทำความผิดอย่างอื่น, ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ปลอมปนอาหาร ยาหรือเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นใด เพื่อบุคคลอื่นเสพหรือใช้และการปลอมปนนั้นเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.สวนผึ้ง อดีตสามีของนาง สรารัตน์ ในความผิดฐานเพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง ร่วมกันทำให้เสียหายทำลายซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด 184, 83 น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือทนายพัช ทนายของนางสรารัตน์ ในความผิดฐานเพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่น ทำให้เสียหาย ทำลายซ่อนเร้น เอาไป เสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด 184, 84 ผู้ต้องหาที่ 1-3 ในคดีเกี่ยวกับการฆาตกรรม น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย มาส่งให้ยังพนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญา ซึ่งนายปรีชา สุดสงวน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ได้ตั้งคณะทำงานรายงานขึ้นมาเพื่อรับพิจารณาสำนวน เเละรายงานไปยังน.ส.นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุดตามระเบียบ เนื่องจากเป็นคดีสำคัญประชาชนให้ความสนใจ เเละขั้นตอนดำเนินการหลังจากนี้คณะทำงานจะทำตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่คดีนี้จะมีระยะเวลาครบฝากขังจนถึงวันที่ 18 ก.ค. ซึ่งคณะทำงานอัยการจะดำเนินการเต็มที่อย่างที่เคยทำมาทุกคดีโดยไม่มีวันหยุดเพื่อให้งานเสร็จก่อนครบกำหนดฝากขัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากคดีนี้ยังมีอีก 14 สำนวนที่พนักงานสอบสวนจะนำมาส่งพนักงานอัยการในคราวต่อไป
ด้านนางลัดดา ขาวอินทร์ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ที่ 1 ต.นาบ่อคำ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร แม่ของน.ส.มณฑาทิพย์ ขาวอินทร์ หรือทราย อายุ 37 ปี ผู้เสียชีวิตศพแรกเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2558 ในคอนโดฯ ย่านทองหล่อ กทม. เปิดเผยว่า หลังจากทราบข่าวพล.ต.อ.สุรเชษฐ์แถลงปิดคดีในวันนี้ ลึกๆ ตนรู้สึกสงสารแอม แต่ตอนที่ลูกตาย สงสารลูกเรามากกว่า ลองนึกถึงสิ่งที่ทำกับลูกสาวตนจนเสียชีวิต ทั้งที่ดีกับแอมทุกทางมาตลอด ก็สาสมกับผลจากการกระทำที่ผ่านมาแล้ว อยากให้รับผลกรรม ผลจากการกระทำไป ขอบคุณบิ๊กโจ๊กและเจ้าหน้าที่ตำรวจและ เจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องในการติดตามสืบสวนคลี่คลายคดีนี้เป็นอย่างมาก ตนรู้สึกโล่งใจ สบายใจแล้ว หลังจากเฝ้าติดตามคดีนี้มานาน หากลูกสาวรับรู้ได้ ก็อยากจะบอกว่าแม่ทำเต็มที่ แม่ได้ทวงความยุติธรรมให้ ลูกแล้ว คนที่ทำกับลูกได้รับผลไปแล้ว