‘ชลน่าน’งง-โต้ดีลใหม่ ปัดตั้งรัฐบาลก๊อกสอง อ๋องโชว์ปธ.สภายุคใหม่ เรืองไกรจี้กกต.ยื่นศาล ชี้ขาดยุบพรรคก้าวไกล
‘พิธา’ลั่นตอนนี้ก้าวไกล-เพื่อไทย มีฉากทัศน์เดียว ‘พิธาเป็นนายกฯ’ ควง ‘หมออ๋อง’ โชว์ตัวพิษณุโลก ยืนยันพร้อมทำหน้าที่ประธานสภา ลุยเปลี่ยนเป็นสภาที่ประชาชนตรวจสอบได้ ‘ชัยธวัช’ เชื่อเพื่อไทยจริงใจ ไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง ‘ชลน่าน’ งงข่าวปล่อยเพื่อไทยยอมถอย แลกเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลก๊อกสอง ‘ภูมิธรรม’ เผยฝั่ง เพื่อไทยได้ข้อยุติ 3 ก.ค. ด้าน ‘เศรษฐา’ ยังไม่คิดเสียบนายกฯ แทนทิม ‘บิ๊กตู่’ เผยขอลดบทบาทการเมือง หวั่นถูกลากสู่ความขัดแย้ง ‘พีระพันธุ์’ จ่อไขก๊อกส.ส. ขอทำงานกับลุงตู่จนหมดวาระรัฐบาล ‘เรืองไกร’ จี้กกต.ส่งศาลรธน.ยุบพรรคก้าวไกล
คาดโหวตปธ.สภาใช้เวลา 6 ช.ม.
จากกรณีนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ลงนามในหนังสือ แจ้งสมาชิกรัฐสภาทั้ง ส.ส. และ ส.ว. เข้าร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภาวันที่ 3 ก.ค. เวลา 17.00 น ที่ห้องโถง พิธีชั้น 11 อาคารรัฐสภา ซึ่ง ตามหมายกำหนดการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดประชุมรัฐสภาและจะมีนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี (ครม.) คณะ ทูต ทูตานุทูตประเทศต่างๆ ประธานศาลฎีกาและประธานองค์กรอิสระเข้าร่วม กว่า 1,000 คน และออกหนังสือเชิญ ส.ส.เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 วันที่ 4 ก.ค. เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมสภา มีระเบียบวาระการประชุม เลือกประธานสภา และรองประธานสภา
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. นางพรพิศตรวจความเรียบร้อยรอบบริเวณรัฐสภา สำหรับพิธีเปิดประชุมรัฐสภาวันที่ 3 ก.ค. ส่วนวันที่ 4 ก.ค.ซึ่งจะประชุมสภานัดแรก ทางสำนักงานเลขาธิการสภาได้จัดเตรียมห้องประชุมไว้เรียบร้อยแล้ว ประเมินว่าจะใช้เวลาเพื่อเลือกประธานสภา และรองประธานสภาอีก 2 คนประมาณ 6 ชั่วโมง หรืออาจเร็วกว่านั้น
ขั้นตอนการเลือกคือเปิดให้มีการเสนอชื่อบุคคล ที่จะเป็นประธานสภา โดยต้องมีผู้รับรอง 20 คน แล้วเปิดให้แสดงวิสัยทัศน์ หากที่ประชุมเสนอเพียงชื่อเดียว ไม่ต้องลงคะแนน ถือว่าบุคคลนั้นได้เป็นประธานสภา แต่หากมีการเสนอชื่อแข่ง จะต้องโหวตลงมติโดยวิธีการลับ จะให้สมาชิกมาลงคะแนนครั้งละ 20 คน เรียงตามตัวอักษรโดยไม่มีการประกาศรายชื่อส.ส. โดยเข้าคูหา แล้วเขียนชื่อบุคคล ที่ต้องการเลือกลงไปในกระดาษแล้วใส่ในซองสีน้ำตาล ก่อนนำใส่ซองไปหย่อนในกล่องใส
เมื่อลงคะแนนครบแล้วจะทำการตรวจนับคะแนน โดยผลคะแนนจะขึ้นจอทันทีและเมื่อนับคะแนนครบจะประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการเลือก ก่อนจะนำบัตรไปทำลาย ตาม ข้อบังคับการประชุม ส่วนตำแหน่งรองประธานสภาทั้ง 2 ใช้วิธีการเดียวกัน
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเผยว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้ออกหนังสือแจ้งรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้อง ในการประสานงานการประชุมครม.ให้ทราบว่าการประชุมครม.ครั้งถัดไป จะมีขึ้นในวันพุธที่ 5 ก.ค. เวลา 09.00 น. โดยเป็นการประชุมแบบครบองค์ประชุม ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

สภาพร้อม – เจ้าหน้าที่สภาจัดสถานที่ เตรียมพร้อมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ในวันจันทร์ที่ 3 ก.ค. เวลา 17.00 น. โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงทำพิธีเปิด
‘ชัยธวัช’โต้ดีลใหม่-รอสรุปทางการ
ส่วนศึกชิงประธานสภาระหว่างพรรค ก้าวไกล (ก.ก.) กับพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ล่าสุดมีข่าวพรรคเพื่อไทยยอมถอยให้พรรคก้าวไกลได้ตำแหน่งประธานสภา ส่วนพรรคเพื่อไทยได้รองประธานสภา 2 ที่นั่ง บนเงื่อนไขที่ว่าทั้ง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลจะ ชูนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกลเป็นนายกฯ แต่ถ้านายพิธาไม่สามารถฝ่าด่าน ส.ว.ได้ พรรคเพื่อไทยจะเป็นแกนนำจัดตั้งโดยพรรคก้าวไกลจะอยู่ช่วยเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาล ไม่แยกตัวออกไปไหน และตามกำหนดเดิมพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยนัดประชุมวันที่ 2 ก.ค. เวลา 09.00 น. จะมีการประชุม 8 พรรคร่วมตั้งรัฐบาลต่อในเวลา 10.00 น.
ที่พรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ หากทั้งพรรคเพื่อไทยและก้าวไกลยังพูดคุยกันบนประโยชน์สูงสุดของประชาชนและภารกิจร่วมกันฟื้นฟูประชาธิปไตย ขณะนี้ทางพรรครอนัดหมายพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยเป็นทางการอีกครั้งก่อนวันที่ 2 ก.ค.จะได้มีความชัดเจน ทั้ง 2 พรรคหวังว่าจะพยายามให้ได้ ข้อยุติร่วมกันก่อนมีการประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาล ที่ผ่านมาเป็นเพียงกระแสข่าวที่ออกมาเท่านั้น ยืนยันว่าทั้งสองพรรคจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อไม่ให้ประชาชนผิดหวัง
ตนไม่ทราบว่าข่าวเมื่อคืนนั้นมาจากไหน เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยคงไม่พูดอะไรแบบนั้น เรื่องนี้คงไม่ต้องมาสอนหนังสือสังฆราชกัน เพราะผลการเลือกตั้งชัดเจนว่า ประชาชนส่วนใหญ่ที่เลือกพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ต้องการที่จะให้รัฐบาลชุดใหม่กลับมาฟื้นฟูประชาธิปไตย และแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ดังนั้น เราต้องช่วยกันไม่ทำให้ความผิดปกติที่อยู่รัฐธรรมนูญฉบับนี้มาเป็นเรื่องปกติ ตนยังเชื่อมั่นทั้งส.ส. และส.ว. จะช่วยกันคืนความปกติให้ระบบรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตยด้วยการยอมรับผลการเลือกตั้ง ให้พรรคที่ได้รับชัยชนะอันดับ 1 เป็นพรรคจัดตั้งรัฐบาล
เชื่อพท.จริงใจ-ปัดแลกขุนคลัง
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเสนอแก้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จะกลายเป็นเงื่อนไขในการเลือกนายกฯ หรือไม่ นาย ชัยธวัชกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการ เลือกนายกฯ ไม่ว่าจะแก้กฎหมายฉบับใด ล้วนแต่มีกระบวนการนิติบัญญัติอยู่แล้วในการตรวจสอบถ่วงดุล และมีกระบวนการ ทางกฎหมายตรวจสอบว่ากฎหมายนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ขอให้เรื่องนี้อย่าเอามาเป็นเงื่อนไขในการเลือกนายกฯ ขอให้ยึดหลักการเดียวในการเลือกนายกฯ คือผลการ เลือกตั้งของประชาชน
“ผมเชื่อมั่นว่าเราทำงานด้วยกันด้วยความจริงใจและเอาผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่เป็นที่ตั้ง สำหรับพรรคเพื่อไทยเอง สิ่งที่สัมผัสได้อย่างจริงใจคือมีความเชื่อมั่นว่าการจัดตั้งรัฐบาลกันระหว่าง 8 พรรค เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ เท่าที่ทำงานร่วมกันกับหมอชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยเราเห็นความจริงใจว่าสมการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันดีที่สุด การจัดตั้งรัฐบาลมีการพูดคุยกันเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ ซึ่งเชื่อว่าจะจบด้วยดี เราต้องการเวลาในการพูดคุยกันเพื่อตกผลึก เพื่อให้เรื่องจบเร็วที่สุด” นายชัยธวัชกล่าว
ต่อข้อถามว่ากังวลว่าจะเกิดการแทงข้างหลังกันหรือไม่ เพราะการโหวตเลือกประธานสภาเป็นการลงคะแนนลับ นายชัยธวัชกล่าวว่า ไม่กังวล ขณะนี้ระหว่างขั้วเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยห่างกันเยอะ ถ้า 8 พรรคผนึกกำลังแน่น เป็นไปไม่ได้ที่จะมีการพลิกขั้ว
เมื่อถามว่าที่พรรคก้าวไกลได้ตำแหน่งประธานสภา มาจากการแลกตำแหน่งรมว.คลังให้พรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า เป็นเพียงข่าวลือ ต้องรอการพูดคุยอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 2 ก.ค.เป็นการพูดคุยเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดประชุมสภาและการโหวตประธานสภา ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องการแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรี กระบวนการเรื่องการแบ่งงานกันทำในรัฐบาลชุดใหม่ก็ดำเนินการตลอดอยู่แล้ว
‘ชลน่าน’งงข่าวปล่อย-ย้ำหนุน‘พิธา’
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่รู้ที่มาที่ไปของข่าวดังกล่าว ซึ่งเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ตนอยู่กับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ยังพูดคุยถึงแนวทางต่างๆ ที่เราจะไปพูดคุยเจรจากับพรรคก้าวไกล รวมถึงกระบวนการเพื่อขอมติพรรคในวันที่ 3 ก.ค.ก่อนมีการโหวตประธานสภาในวันที่ 4 ก.ค. ตนแปลกใจกับข่าวที่ออกมา น่าจะเป็นเรื่องของการปล่อยข่าวมากกว่าว่าพรรคเพื่อไทยจะไปเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตนพูดมาตลอดว่าเราไม่มีแผน 2 แผน 3 เราเคารพพรรคแกนนำ เรามีแผนเดียวคือสนับสนุนพรรคแกนนำและสนับสนุนให้นายพิธาเป็นนายกฯ เท่านั้น
ตนคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก บางคนไปตีความสิ่งที่ตนสื่อสารออกไปผิด ที่ตนให้สัมภาษณ์เปรียบประชาชนเป็นพ่อแม่ ส่วนการคลุมถุงชนไม่ใช่ว่ารักหรือไม่รัก ความหมายของตนแค่ต้องการให้เห็นความสำคัญของประชาชน ว่าเขามอบอำนาจมาให้เราเหมือนพ่อเหมือนแม่ ดังนั้นเราไม่มีสิทธิ์ที่จะไปคิดอย่างอื่นเลย ตนต้องการจะเปรียบเทียบเท่านี้ แต่อาจจะสื่อสารไขว้เขวก็ต้องขออภัย ยืนยันพรรคเพื่อไทยจะไม่เป็นเงื่อนไขที่จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ
เมื่อถามถึงเงื่อนไขจัดตั้งรัฐบาลแทนหากพรรคก้าวไกลทำไม่สำเร็จนพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นการปล่อยข่าว ระดับแกนนำเองยังงงว่ามาอย่างไร เพราะไม่ใช่ผลดีกับพรรคแน่นอน คนที่ปล่อยข่าวมาอ้างตัวว่าเป็นแหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทยอย่างนี้ ยิ่งทำให้เราตกเป็นจำเลยเข้าไปอีก ขอย้ำอีกครั้งว่า พรรคเพื่อไทยยึดมั่นในฉันทามติของประชาชน สนับสนุนนายพิธาเป็นนายกฯ และพรรคก้าวไกลเป็น แกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยที่พรรคเพื่อไทย จะไม่เป็นเงื่อนไขทำให้การจัดตั้งรัฐบาล ไม่ประสบความสำเร็จ
‘เสี่ยอ้วน’บอกพท.สรุป 3 ก.ค.
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า จนถึงขณะนี้ทีมเจรจายังไม่ได้พบกับพรรคก้าวไกล จึงยังไม่มีความชัดเจนใดๆ ออกมาจากการเจรจาของสองพรรค ประเด็นนี้ เพื่อไทยจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เพื่อให้ได้ ข้อยุติเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.ค. และจะนำผลการประชุมของ กก.บห.ไปหารือกับที่ประชุมส.ส.พรรค เวลา 10.00 น. คาดว่าเมื่อได้มติที่ชัดเจนแล้วจะแถลงข่าวต่อสาธารณชน
เมื่อถามว่าการประชุมหัวหน้าพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลในวันที่ 2 ก.ค. จะหยิบยกเรื่องประธานสภามาหารือหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า การประชุม 8 พรรค เป็นการหารือเกี่ยวกับการทำงาน และดำเนินการร่วมกันของคณะเปลี่ยนผ่านทั้ง 8 พรรค คงไม่มีเรื่องประธานสภา ที่เป็นเรื่องระหว่าง 2 พรรค ดังนั้นประเด็นประธานสภา ในส่วนของเพื่อไทยรอมติของ กก.บห.และที่ประชุมส.ส. และจะชัดเจน 3 ก.ค.
‘เศรษฐา’ยังไม่คิดเสียบนายกฯ
ที่จ.นครพนม นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดต นายกฯ พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า มองว่าข่าวดังกล่าวเป็นเพียงกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ขอให้รอฟังข้อเท็จจริงจากหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย รวมถึงฝ่ายเจรจาก่อน เพราะตนไม่อยู่ในกระบวนการการเจรจา แต่อยู่ในกระบวนการทำงานมากกว่า และยังไม่อยากให้มองไปไกล เพราะต้องผ่านขั้นตอนการเลือกประธานสภาก่อน ขอให้อดใจรอ ซึ่งพรรค เพื่อไทยยึดมั่นหลักการฝ่ายประชาธิปไตยต้องจับมือทำงานร่วมกัน และมั่นใจเรื่องตำแหน่งประธานสภาจบลงด้วยดี ทุกฝ่ายแฮปปี้
ผู้สื่อข่าวถามว่าแม้นายพิธาจะมีความพร้อม แต่มีขวากหนามอีกหลายอย่างที่อาจทำให้ไม่ได้นั่งเก้าอี้นายกฯ พรรคเพื่อไทยพร้อมไปนั่งนายกฯ แทนหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น และพรรคเพื่อไทยย้ำตลอดว่าตอนนี้ต้องพยายามผลักดันให้นายพิธาเป็นนายกฯ ก่อน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ
เมื่อถามถึงแผนสำรองหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกับนายพิธา พร้อมจะนั่งเก้าอี้ นายกฯ หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ยังไม่คิด เพราะยังไม่ถึงวันนั้น ขอเป็นไปทีละขั้นตอน เราต้องช่วยกันผ่านด่านประธานสภาให้ได้ก่อน โดยไม่บอบช้ำทั้งสองฝ่าย แล้วค่อยเป็นขั้นตอนการเลือกนายพิธาเป็นนายกฯ ซึ่งพรรคเพื่อไทยอยากให้นายพิธาเป็นนายกฯ เพราะเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง หวังว่าจะไม่มีอุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น

แก้แล้ง – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย นำทีมผู้บริหารพรรคศึกษา ดูงานธนาคารน้ำใต้ดินของอบต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จ.นครพนม เก็บข้อมูลเพื่อผลักดันแผนแก้ปัญหาภัยแล้งให้เกษตรกร เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.
‘พิเชษฐ์’ฉะทีมเจรจาอย่าล้ำเส้น
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอฟังคำชี้แจงจากคณะเจรจาก่อนว่าเป็นไปตามข่าวจริงหรือไม่ แต่โดยหลักแล้วคณะเจรจาต้องไปพูดคุยตามมติที่พรรคเพื่อไทยเห็นพ้องกันคือ ตำแหน่งประธานสภาต้องเป็นของพรรคเพื่อไทย คณะเจรจาเป็นแค่บุรุษไปรษณีย์ ไม่ใช่คนตัดสินใจ จะไปตกลงอะไรนอกกรอบจากที่ตกลงกันในพรรคไม่ได้ ดังนั้นพรรคเพื่อไทย ต้องได้ประธานสภา จะไปยกให้ใครไม่ได้
เมื่อถามว่าหากสุดท้ายแล้วพรรคเพื่อไทย มีมติยกตำแหน่งประธานสภาให้พรรคก้าวไกลจริงๆ ส.ส.จะโหวตตามมติพรรคหรือไม่ นายพิเชษฐ์กล่าวว่า ยังบอกอะไรไม่ได้มาก ขอฟังคำชี้แจงจากคณะเจรจาก่อน แล้วค่อยมาว่ากันอีกที
‘พิธา’ควง’หมออ๋อง’ลุยพิษณุโลก
เวลา 13.00 น. ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) จ.พิษณุโลก นายพิธาพร้อมด้วยนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 แคนดิเดตประธานสภา ลงพื้นที่สักการะพระพุทธชินราชและขอบคุณประชาชนชาวพิษณุโลกที่มอบความไว้วางใจให้พรรคก้าวไกล ชนะเลือกตั้ง 2 เขต จาก 5 เขต มีประชาชนมาต้อนรับเนืองแน่น โดยนายพิธาเดินทางด้วยรถตู้ทะเบียน นข 5120 พิษณุโลก แต่เนื่องจากผิดคิวกันระหว่างทีมงาน รถตู้พานายพิธาเข้าคนละประตู ทำให้ประชาชนวิ่งกรูเข้าไปหาจนทีมงานเกือบจะควบคุมไม่ได้
หลังจากนั้นนายพิธาไปวิหารพระพุทธเจ้าเข้านิพพาน ที่อยู่ข้างวิหารหลวง ทีมงานแจ้งว่าเป็นความเชื่อเรื่องการนิพพานโดยจุดที่ นายพิธานั่งสักการะถือเป็นที่นั่งของพระมหา กัสสปะ เชื่อว่าจะได้ประสบความสำเร็จเป็นนายกฯ เสร็จแล้ว นายพิธามาพบกับชาวพิษณุโลก ที่เซ็นทรัลพิษณุโลก และร่วมงานแฮปปี้แคท แฮปปี้ไพรด์ เป็นงานที่นำสัตว์เลี้ยงอย่าน้องแมวมาแต่งตัวด้วยสีสันสีรุ้งสัญลักษณ์ของเดือนไพรด์ ที่พรรคก้าวไกลผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมและความเท่าเทียมทางเพศ
นายพิธากล่าวทักทายประชาชนที่มารอต้อนรับว่า วันนี้ยังคงยืนยันคำมั่นสัญญาเดิมว่าจะเข้ามาเป็นนายกฯคนที่ 30 เพื่อเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชนตามที่เคยได้พูดไว้
เวลา 17.00 น. นายพิธาเปิดปราศรัยย่อยขอบคุณประชาชนที่สวนชมน่าน

เปิดตัวปธ. – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล พร้อม‘หมออ๋อง’ ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก แคนดิเดตประธานสภา ถ่ายภาพกับเหล่าด้อมส้ม ระหว่างเดินสายขอบคุณที่เซ็นทรัลพลาซา จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.
ฟันธงฉากทัศน์เดียวนั่งนายกฯ
นายพิธาให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนเรื่องตำแหน่งประธานสภาว่า ความชัดเจนเรื่องการเจรจากับพรรคเพื่อไทย ยังดีขึ้นเรื่อยๆ และยังเจรจาอยู่ ต้องรอวันที่ประชุมและประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เช้านี้นายชัยธวัชได้แถลงตามที่ได้พูดคุยกันในพรรค ได้เห็นนพ.ชลน่าน และนายเศรษฐา พูด ถ้าอ่านจากสามคนนี้ ทุกคนพูดตรงกันว่าการเจรจาเป็นไปได้ด้วยดี คงต้องรอผลการเจรจา
ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่มีข่าว ออกมา ในสถานการณ์แบบนี้ พวกเราต้องฟังแต่ยังไม่เชื่อ และตนได้เช็กสื่อจากหลายสำนัก ทุกคนเขียนว่าจากแหล่งข่าว ดังนั้นแหล่งข่าวคือใคร เมื่อตนเห็นปุ๊บ ก็เห็นด้วยกับนาย ชัยธวัช ที่ให้สัมภาษณ์ไปแล้วเมื่อเช้า ไม่เชื่อว่าเพื่อไทยจะมีเงื่อนไขออกมาแบบนั้น และเป็นไปตามที่ นพ.ชลน่านและนายเศรษฐากล่าว มีฉากทัศน์เดียว คือฉากทัศน์ที่เราจะไปต่อด้วยกันและตนขึ้นเป็นนายกฯตามเจตจำนงของพี่น้องประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่าการเลือกมา จ.พิษณุโลก เพื่อเป็นการยืนยันชัดเจนหรือไม่ว่า นาย ปดิพัทธ์ต้องได้เป็นประธานสภา นายพิธากล่าวว่า ทางพรรคได้ยืนยันไปแล้วว่าเมื่อ 2 วันก่อนทางเฟซบุ๊กว่าคุณปดิพัทธ์ เป็น แคนดิเดตประธานสภา ไม่ต้องลงพื้นที่ก็ได้ยืนยันไปแล้ว คงไม่เกี่ยวกัน ส่วนประเด็นที่เป็นกระแสอยู่ตอนนี้ เชื่อว่าจบได้ด้วยดีในเวลาที่ต้องจบในลักษณะที่ว่าต้องให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้
ปฏิเสธลงพื้นที่ปลุกมวลชน
ต่อข้อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า ที่ลง พื้นที่ในวันนี้และวันที่ 1 ก.ค.ที่จ.ขอนแก่น เป็นการเล่นเกมปลุกมวลชน หากไม่เป็นไปตามฉากทัศน์ที่วางไว้ นายพิธากล่าวว่า ไม่เลย เพราะถ้าไม่ลงช่วงนี้ มีประชุมสภาแล้วจะลงพื้นที่ได้ยาก และ 1 เดือนที่ผ่านมา ประชาชนอาจคิดว่าไปจังหวัดโน้นจังหวัดนี้ ซึ่งพิษณุโลกก็เลือกตั้งได้คะแนนมาเยอะทำไมไม่มา จึงใช้โอกาสนี้ขอโทษประชาชน และถ้าดูบัญชีรายชื่อจะมี 50 ถึง 60 จังหวัดที่ได้คะแนน จะพยายามไปให้ครบทุกพื้นที่ เพื่อรับฟังปัญหาไปด้วย หากเข้าสู่ตำแหน่งจะได้เห็นภาพจริงๆ กระบวนการจริงๆ
เมื่อถามถึงกระแสข่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค พลังประชารัฐ จะได้เป็นนายกฯคนที่ 30 นายพิธากล่าวว่า ยังไม่เห็นข่าว แต่หากเป็นเรื่องจริง เป็นเรื่องที่ตรงกันข้ามกับตอนดีเบตว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นไปไม่ได้ ทั้งฝืน มติของประชาชน และทั้งการบริหารจัดการไม่ได้ด้วย
ส่วนที่บอกว่าจะยื้อเวลา หรือจะทำให้เสาวภาแตก หรือมีงูเห่า ตนเชื่อว่าประชาชนคงยอมไม่ได้ จากภาพที่ลงพื้นที่มาตลอด ทุกคนต้องการก้าวไปข้างหน้าแล้วจริงๆ และอยากที่จะอยู่ข้างอนาคต ส่วนเสียงส.ว.โหวตนายกฯยังมีความมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ
‘ปดิพัทธ์’โชว์วิสัยทัศน์
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก แคนดิเดตประธานสภาพรรคก้าวไกล กล่าวว่า หากได้เข้าไปทำหน้าที่ประธานสภา สิ่งแรกจะเข้าไปเปลี่ยนคือสภาที่ประชาชนจะต้องตรวจสอบได้ และมีส่วนร่วมมากกว่าทุกวันนี้ เราอยากเห็นกฎหมายของประชาชน และ ส.ส. ได้เข้าสู่กระบวนการสภา ไม่ใช่สภาที่คอยออกกฏหมายของคณะรัฐมนตรีเท่านั้น และต้องการเห็นพื้นที่ของสภา เป็นพื้นที่ของประชาชนและสื่อมวลชนเข้าไปใช้งานและทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้จะพัฒนาระบบสภาให้เชื่อมโยงเป็นระบบดิจิทัล สามารถเชื่อมโยงกับต่างประเทศ ได้ อาทิ การแปลกฎหมายเป็นภาษาอังกฤษ แค่ยกตัวอย่างเรื่องเดียวก็แสดงให้เห็นว่าไม่ต้องการประธานสภาที่เข้าไปควบคุมองค์ประชุมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการประธานสภาที่เข้าไปบริหารงานสภา งบประมาณหลายพันล้านบาทเข้ากระทรวงหนึ่งกระทรวง ถ้าการออกกฎหมายไม่ดีพอ และการประชุมไม่มีประสิทธิภาพพอ รัฐบาลจะไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ นี่เป็นวิสัยทัศน์สำคัญของพรรคก้าวไกลที่จะส่งตนเข้าไปเป็นตัวกลาง ที่มีประสิทธิภาพ นำไปเปลี่ยนแปลงรัฐสภา และคิดว่าสามารถร่วมงานกับส.ว.ได้
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าพรรคก้าวไกลจะถูกพลิกขั้วไปเป็นฝ่ายค้าน นายปดิพัทธ์กล่าวว่า ด้วยอิทธิฤทธิ์ของรัฐธรรมนูญฉบับ ปี 2560 อำนาจที่มาจากการเลือกตั้งมีน้อยอยู่แล้ว แต่หากเราคำนวณโดยการสมมติตัวเองเป็นเขา และตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย จะไม่สามารถบริหารประเทศได้ ถ้าจะทำให้เป็นรัฐบาลเพียงไม่กี่เดือน ทนเสียงก่นด่าจาก ทั่วประเทศ และบริหารงานล้มเหลวส่วนตัวมองว่าไม่มีความคุ้มค่าเลย
‘บิ๊กตู่’ขอลดบทบาทการเมือง
ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองว่า วันนี้ขอพูดแล้วกัน ตนจำเป็นต้องถอยห่างออกจากการเมือง ฉะนั้นอย่ามาถามเรื่องการเมือง ช่วงนี้เราเดินหน้ามาสู่ช่วงเปิดรัฐสภาโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสมัยประชุมรัฐสภาในวันที่ 3 ก.ค. จากนั้นจะมีการพิจารณาเลือกประธานสภาต่อไปก็เดินหน้าไปสู่การเลือกนายกฯ
“ผมขอกำหนดบทบาทของผมให้ชัดเจนว่า ผมจำเป็นต้องถอยออกมาตรงนี้ก่อน ผมจะไปทำเฉพาะเน้นเรื่องงานของรัฐบาล ซึ่งเรามีเวลาอยู่จำกัดในตอนนี้เพื่อจะรักษาเสถียรภาพของประเทศชาติไว้ให้ได้ ทางด้านเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง รวมถึงความสัมพันธ์ต่างๆ ต้องแข็งแรงและต้องเข้มแข็ง ผมจะเน้นน้ำหนักตรงนี้ เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องของการเมืองที่จะว่ากันไป อย่าเอาผมไปทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งอีกเลย ผมจะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุดจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความเห็นอย่างไรต่อ ข้อเสนอของสมาชิกพรรคก้าวไกลที่เสนอเปลี่ยนวันชาติจากวันที่ 5 ธ.ค.ไปเป็นวันที่ 24 มิ.ย.ว่าเหมาะสมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็รู้อยู่แล้ว จะถามทำไม ต่อข้อถามว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จะไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องการเมือง ปล่อยให้การเมืองเขาว่าไป เรื่องการเมืองไม่ตอบ เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับพล.อ.ประวิตรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่คุยอะไรกับใครทั้งสิ้น
‘พีระพันธุ์’จ่อไขก๊อกส.ส.
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ แล้วหรือไม่ว่า ยังไม่เห็นข่าวเลย และยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ผู้สื่อข่าวถามว่านายพีระพันธุ์ได้แจ้งหรือไม่ว่าจะลาออกเมื่อไร พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เป็นเรื่องของท่าน
เวลา 17.00 น. นายพีระพันธุ์โพสต์เฟซบุ๊กยืนยันไม่มีวันทิ้ง “ลุงตู่” และจะทำหน้าที่เลขาธิการนายกฯจนวินาทีสุดท้ายของท่านในการทำงานและการทำหน้าที่นายกฯของคนไทยและประเทศไทย สำหรับผม ไม่ว่าท่านจะอยู่ในสถานะใด ท่านคือท่านคนเดิมและสถานะเดิมเสมอตลอดไป ไม่เปลี่ยนแปลง
ไม่ต้องกังวลนะครับ พรรครวมไทยสร้างชาติมี ส.ส. มือเก๋าที่มีประสบการณ์สูงหลายคนที่สามารถดูแลงานในสภา ได้ไม่น้อยไปกว่าผม รวมทั้ง ส.ส.ใหม่ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ มีหัวใจเดียวกัน จึงไม่เป็นปัญหาอุปสรรคใดในการทำงานของพรรคในสภา ในฐานะหัวหน้าพรรคผมไม่ได้หายไปไหน ยังคงทำหน้าที่กองหนุนและดูแลการทำงานของพรรค ของ ส.ส. และของสมาชิกพรรคให้ดีที่สุดเพื่อประเทศชาติของเราต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพีระพันธุ์เตรียมลาออกจากส.ส.บัญชีรายชื่อในเร็วๆ นี้
ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติแถลงข่าวเปิดตัวทีมโฆษกที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้แก่ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี เป็นโฆษกพรรค รองโฆษก 3 คน ประกอบด้วย นายชินภัสร์ กิจเลิศสิริวัฒนา อดีตผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. และนางรัดเกล้า สุวรรณคีรี (เนเน่) อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. และมีทีมที่ปรึกษาโฆษก 3 คน คือ นายเอกนัฏ นายธนกรวังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ของพรรค นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ สมาชิกพรรค
‘ชัยวุฒิ’เผยไร้สัญญาณก.ก.ขอเสียง
ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า กทม. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวล่าสุดพรรคก้าวไกลจะไม่ใช้เสียง ส.ว. แต่จะใช้เสียงของพรรคพลังประชารัฐไปเติมเพื่อได้เก้าอี้นายกฯ ว่า ตอบไม่ได้ เพราะยังไม่ทราบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตรได้ส่งสัญญาณอะไรมาหรือยัง นายชัยวุฒิกล่าวว่า ยังไม่มีส่งสัญญาณและยังนิ่งๆ อยู่ รอดูสถานการณ์ทางการเมืองไป สุดท้ายเราต้องรอดูพรรคร่วมรัฐบาลที่ทำเอ็มโอยูกันว่าจะไปได้ถึงวันเลือกนายกฯ หรือเปล่า เราจะไปเติมเสียงให้เพื่ออะไร และยังไม่เห็นมีการเจรจา หรือการประชุมใดๆ พล.อ.ประวิตรยังนิ่งและไม่มีสัญญาณ ที่สำคัญยังไม่ได้เก็บของอะไรเลย รอดูสถานการณ์ไปก่อน เมื่อถามว่า ที่ไม่ได้ย้ายของ เพราะจะอยู่ต่อใช่หรือไม่ นาย ชัยวุฒิกล่าวว่า ไม่ได้เก็บของ แต่ต้องย้ายที่
‘หนู’ย้ำจุดยืน-ยึดกลไกรัฐสภา
ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนของพรรคภูมิใจไทยในการโหวตเลือกประธานสภาว่า เราขอดูแคนดิเดตของแต่ละพรรคที่จะเสนอมา หลังจากนั้นจะหารือกันภายในพรรคที่รัฐสภาก่อนเริ่มการประชุม ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคก้าวไกลเสนอชื่อนายปดิพัทธ์ เป็นประธานสภา ขณะที่พรรค ก้าวไกลมีจุดยืนเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 จะไม่โหวตให้นายปดิพัทธ์หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า จุดยืนของพรรคภูมิใจไทยเป็นไปตามแถลงการณ์ของพรรคเมื่อวันที่ 17 พ.ค.2566
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสุดท้ายตัวเลือก นายกฯ มาจากพรรคเพื่อไทย จะสนับสนุนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มีหลักการทางระบบรัฐสภาอยู่แล้ว ถ้าเราเป็นรัฐบาลก็สนับสนุนฝ่ายรัฐบาล ถ้าเป็นฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่เป็นฝ่ายตรวจสอบ ต่อข้อถามว่า ขณะนี้มีรอยร้าวระหว่างสองพรรคนี้ มีแนวโน้มที่พรรคภูมิใจไทยจะกลับมาเป็นรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลเป็นเรื่องของพระ แล้วเณรไปเกี่ยวอะไร
เมื่อถามว่ามีโอกาสที่พรรคภูมิใจไทยจะได้รับส้มหล่นหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราไปรอส้มหล่นไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของบ้านเมือง เรามีแผนอยู่แล้วหลายแผน แต่วันนี้เราไม่ได้เป็นพรรคอันดับ 1 และอันดับ 2 จึงบอกเสมอว่าพรรคภูมิใจไทยจะวางตัวให้เป็นไปตามมารยาททางการเมือง
‘เสรี’ชี้เฟกนิวส์-ดิสเครดิตพท.
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา กล่าวว่า เรื่องดีลประธานสภาของสองพรรคใหญ่ได้อ่านจากข่าวหลายสำนักเชื่อว่าเป็นข่าวปล่อยและเฟกนิวส์ เพราะตอนท้ายข่าวระบุ นพ.ชลน่านปฏิเสธไม่ทราบเรื่อง อีกทั้งจากรายละเอียดที่ระบุพรรค ก้าวไกลได้ประธานสภา ส่วนพรรคเพื่อไทยได้รองประธานสภา 2 ตำแหน่ง รวมถึงหาก นายพิธาไม่ได้รับเสียงโหวตในรัฐสภาที่มากพอเป็นนายกฯ จะถอยให้พรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาล ล้วนเป็นเงื่อนไขเก่าแทบทั้งสิ้น เรื่องนี้พยายามสร้างความสับสนและกลับไปกลับมา รวมถึงดิสเครดิตพรรคเพื่อไทย หากเป็นข้อมูลที่เป็นจริงทำไม 2 พรรคใหญ่ไม่บอกว่ามีการประชุมทางการหรือมีการแถลงอย่างเป็นทางการ ดังนั้น ขณะนี้เชื่อว่าไม่ใช่ข่าวจริง
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าประเด็นเหล่านี้จะยุติอย่างไรเพราะ 4 ก.ค.นี้ต้องโหวตประธานสภาแล้ว นายเสรีกล่าวว่า มีเวลาอีกหลายวัน เขาคงไม่ปิดดีลกันวันนี้ เพราะยังมีอีกหลายเงื่อนไขที่ไม่ยุติ เมื่อถามว่าขณะนี้มีการเปิดชื่อแคนดิเดตประธานสภาว่าเพื่อไทยจะเสนอ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ส.ส.บัญชีรายชื่อ สู้กับ นายปดิพัทธ์ ได้หรือไม่ นายเสรีกล่าวว่า ตนไม่เชียร์ใคร แต่ดูจากประสบการณ์แล้วเห็นว่านาย ชูศักดิ์ผ่านการเมืองมานานและเป็นอาจารย์สอนหนังสือ จึงมีภาษีดีกว่า แต่ขณะนี้ไม่ว่าใครได้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่ว่าพรรคจะเสนอใคร
‘เรืองไกร’จี้กกต.เร่งชงยุบก.ก.
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ได้ส่งคำร้องทางไปรษณีย์ถึงประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้กกต.พิจารณาและเร่งส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบพรรคก้าวไกล โดยตนเห็นข่าวที่นายทะเบียนพรรคการเมืองให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ว่าได้สั่งให้สำนักงานกกต.ตรวจสอบเพิ่มเติมว่าการกระทำตามคำร้องกรณีพรรคก้าวไกลมีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 นั้น เป็นความผิดฐานไหนอีกหรือไม่ตามกฎหมายพรรคการเมือง ทำให้คิดว่า อาจเกี่ยวข้องกับที่ศาลรัฐธรรมนูญให้อัยการสูงสุดชี้แจงว่ารับหรือไม่รับคำร้องของผู้ที่ขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการใช้สิทธิเสรีภาพของพรรคก้าวไกลในการเสนอแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 49 หรือไม่ รวมทั้งทำให้นึกถึงคำร้องของตนเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2566 ที่นายทะเบียนพรรคการเมือง เคยแจ้งไม่รับคำร้องไว้ดำเนินการ
เมื่อนายทะเบียนพรรคการเมือง กลับมาให้ข่าวดังกล่าว จึงทำให้มีเหตุต้องส่งหนังสือขอให้กกต. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อ พิจารณาวินิจฉัยว่า พรรคก้าวไกลกระทำการ ฝ่าฝืนพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) (2) หรือไม่ และเข้าข่ายจะต้องเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรรมการบริหารพรรคก้าวไกล หรือไม่ โดยคำร้องของตนเมื่อวันที่ 3 เม.ย.2566 มีข้อเท็จจริงและ ข้อกฎหมายประกอบอยู่แล้ว จึงขอให้กกต. รีบดำเนินการโดยเร็ว
‘บิ๊กตู่’ชวนใช้บริการแอพ‘ไทยดี’
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า กทม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิด “การใช้งานระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล และระบบเปรียบเทียบภาพใบหน้า โดยใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่น ไทยดี (ThaID) อย่างเป็นทางการ” โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วม
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การทำงานตรงนี้ไม่ใช่ทำวันนี้พรุ่งนี้เสร็จ เราทำงานมาตั้งแต่ปี 2562 เป็นไปตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ตามที่รัฐบาลประกาศไว้ กระทั่งวันนี้เดินหน้ามาสู่ความสำเร็จได้ แต่ต้องมีการพัฒนาต่อไป อยากเชิญชวนให้ทุกคนมาใช้บริการ ซึ่งมีทั้งส่วนราชการและเอกชนหากเชื่อมโยงกันได้จะเป็นการลดภาระและทำให้การเข้าถึงบริการเร็วขึ้น
ประเด็นสำคัญต้องการอำนวยความสะดวกประชาชน ลดภาระค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาติดต่อหน้าสำนักงาน ซึ่งได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับตรงนี้ มีคนใช้งานกว่า 60 ล้านคน ข้อสำคัญคือความปลอดภัยในการใช้งาน รู้เท่าทันการใช้เทคโนโลยีระบบออนไลน์หรือโทรศัพท์ต่างๆ ให้เกิดความปลอดภัย การใช้ทุกคนจะต้องมีภูมิคุ้มกันพอสมควร เพราะ บางอย่างมีการบิดเบือน ซึ่งมีทั้งคุณและโทษ ต้องทำให้สิ่งเหล่านั้นเกิดคุณประโยชน์อย่างแท้จริง นี่คือการแก้ไขปัญหาการให้บริการของภาครัฐ ซึ่งรัฐบาลยุคใหม่จะต้องทำงานด้วยระบบดิจิทัลต่างๆ เพราะงานเยอะและซับซ้อน
ไร้เงา‘ส.ส.หมัดดุ-แฟนสาว’พบตร.
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่พรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีทำร้ายร่างกายผู้หญิงของนายสิริน สงวนสิน ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ว่าขณะนี้อยู่ในกระบวนการสอบสวนวินัยของพรรคแล้ว ได้เร่งเพื่อหาข้อยุติให้โดยเร็วที่สุด เมื่อคณะกรรมการวินัยได้ข้อสรุป ก็จะนำเสนอต่อคณะกรรมการพรรค ถ้ามีความผิดชัดเจนก็ปฏิเสธไม่ได้ เพราะเรื่องนี้ขัดต่อคุณค่าและกระบวนการหลักของพรรค
วันเดียวกันที่ สภ.บ่อวิน จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่เรียกตัวนายสิรินพร้อมหญิงสาวคู่กรณีเข้าเจรจาไกล่เกลี่ยในเวลา 10.00 น. แต่เมื่อถึงเวลาไม่พบว่าคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย จะเดินทางมาตามนัด เจ้าหน้าที่ติดต่อทางโทรศัพท์หาส.ส.หนุ่ม แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากปิดเครื่อง กลุ่ม ผู้สื่อข่าวบางส่วนเริ่มทยอยกลับหลังเวลาผ่านไปนานกว่า 3 ชั่วโมง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เผยว่า คดีนี้สามารถยอมความกันได้ มีค่าปรับทำร้ายร่างกายอยู่ที่ 500 บาท หากตบหรือเตะซ้ำ จ่ายค่าปรับ 1,000 บาท แต่ปัจจุบันขึ้นค่าปรับทำร้ายร่างกายเป็น ตบ ต่อย 1 ครั้ง มีค่าปรับสูงสุด 10,000 บาท หากตบ หรือเตะซ้ำอีกที ปรับสูงสุดถึง 20,000 บาท