ปมว่าด้วย “ประธานสภา” เสมอเป็นเพียงการนำร่อง เป็นเหมือนสัญญาณ “เตือน”

ไม่ว่าจะเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จำเป็นต้องเผชิญอย่างเยือกเย็น ไม่ว่าจะเป็น นายชัยธวัช ตุลาธน ถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ “ใหม่”

แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการต่อสู้ในช่วง “เลือกตั้ง”

ขณะที่พรรคก้าวไกลเข้าสู่บรรยากาศแห่ง “ประธานสภา” ภายใต้ม่านควันอันอบอุ่นยิ่งในความเป็น “พันธมิตร” แห่ง “แนวร่วมประชาธิปไตย”

เป็นพื้นที่ “ใหม่” เป็นรสชาติ “ใหม่” ในการ ช่วงชิง

ตอนเลือกตั้ง ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคก้าวไกล ตั้ง “ทัพ” ประจันหน้าชัดเจน

การขับเคลื่อนเข้าไปในพื้นที่อย่างอุดรธานีเด่นชัดว่าใคร ยึดครองอยู่ การขับเคลื่อนเข้าไปในพื้นที่อย่าง กทม.เปี่ยมด้วยประกายแห่งความหวัง

หน่วยทะลวงหน้าของ “ธนาธร” และ “ปิยบุตร” คึกคักยิ่ง

แต่พลันที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จูงมือ นายชัยธวัช ตุลาธน ไปพร้อมกับ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา เพื่อเข้าสู่สภา ร่องรอยของ “คู่ต่อสู้” แทบไม่ปรากฏ

ต่อเมื่อมีเสียงจาก “เพื่อไทย” ถึงกับสะดุ้งโหยง

ยอมรับเถิดว่า “กลยุทธ์” จากพรรคเพื่อไทยเพริศแพร้วพรรณรายอย่างฉายฉัน

ไม่ว่าจะเป็น นายภูมิธรรม เวชยชัย มากด้วยความจัดเจน ไม่ว่าจะเป็น นายอดิศร เพียงเกษ คล่องแคล่วและปราดเปรียว

ติดตรา “คนเดือนตุลา” กลมกลืนกับ “ยุทธวิธี” จากป่าเขาพนมไพร

ทั้งยังมีทัพหลวงอันประกอบด้วย “ผู้อาวุโส” ระดับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้มากด้วยประสบการณ์ระดับ นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์

ที่ไม่ควรมองข้ามยังเป็น “นักรบ” จากสมรภูมิ “แดนไกล”

เพียงบาทก้าวแรก ไม่ว่า “พิธา” ไม่ว่า “ชัยธวัช” ก็ได้ ลิ้มรสชาติของการ “กลืนเลือด”

หากดูบรรทัดสุดท้ายจาก “แถลงการณ์ร่วม” ก็ต้องยอมรับว่าพรรคก้าวไกลได้อย่างคุ้มกับการที่ต้องเสียตำแหน่งไปเป็น “เครื่องแลก”

ที่ไม่ได้อยู่ใน MOU ก็ปรากฏอย่างครบถ้วน สมบูรณ์ (เฮ้ออออ)

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน