1พัน-ได้คืน10ล.หลอก ผู้เสียหายสูญเงินครึ่งล้าน

ตำรวจพีซีทีรวบตัวลุงวัย 71 แอบอ้างเบื้องสูง หลอกลงทุนเงินบุญ ลง 1 พันได้ผลตอบแทนคืน 10 ล้าน ผู้เสียหายสูญเงินไปกว่า 5 แสนบาท อีกคดีตร.ไซเบอร์จับสาวเปิดบัญชีม้าขบวนการลงทุนทิพย์ผ่านโซเชี่ยล อ้างบริษัทผู้ค้าน้ำมันยักษ์ใหญ่ ชวนลงทุนเริ่มต้น 1 พัน ปันผลร้อยละ 1-3 ต่อสัปดาห์ ครั้งแรกได้รับผลตอบแทนจริงจึงหลงเชื่อ เพิ่มการลงทุนไปเรื่อยๆ สุดท้ายโดนหลอกให้โอนรวม 8 ครั้ง สูญเงินกว่า 1.5 ล้านบาท

วันที่ 6 ก.ค. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อิสเรศ ปาลาพงศ์ พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส. พ.ต.อ.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ปกรณ์ ทองช่วง พ.ต.ท.วิโรฒ จนุบุษย์ รอง ผกก.สส.3 พ.ต.ต.สัญญลักษ์ สังขะภักดี สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 3/1 ร่วมกันจับกุมนายเสน่ห์ ดาวเรือง อายุ 71 ปี ชาว จ.สมุทรสาคร ตามหมายจับศาลอาญา ที่ จ.2026/2566 ลงวันที่ 29 มิ.ย. 2566 ข้อหา “ฉ้อโกง, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง, หมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์” จับกุม บริเวณหน้าร้านขายยาฆ่าหญ้า เลขที่ 26 หมู่ 3 ต.อำแพง อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากนายเสน่ห์แอบอ้างเบื้องสูงเพื่อหลอกลวงให้คนมาร่วมลงทุนโดยใช้ชื่อว่า “ลงทุนเงินบุญ” โดยอ้างว่ามีเงินจำนวนหนึ่งที่เบื้องสูงต้องการจะแจกจ่ายให้ประชาชนคนไทย แต่จะต้องร่วมลงทุนกับตนจำนวน 1,000 บาท หลังจากนั้นภายใน 30 วัน จะได้รับผลตอบแทนเป็นเงิน 10 ล้านบาท ผู้เสียหายสนใจจึงร่วมลงทุนไป ต่อมาเมื่อถึงเวลาตามที่ตกลงจ่ายเงินค่าตอบแทนนั้น ผู้ต้องหาบ่ายเบี่ยงการจ่ายเงินให้เหตุผลว่าเบื้องบนยังไม่อนุมัติเงินให้ หรือบางครั้งแจ้งว่าจะเปลี่ยนระบบการจ่ายเงินจึงต้องขยายระยะเวลาการจ่ายผลตอบแทน และยังออกอุบายเชิญชวนให้ผู้เสียหายร่วมลงทุนเพิ่ม โดยบอกว่าจะจัดโปรโมชั่นให้เป็นกรณีพิเศษ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงร่วมลงทุนเพิ่มอีกจำนวนหลายครั้ง แต่สุดท้ายผู้เสียหายก็ไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่ตกลงกันไว้จนสูญเงินไปกว่า 500,000 บาท ซึ่งแจ้งความดำเนินคดีและมีการออกหมายจับไว้แล้ว แต่ยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ ผู้เสียหายเครียดมากและส่งผลให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตย่ำแย่จนญาติต้องพาเข้าพบจิตแพทย์เพื่อ รักษา

จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้เสียหายแจ้งว่านายเสน่ห์ชักชวนลงทุนในลักษณะนี้กับประชาชนหลายราย แต่คนส่วนใหญ่ยังเชื่อในคำหลอกลวงของนายเสน่ห์ จึงยังไม่แจ้งความดำเนินคดีกับนายเสน่ห์แต่อย่างใด จากการสอบสวนจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าไม่เคยหลอกลวงผู้ใด และผู้ต้องหาประกอบอาชีพขายสารเคมีเกษตร เช่น ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง ปุ๋ย โดยเปิดร้านอยู่หน้าบ้านตนเอง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำส่งพนักงานสอบสวนสน.พญาไทเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วันเดียวกัน พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.สอท.2 สั่งการให้ พ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์ ธนวรินทร์กุล ผกก.3 บก.สอท.2 พ.ต.ท.เอนก ยอดหมวก รอง ผกก.3 บก.สอท.2 พ.ต.ท.ศราวุธ ตะดวงดี สว.กก.3 บก.สอท.2 นำกำลังพร้อมหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ.385/2566 ลงวันที่ 21 มิถุนายน 2566 เข้าจับกุมน.ส.สวรรยา กำปู่ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/7 ต.สระแก้ว อ.สระแก้ว จ.สระแก้ว ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้หมายเลขโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด”

อ้างเบื้องสูง – ตร.จับกุมนายเสน่ห์ ดาวเรือง อายุ 71 ปี เจ้าของร้านเคมีการเกษตรที่อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร แอบอ้างเบื้องสูงหลอกลงทุน เงินบุญ 1 พันบาท ภายใน 1 เดือนได้ผลตอบแทนคืน 10 ล้านบาท เมื่อวันที่ 6 ก.ค.

สืบเนื่องจากมีกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวง ผู้เสียหายแอบอ้างใช้ชื่อบริษัทผู้ให้บริการด้านน้ำมันและพลังงาน เชิญชวนให้ร่วมลงทุนซื้อหุ้นผ่านช่องทางสังคมออนไลน์ เช่น กลุ่มไลน์ กลุ่มไลน์โอเพนแช็ต และเฟซบุ๊ก โดยอ้างแผนการลงทุนทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว เริ่มต้นที่ 1,000 บาท ปันผลตอบแทนร้อยละ 1-3 ต่อสัปดาห์ ผู้เสียหายสนใจจึงลองสมัครและโอนเงินไปครั้งแรก 10,000 บาท ได้กำไร 3,100 บาท ปรากฏว่าได้ผลตอบแทนจริงจึงหลงเชื่อเพิ่มการลงทุนต่อไปเรื่อยๆ อีกหลายครั้ง จนกระทั่งมียอดกำไรในระบบ 3,473,574 บาท เมื่อแจ้งถอนเงินออกจากระบบไม่สามารถถอนได้ มิจฉาชีพอ้างว่าจะต้องจ่ายค่าส่วนต่าง ผู้เสียหายเกรงจะไม่ได้เงินยอดก่อนหน้านี้คืนจึงโอนไปให้แต่ก็ยังไม่ได้เงินคืนอีก และถูกหลอกให้โอนเงินอีกรวม 8 ครั้ง สูญเงินกว่า 1,560,642.46 บาท จนรู้ตัวว่าถูกมิจฉาชีพหลอก จากการตรวจสอบของ เจ้าหน้าที่พบว่ามีผู้เสียหายแจ้งความผ่านระบบแจ้งความออนไลน์แล้ว จำนวน 6 ราย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.3 บก.สอท.2 สืบสวนเส้นทางการเงินพบว่าเงินของผู้เสียหายโอนเข้าบัญชีธนาคารของ น.ส.สวรรยา ผู้ร่วมขบวนการมิจฉาชีพ ทำหน้าที่เปิดบัญชีม้า จึงขออนุมัติหมายจับศาล ติดตามจับกุมตัวไว้ได้ในพื้นที่อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เบื้องต้นจากการสอบปากคำ น.ส.สวรรยาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าไม่ได้ร่วมฉ้อโกงผู้เสียหาย แต่รับว่ารับจ้างเปิดบัญชีขายให้ “กลุ่มหางานออนไลน์” โดยการลงทะเบียนเปิดบัญชีออนไลน์ด้วยการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัลและส่งข้อมูลส่วนตัว เช่น รูปถ่ายบัตรประชาชน เบอร์โทร.และอีเมล์ ให้คนรับซื้อบัญชีไป ได้รับค่าจ้างเปิดบัญชี 300 บาท โดยไม่ทราบว่าบัญชีถูกนำไปใช้เกี่ยวกับเรื่องใด ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.2 ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน