เมื่อวันที่ 13 ก.ค. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พร้อมตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 ก.ก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. และชุด PCT5 ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม น.ส.สุนันทา คำมูลทา หรือแอปเปิ้ล จังหาร อายุ 32 ปี ชาวร้อยเอ็ด ผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 หมาย ความผิดฐานฉ้อโกงโดยได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน, ฉ้อโกงประชาชนแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน และโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ, และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญาและฉ้อโกงผู้อื่น โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณกลางซอยเอกชัย 47 แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 ก.ค.
โดยเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนให้ช่วยสืบสวนติดตามจับกุมตัวน.ส.สุนันทา หรือแอปเปิ้ล คำมูลทา เจ้าหน้าที่ PCT5 ลงพื้นที่สืบสวนเป็นเวลาหลายวันกระทั่งจับกุมได้ดังกล่าว

ตุ๋นแบรนด์เนม – ตร.สืบสวนนครบาลและพีซีทีจับกุมน.ส.สุนันทา คำมูลทา อายุ32 ปี ขณะเดินอยู่กลางซอยเอกชัย 47 เขตบางบอน กทม. ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง โดยใช้บัญชีร้านค้าของผู้อื่นหลอกขายกระเป๋าแบรนด์เนม มีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก เมื่อวันที่ 13 ก.ค.
จากการสอบสวนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยรับว่าจะไม่ใช้บัญชีธนาคารของตนรับเงินจากลูกค้าโดยตรง เมื่อมีลูกค้าสั่งกระเป๋า รองเท้า อุปกรณ์ IT ตนจะส่งเลขที่บัญชีธนาคารของร้านค้าอื่นที่ตนจะใช้บริการ หรือสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เช่นกัน เช่นร้านเสริมสวย ร้านเครื่องสำอาง ร้านพวงมาลัยเงินสด ไปให้เหยื่อกลุ่มที่ต้องการซื้อกระเป๋า แบรนด์เนมโอนเงิน เมื่อเหยื่อโอนเงินไปให้บัญชีร้านค้านั้นๆ แล้ว ตนจะขอสลิปโอนเงินนั้นแล้วนำไปส่งให้ร้านค้าที่ตนใช้บริการและแจ้งร้านค้านั้นว่า พี่สาว หรือพี่ชาย ของตน เป็นคนโอนเงินไปให้แล้ว เมื่อร้านค้าได้เงินเสร็จเรียบร้อยก็จัดส่งสินค้าให้ตน และตนก็จะทำการบล็อกช่องทางติดต่อกับลูกค้าที่สั่งซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม รองเท้า อุปกรณ์ IT ที่ผ่านมาก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2564 มูลค่าความเสียหายต่อราย รายละ 6,000-8,000 บาท มีลูกค้าหลงเชื่อสัปดาห์ละ 3-4 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2,000,000 บาท”
เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งสภ.แสนสุข ภ.จว.ชลบุรี และประสานให้พนักงานสอบสวนสภ.บางเลน ภ.จว.นครปฐม และสภ.วังน้อย ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา อายัดตัวเพื่อดำเนินคดีต่อไป