ออกหมายล่าเพิ่มคดีบิ๊กตร.เว็บพนัน

ตร.รวบ ‘เสี่ยบอย’ พร้อมเมียคาสนามบินดอนเมืองคดีรีดเงินเว็บพนัน 140 ล้าน หลังเดินทางกลับจากสิงคโปร์ คุมตัวสอบตลอดทั้งคืน ให้การปฏิเสธ ยันไม่ได้เรียกรับเงิน ‘บิ๊กโจ๊ก’ เผยให้ประกันตัววงเงินคนละ 2 แสน เพราะไม่มีพฤติกรรมหลบหนี จ่อออกหมายจับเพิ่มอีกหลายราย

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 14 ก.ค. ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจกองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 (บก.ตม.2) เข้าควบคุมตัวนายวีระ นาทรัพย์ หรือเสี่ยบอย อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาคดีรีดทรัพย์เว็บพนันออนไลน์ 140 ล้านบาท หลังจากเดินทางด้วยสายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ เที่ยวบิน SL-105 จากสนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ เมื่อเวลา 22.40 น.วันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา เมื่อมาถึงสนามบินดอนเมือง เจ้าหน้าที่บก.ตม.2 จึงแสดงหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ข้อหาสนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น, สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์ฯ, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น โดยทำให้หวาดกลัว หรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย, แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยที่ตนเองไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการ

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวนายวีระไปบันทึกการจับกุมที่สถานีตำรวจย่อยท่าอากาศยานดอนเมือง โดยระหว่างถูกควบคุมตัว นายวีระกล่าวสั้นๆ ว่า ไม่ได้เรียกรับทรัพย์ตามที่ถูกกล่าวหา และให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวขึ้นรถตู้ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.คูคต จ.ปทุมธานี สอบปากคำและดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป

ล็อก‘บอย’ – ตำรวจตม.ล็อกตัวนายวีระ หรือบอย นาทรัพย์ ผู้ต้องหาคนสำคัญ คดีนายตำรวจใหญ่รีดเงินเว็บพนัน 140 ล้านบาท ที่สนามบินดอนเมือง หลังเดินทาง กลับจากประเทศสิงคโปร์พร้อมกับภรรยา เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ ก่อนได้ประกันตัววงเงิน 2 แสนบาท เมื่อวันที่ 14 ก.ค.

วันเดียวกัน ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีฯ กรุงเทพฯ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. เปิดเผยหลังจับกุมเสี่ยบอยว่า เมื่อช่วงกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จับกุมทั้งนายวีระและภรรยา ซึ่งทั้งสองคนติดต่อ ขอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ ซึ่งใช้เวลาสอบปากคำตลอดทั้งคืนจนถึงเช้า เบื้องต้นนายวีระให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างมาก แต่ไม่สามารถเปิดเผยเนื้อหาการสอบปากคำได้ เนื่องจากเป็นความลับในสำนวนการสอบสวน อย่างไรก็ดี การให้ปากคำของนายวีระสอดรับกับแนวทางการสืบสวนสอบสวนที่ตำรวจได้กระทำมาก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้ทราบตัวละครเพิ่มมากขึ้น จึงถือว่าเป็นกุญแจสำคัญในการดำเนินคดี ทำให้ขณะนี้ความจริงเริ่มกระจ่างขึ้น จนสามารถทำให้อนุมัติหมายจับได้อีกหลายราย ทั้งพลเรือน และเจ้าหน้าที่รัฐ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า ช่วงเย็นวันนี้จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาไล่เรียงว่ามีใครเกี่ยวข้องเพิ่มเติมบ้าง ในส่วนคดีนี้ จะเร่งทำงานให้เกิดความกระจ่างชัดโดยเร็ว และพล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.กำชับให้เร่งรัดสำนวนสอบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ส่วนคำถามจากสังคมที่ระบุว่าจะเข้าข่ายพ.ร.บ. อุ้มหายหรือไม่ ตนไปหารือกับอัยการสูงสุดแล้ว อยู่ระหว่างพิจารณาว่าเข้าข่ายหรือไม่ โดยสำนวนสอบสวนตอนนี้ครบ 30 วันตาม กฎหมายของป.ป.ช. ในเรื่องของการเป็น เจ้าพนักงานละเว้น หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จะเซ็นสำนวนสอบสวนส่งเลขาธิการป.ป.ช.ไปก่อนส่วนหนึ่ง เมื่ออัยการสูงสุดลงความเห็นว่าเกี่ยวกับพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ก็จะประสานกับทางป.ป.ช. เพื่อเอาสำนวนกลับมาแจ้งข้อหาเพิ่มเติมตามพ.ร.บ. อุ้มหาย

“ทั้งนี้ก่อนที่นายวีระจะหลบหนีออกไปนอกประเทศ เป็นการหลบหนีก่อนที่หมายจับจะออก ที่ผ่านมานายวีระมีการติดต่อขอมอบตัวมาหลายครั้ง กระทั่งครั้งนี้ที่เดินทางกลับเข้ามาในประเทศ จากดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ พบว่าการให้ปากคำของนายวีระมีประโยชน์ รวมถึงไม่มีพฤติกรรมหลบหนี จึงอนุญาตให้นายวีระและภรรยาประกันตัวออกไปในจำนวนเงินคนละ 200,000 บาท และหากมีข้อสงสัยตำรวจก็จะเรียกมาให้ปากคำได้เพิ่มเติมในภายหลัง” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว

ต่อมาพนักงานสอบสวนนำแฟ้มสำนวนคดีรีดทรัพย์เว็บพนันออนไลน์ 140 ล้านบาท จำนวน 15 แฟ้มไปส่งให้ป.ป.ช.ตามกระบวนการทางกฎหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน