หนุ่มปากีฯ ‘ซาฮ์รูค’ ฆ่าหั่นศพเยอรมัน ปล่อยโฮถูกส่งเข้าเรือนจำ ผวากลัวโดนมาเฟีย ‘โอลาฟ’ ฆ่าปิดปาก ‘บิ๊กโจ๊ก’ สั่ง เพิ่มโทษแก๊งโหด ลั่นเอาให้สุดถึงขั้นประหาร พร้อมประกาศกวาดล้างมาเฟียต่างชาติครั้งใหญ่ ขึ้นบัญชีแก๊งนอกรีต ‘พัทยา-หนองปรือ’ ขีดเส้น 2 สัปดาห์ จับถอนวีซ่าและส่งกลับประเทศให้หมด

จากคดีฆาตกรรมโหดนายฮานส์ ปีเตอร์ ราลเตอร์ มาค อายุ 62 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชาวเยอรมัน ถูกแก๊งคนร้ายฆ่าหั่นศพแยกชิ้นส่วนยัดตู้แช่ในบ้านเช่า อ.บาง ละมุง จ.ชลบุรี หลังเกิดเหตุตามจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ประกอบด้วย นายโอลาฟ ธอร์สเทน บริงก์มันน์ อายุ 52 ปี เพื่อนผู้ตาย, นางเพธา คริสเติล กรุนด์กรีฟ อายุ 54 ปี, น.ส.นิโคล เฟรเวล อายุ 52 ปี, ทั้งสามเป็นชาวเยอรมัน และนายซาฮ์รูค คารีม อุดดิน อายุ 27 ปี เชื้อชาติปากีสถาน สัญชาติไทย ต่อมาตำรวจตามยึด สปีดโบ๊ต หลังคนร้ายเตรียมใช้ขนศพเหยื่อถ่วงทะเลอำพราง แต่ผิดแผนเลยเปลี่ยนใจนำกลับมายัดตู้แช่ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 14 ก.ค.ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. กล่าวว่า สั่งการพนักงานสอบสวนพิจารณาดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เนื่องจากความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนานั้น โทษสูงสุดแค่จำคุกตลอดชีวิต แต่ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต โดยชุดพนักงานสอบสวนมีข้อมูลหมดแล้วว่าจุดไหนที่ไปซื้อเลื่อยไฟฟ้า รวมถึงทุกจุดที่เกี่ยวข้องกับคดีทั้งหมดเพื่อนำมาประกอบสำนวน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ตนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมข้อมูลทั้งหมดของกลุ่มแก๊งที่อยู่ในพื้นที่พัทยาและพักอาศัยอยู่ที่ ต.หนองปรือ จ.ชลบุรี รวมถึงตรวจสอบการขออนุญาตอยู่ต่อในรูปแบบของวีซ่า รีไทร์เมนต์ โดยให้ลงพื้นที่สกรีนเป้าหมายทั้งหมดในพื้นที่พัทยาและหนองปรือ กำหนดส่งมอบข้อมูลทั้งหมดภายใน 2 สัปดาห์ และจะมีการลงพื้นที่กวาดล้างแก๊งเหล่านี้ ฉะนั้น เจ้าหน้าที่ต้องจับตากลุ่มชาวต่างชาติที่มาอยู่เมืองไทยแล้วไม่มีงานทำ มีพฤติกรรมขี่รถมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน มีรอยสักเป็นตราสัญลักษณ์ของแก๊ง และใช้วีซ่า รีไทร์เมนต์ ซึ่งจะใช้มาตรการของ ตม.ในการเพิกถอนวีซ่าและส่งกลับประเทศของตัวเอง

รองผบ.ตร.กล่าวต่อว่า จะไม่ยอมให้กลุ่มบุคคลเหล่านี้มาอาศัยพัทยาเป็นที่พักพิง ฉะนั้น การที่ ตม.จะต่อวีซ่าให้กลุ่มบุคคลที่มีรอยสักเป็นกลุ่มแก๊งต้องพิจารณาออกวีซ่า รีไทร์เมนต์ ไม่ได้ เมื่อกลุ่มบุคคลพวกนี้เข้าประเทศ มาแล้วมาก่อเหตุอาชญากรรม ด่านแรกคือ ตม.ต้องตรวจสอบและกวาดล้างกลุ่มแก๊งทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Badidose หรือ Outlaws หลังการกวาดล้างกลุ่มใหญ่ที่พัทยาได้ เชื่อว่าในหัวเมืองที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของกลุ่มแก๊งพวกนี้จะต้องเผ่นหนีไปหมด อยู่ในประเทศนี้ไม่ได้ หากจุดไหนที่เจ้าหน้าที่รัฐอ่อนแอ กลุ่มพวกนี้ก็จะไปที่นั่น ฉะนั้น หน่วย ตม.จะต้องเข้มแข็ง ตนกำชับและสั่งการกับ ผบก.ตม.3 ไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของคดีนั้นภายหลังตำรวจจับกุมนายซาฮ์รูค คารีม อุดดิน อายุ 27 ปี สัญชาติไทย เชื้อชาติปากีสถาน ผู้ต้องหาคนสุดท้ายได้ที่โรงแรมในจ.กาญจนบุรี โดยเป็นผู้ต้องหาที่ปรากฏภาพอยู่ในกล้องวงจรปิดขณะนั่งท้ายกระบะจับตู้แช่แข็งนั้น ปรากฏว่าตำรวจได้สอบปากคำนายซาฮ์รูคตลอดทั้งคืน โดยมีทนายและญาติเข้าร่วมรับฟังคำให้การ ระหว่างสอบปากคำนายซาฮ์รูคมีสีหน้าเครียดและกังวลตลอดเวลา โดยการสอบสวนนายซาฮ์รูคให้ความร่วมมือเป็น อย่างดี แต่ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอไปให้การในชั้นศาล กระทั่งรุ่งขึ้นเวลา 09.00 น. พ.ต.ต.วชิรวิชญ์ วิสุทธิ์เสรีพันธุ์ สว.สอบสวน สภ.หนองปรือ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีควบคุมตัวนายซาฮ์รูคออกจากห้องขัง และเพื่อไปยื่นคำร้องฝากขังที่ศาลจังหวัดพัทยา ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงคดี นายซาฮ์รูคกล่าวทั้งน้ำตาว่า “ผมกลัวๆ ผมไม่ได้ทำ ไม่ได้เป็นคนฆ่า”

ขณะที่นายชาฮ์รียาร์ คารีม อุดดิน อายุ 30 ปี พี่ชายเผยว่า มีโอกาสพูดคุยกับน้องชาย เจ้าตัวอยากขอความเป็นธรรม บอกว่าตอนนี้กลัวมาก ทุกอย่างที่เกิดขึ้นถูกนายโอลาฟบังคับ และยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่าผู้ตาย ทั้งนี้ น้องชายกลัวและกังวลว่าหากเข้าไปในเรือนจำจะเจอกับนายโอลาฟและอาจถูกฆ่าปิดปากจนไม่ได้เจอหน้าพ่อและแม่อีก ทำให้ครอบครัวกลัวมาก และจะทำหนังสือถึงพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง.ผบ.ตร.ขอความเป็นธรรมให้ น้องชายด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน